เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 468

บทที่ 468 การตัดหัวที่แสนอุกอาจ และ พรสวรรค์กลายพันธุ์สิ้นเสียง

ฉู่โม่วหายเข้าไปในรอยแตกของอากาศและห้วงมิติ เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งก็ยืนอยู่ยังเบื้องหน้ามังกรทมิฬแล้ว

ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใด ๆ มีเพียงกระบี่ดาราทมิฬในมือที่ฟันลงไปเท่านั้น

“กระบี่ทลายนภา!”

ฉับ!

ประกายกระบี่ที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิมปรากฏขึ้นอีกครั้ง

ฉับพลัน

ผู้ปลุกพลังผู้เหลือรอดแหงนหน้ามองขึ้นไปด้วยความตกตะลึง ภาพเบื้องหน้านั้น ในจักรวาลอันมืดมิดที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานจากอณูแห่งความมืด ประกายแสงกระบี่สีดำเงาส่อแวววาวกำจายไปทั่วแผ่นฟ้า ตัดผ่านความว่างเปล่าอย่างไร้ที่สิ้นสุด สะบั้นซึ่งความโกลาหลทั้งปวง

ตูม!

เสียงระเบิดดังสนั่น

บาดแผลฉกรรจ์ปรากฏขึ้นบนร่างของมังกรทมิฬ มันกรีดลึกจนมองเห็นกระดูกและผ่าเป็นแนวยาวตามลำตัวไปหลายร้อยเมตร เลือดสีทองของมันซ่านกระเซ็นไม่ต่างจากฝนทองคำในนิทาน

เมื่อมองจากระยะไกล

เหมือนว่าแผลนี้จะทำลายเส้นเอ็นมังกรขาดสะบั้น!

“นะ… นี่…”

“เป็นไปไม่ได้น่า!”

“เหลือเชื่อ! เหลือเชื่อสุด ๆ!”

ดวงตาของผู้ปลุกพลังหลายคนเบิกกว้าง

จริงอยู่ที่พวกเขารู้ว่าฉู่โม่วนั้นแข็งแกร่ง และชัยชนะที่ติดต่อกันหลายรอบในหอคอยท้าดารกะก็เป็นเครื่องยืนยันที่ไม่อาจมองข้าม

แต่ไม่ว่าพวกเขาจะประเมินฉู่โม่วไว้สูงเพียงไหน ก็ไม่เคยคิดว่าจะมาไกลได้ถึงเพียงนี้!

ในเมื่อทุกคนก็อยู่ในระดับที่ 9 เหมือน ๆ กันหมด แต่เหตุใดเขาถึงได้แข็งแกร่งอย่างผิดแผก?

พวกเขาไม่อาจเข้าใจ

และไม่กล้าคาดถึงมาก่อน

มีเพียงความคิดเดียวที่เด่นชัดอยู่ในหัว ‘เกินที่มนุษยชาติจะเอื้อมถึง!’

“นี่คือความแข็งแกร่งระดับผู้สืบทอดงั้นเหรอ!”

ฉวินอี้ตาโตทั้งร่างที่สั่นเทา

ตัวเขาเองก็ถือเป็นยอดฝีมือระดับ A และนั่นหมายความว่าเขาไม่ได้เป็นสองรองใคร แต่เมื่อได้เห็นฉู่โม่ว ความหวาดหวั่นก็ก่อตัวขึ้นภายในใจ บีบรัดเสียแทบหายใจไม่ออก

“ความแข็งแกร่งระดับนี้น่าจะมากพอที่จะคว้า 20 อันดับแรกของการท้าประลองได้เลยนะ!”

คลื่นลมลูกใหญ่ปรากฏขึ้นในใจของกวนหนิงหนิง

“นี่คือความแข็งแกร่งที่แท้จริงของฉู่โม่วเหรอ บ้าน่า มันจะเกินไปหรือเปล่า!”

ริมฝีปากซูเจาเจาสั่นระริก แทบจะสูญเสียคำพูดไปอย่างสิ้นเชิง

หญิงสาวเพิ่งจะเข้าใจว่าเหตุใดผู้คุ้มครองของเธอจึงบอกว่าฉู่โม่วนั้นพิเศษมากพอจะพลิกผันสถานการณ์ ที่แท้ก็เป็นเพราะพลังพรสวรรค์และความแข็งแกร่งที่ยากเกินจะจินตนาการ!

หากคนผู้นี้เติบใหญ่ก็คงจะเปล่งประกายที่สุดในกาแล็กซี แม้แต่คนรุ่นหลังก็ไม่อาจเทียบรัศมี!

“โฮก! โฮก! โฮก! โฮก!”

