เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 479

บทที่ 479 สมบัติในจารึกอันยิ่งใหญ่ จุดเริ่มต้นที่ดี

“จารึกนี่ดูไม่ธรรมดานะ!”

ขณะที่ฉู่โม่วกำลังตรวจสอบอยู่นั้น กวนหนิงหนิงก็เดินมายืนข้างฉู่โม่ว มองดูจารึกตรงหน้าและกล่าวอย่างเคร่งขรึม “จารึกนี้เกิดขึ้นมาเอง ถึงจะผ่านมานานแล้วมันก็ยังใช้การได้ ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้วคงยากที่จะเข้าไปได้… คงทำได้แค่โจมตีโดยตรงแล้วละ!”

ชายหนุ่มพยักหน้า

ด้วยสายตาของเขา จารึกนั้นยิ่งใหญ่ยิ่งนัก แม้ว่าเขาจะมีเนตรทองคำห้าธาตุที่สามารถทะลวงผ่านข้อบกพร่องของโลกได้ และจารึกนี้ไม่สามารถขัดขวางก้าวเดินของเขาได้ แต่มันก็อยู่ในสถานะของเหลวตลอดเวลา

ดังนั้นแล้ว แม้ว่าเขาจะผ่านจารึกไปได้อย่างปลอดภัยด้วยเนตรทองคำห้าธาตุ แต่ผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ก็ไม่สามารถทำได้

แม้ว่าจะตามหลังชายหนุ่มไปติด ๆ ก็ตาม

“เราต้องโจมตีโดยตรง!”

ฉู่โม่วกล่าว

ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ผู้ปลุกพลังทุกคนก็ฟื้นฟูร่างกายเสร็จและเริ่มรวมตัวกันเพื่อเตรียมโจมตีจารึกทันที

แต่ละคนใช้วิธีการและกระบวนท่าของตัวเองเพื่อพยายามโจมตีจารึกขนาดใหญ่

ตูม! ตูม! ตูม!

กวนหนิงหนิงยื่นมือออกไปและแตะนิ้วมือเข้าด้วยกันครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกครั้งที่แตะ แสงสีทองจะพุ่งออกมา มันรวดเร็วจนแสงสีทองกำลังเป็นลำแสงและโจมตีไปที่จารึก ทำให้จารึกขนาดใหญ่สั่นสะท้านอย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกัน ซูเจาเจาก็กวัดแกว่งกระบี่เล่มใหญ่และปลดปล่อยปราณกระบี่ที่น่าเกรงขามออกมาอย่างต่อเนื่อง

การโจมตีของผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ เองก็ไม่ได้อ่อนแอเลยเช่นกัน

แม้ว่าพละกำลังของผู้ปลุกพลังเหล่านี้จะเทียบไม่ได้กับฉู่โม่วและกระทั่งต่ำกว่ากวนหนิงหนิงกับซูเจาเจา แต่แท้จริงแล้ว พวกเขาต่างก็เป็นผู้ปลุกพลังอัจฉริยะและแข็งแกร่งยิ่งกว่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดทั่วไปมาก แต่ละคนมีพละกำลังหลายสิบล้านพลังมังกรหรือกระทั่งร้อยล้านพลังมังกร

ในตอนนี้

พละกำลังมหาศาลยังคงพลุ่งพล่านอย่างต่อเนื่อง ทำให้จารึกสั่นไหวอย่างรุนแรง แสงสีทองที่เคยเปล่งประกายมืดมัวลงมากและกระทั่งมีรอยแตกปรากฏขึ้นบางแห่ง

“มีรอยแตกแล้ว!”

“โจมตีต่อไป อีกไม่นานต้องผ่านไปได้แน่!”

“พวกเราร่วมด้วยช่วยกัน!”

เมื่อเห็นดังนั้น ผู้ปลุกพลังมากมายก็ก้มหน้าก้มตาโจมตีต่อไป

“กระบี่ทลายนภา!”

ชิ้ง!

ชิ้ง!

ชิ้ง!

ฉู่โม่วเองก็โจมตีด้วยกระบี่ดาราทมิฬในมือและฟันลำแสงกระบี่ตรงไปยังเกราะป้องกันของจารึกทันที

เขาไม่ได้ใช้ภาพลวงตาของอีกาสุริยัน แต่แค่ใช้เลือดและพลังปราณในร่างกายประกอบกับการเพิ่มขีดจำกัด 500 เท่า ทำให้พลังของเขาสูงมากกว่า 200 ล้านพลังมังกร ไม่ว่าปราณกระบี่จะโจมตีโดนส่วนไหนของจารึก พวกมันก็จะทำให้เกราะป้องกันของจารึกขนาดใหญ่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดเสียง ‘แกร๊ก’ ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

รอยแตกจำนวนมากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้น

ในที่สุด

หลังจากการโจมตีอย่างต่อเนื่อง เกราะป้องกันจารึกก็พังทลายลงพร้อมเสียงดังสนั่นเลื่อนลั่น

หลังจากนั้น

อาคารมากมายภายในระยะกว้างขวางถูกเปิดเผยออกมาตรงหน้าทุกคน

ตูม!