อย่าว่าแต่ฝูงชนจะต้องอยู่ในห้วงความประหลาดใจเลย กระทั่งอสูรประดิษฐ์สุดแข็งแกร่งอย่างมังกรทมิฬที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสก็ยังต้องคำรามอย่างทุกขเวทนา ดวงตาของมันคั่งด้วยเลือดแดงก่ำ หมายจะตอบโต้มดปลวกตัวจ้อยที่ริอ่านหาญ

แต่ก่อนที่จะได้เคลื่อนไหว ฉู่โม่วก็เดินเข้ามาใกล้พร้อมกระบี่ในมือ

“ไอ้กระจอก แกกล้ามายั่วโมโหมังกรอย่างฉันรึ ตายซะเถอะ!”

มังกรตัวสีดำคำรามโกรธเกรี้ยว

เดิมทีมันก็มีโทสะจากการที่ถูกโจมตีอยู่แล้ว แต่เมื่อฉู่โม่วที่เป็นเพียง ‘มดปลวก’ ตัวหนึ่งเริ่มก้าวเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น นั่นไม่ต่างอะไรกับการกระตุกหนวดเสือ

คนที่กล้ามาเสนอหน้ากับมันจะต้องจบลงที่ความตายเท่านั้น!

มังกรทมิฬขู่คำราม มันเลือกส่งคลื่นโจมตีทางวิญญาณเพื่อพยายามทำให้ฉู่โม่ววิงเวียนอีกครั้ง

ทันความคิด ด้วยการตอบโต้ของฉู่โม่ว เขาไม่ระคายใด ๆ และยังคงย่างก้าวต่อไป

“ฉึบ!”

เพียงกระบี่เดียว บาดแผลชวนสยดสยองก็ถูกกรีดบนร่างมังกรทมิฬขึ้นอีกครั้ง

ร่างของมังกรทมิฬหดลงอย่างรวดเร็ว จากหลายร้อยเมตรเป็นร้อยเมตร หลายสิบเมตร สิบเมตร หลายเมตร… กระทั่งในที่สุดก็กลายเป็นเพียงหุ่นจำลองที่มีขนาดเพียงสองเมตร

ทั้งร่างของมันคล้ายว่าจะทำจากไม้ที่มีความพิเศษบางชนิด

ในปากของมันมีลูกแก้วหยกหลากหลายสี

“นี่มัน…”

ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจเต้นแรง

เขาเอื้อมมือหยิบเม็ดหยกออกมาโดยไม่รู้ตัว

เพียงกดลงไปเล็กน้อย ลูกแก้วนั้นก็แตกออกดัง ‘ป๊อก’ และกลายเป็นลำแสงหลายสีก่อนจะพุ่งเข้ามาใส่ร่างของฉู่โม่ว

ทันใดนั้น

พลังปราณและพลังพรสวรรค์ที่เคยสงบนิ่งพลันป่วนปั่น ราวกับหม้อบรรจุน้ำที่ถูกราดผสมกับน้ำมันร้อนระอุ

พลังพรสวรรค์ต่าง ๆ ถูกโคจรไปมาอย่างบ้าคลั่ง แม้แต่พลังชีวิตก็เดือดพล่านไม่ต่างกัน

มันบีบรัดและกลืนกินลำแสงสิ้นหวัง ประหนึ่งว่าเมื่อต้องผสานเป็นหนึ่งแล้ว มันคงถึงคราวเปลี่ยนแปลงและสลายหายไป

อย่างไรก็ดี

เมื่อพลังพรสวรรค์เหล่านี้พยายามย่อยลำแสง จู่ ๆ กระแสของแสงหนึ่งก็โผล่พ้นออกมาจากจิตวิญญาณและกวาดกลืนพลังไปเกือบครึ่ง ก่อนจะจมดิ่งลงสู่ห้วงวิญญาณลึกอีกครา

ในตอนนั้น

ปฐมวิญญาณตื่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน และกงล้อทองคำปฐมวิญญาณก็กวาดเอาพลังที่ได้มาไปราว 20%

ในขณะที่ส่วนลึกของจิตสำนึก พลังจิตได้ก่อตัวเป็นมือขนาดใหญ่และกวาดเอาพลังไป 10%

ในท้ายที่สุด

ลำแสงที่เหลืออยู่ในร่างกายน้อยกว่า 20% ก็ถูกครอบครองโดยบรรดาพลังพรสวรรค์

ก็อาจกล่าวได้ว่าผู้ที่ครอบครองส่วนใหญ่ก็คงไม่พ้นพลังพรสวรรค์ห้วงเวลาและพรสวรรค์ห้วงมิติ ในขณะที่พรสวรรค์อื่น ๆ ได้รับพลังแต่เพียงส่วนเล็ก ๆ

ตอนนี้เอง

ลำแสงที่มีทั้งหมดถูกแบ่งออก

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์