เมื่อจารึกขนาดใหญ่พังทลายลง พลันเห็นอณูแห่งชีวิตแสนยิ่งใหญ่และน่าเหลือเชื่อเป็นเหมือนกับทะเลคลั่ง เพราะมีขนาดใหญ่เกินไป มันกระทั่งก่อให้เกิดกระแสลมหมุนขนาดใหญ่ที่พัดให้เสื้อผ้าของทุกคนปลิวว่อน

ผู้ปลุกพลังมากมายสูดหายใจเข้าไป สัมผัสได้ว่าอณูแห่งชีวิตมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาในกระดูกและแขนขาผ่านรูขุมขนทั้งร่างกาย ทำให้อณูแห่งชีวิตเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย

“สวรรค์!”

“อณูแห่งชีวิตที่นี่แข็งแกร่งจริง ๆ!”

“แค่หายใจเข้าก็รู้สึกว่ามีพลังมากขึ้นแล้ว!”

“น่ากลัวจริง ๆ ถ้าเราฝึกฝนในจารึกนี้ได้ ฉันคงกลายเป็นเทียมเทพได้ภายในไม่กี่สิบปีแน่!”

“น่าเสียดายที่เราต้องทำลายจารึกนี่ อณูแห่งชีวิตข้างในรั่วออกมาหมดแล้ว!”

ผู้ปลุกพลังจำนวนหนึ่งตกตะลึง แต่แล้วก็แสดงสีหน้าเสียใจออกมา

“น่าเสียดายจริง ๆ! แต่ถึงอณูแห่งชีวิตจะออกไปหมดแล้วก็คงยังมีสมบัติมากมายอยู่ข้างในจารึกใช่ไหม?”

ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งกล่าว

“ใช่แล้ว!”

“ด้วยอณูแห่งชีวิตพวกนี้ สมบัติข้างในต้องถูกบำรุงด้วยอณูแห่งชีวิตมานับปีไม่ถ้วน ต้องเป็นสมบัติล้ำค่าของจริงแน่!”

“ไปหาพวกมันกัน!”

“มัวรออะไรอยู่ล่ะ!”

หลังจากที่ได้ยินเสียงเตือน เหล่าผู้ปลุกพลังก็นึกขึ้นได้และเริ่มใช้กระบวนท่าคนแล้วคนเล่า ก่อนจะพุ่งตรงไปยังกลุ่มอาคารเหล่านั้น

แม้ว่าสมบัติทั้งหมดจากที่แห่งนี้จะต้องถูกส่งมอบก่อนที่จะถูกแจกจ่ายอีกครั้ง หากฉู่โม่ว ซูเจาเจา และกวนหนิงหนิงไม่อยากได้สมบัติที่พบ พวกเขาก็สามารถเลือกได้

เพราะฉะนั้น พวกเขาจะต้องพยายามตามหาสมบัติอย่างสุดความสามารถ!

ผู้ปลุกพลังทุกคนต่างก็มุ่งหน้าเข้าไปค้นหาทั่วทุกหนแห่ง

“พวกเราก็เข้าไปกันเถอะ!”

ซูเจาเจาและกวนหนิงหนิงเองก็รอไม่ไหวแล้ว

มีสมบัติมหาศาลอยู่ในจารึกขนาดใหญ่นี้ที่เหนือยิ่งกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการออก หากค้นหาได้ครบทุกชิ้นก็คงจะมีค่าอย่างน้อยหลายสิบล้านเหรียญเงินครามเลยทีเดียว!

นี่มันมากกว่าที่พวกเขาเคยจินตนาการไว้เสียอีก!

ทุกคนพุ่งตรงเข้าไปข้างใน และในไม่ช้าฉู่โม่วก็กลายเป็นคนสุดท้ายที่ยังอยู่ข้างนอก

เขาไม่ได้เริ่มค้นหาทันที แต่เรียกนกล่าสมบัติซื่อบื้อออกมาจากโลกในฝ่ามือ แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะเต็มไปด้วยสมบัติ มันก็มีรัศมีกว่าหลายร้อยกินโลเมตร และการค้นหาสมบัติล้ำค่าทีละชิ้นก็เป็นงานหนักเกินไป

“ฟัน!”

กระบี่ดาราทมิฬของฉู่โม่วฟันออกไปในแนวนอน ปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวโจมตีไปที่หุ่นกลตัวนั้นทันที เมื่อทั้งสองฝ่ายปะทะกัน พลังปราณกระบี่ก็ฟันแขนของหุ่นกลจนขาดและกระทั่งทำให้ร่างกายของมันแตกร้าว

แต่แม้ว่าหุ่นกลจะมีรูปร่างเป็นมนุษย์ มันก็ไม่ได้มีชีวิตจริง ๆ แม้ว่าแขนของมันจะถูกตัดออกและมีรอยแตกร้าวบนร่างกาย มันก็ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อยและยังคงโจมตีเพื่อสังหารฉู่โม่วต่อไป

‘สัตว์อสูรประดิษฐ์แบบนี้ส่งผลกับมรดกของอารยธรรมด้วย น่าสนใจจริง ๆ!’

‘เห็นได้ชัดว่ามันเป็นแค่หุ่นกลธรรมดาและเคยมีระดับพลังอย่างมากแค่ขั้นราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาว แต่หลังจากที่ได้รับผลจากมรดกแห่งอารยธรรม พละกำลังของมันก็เทียบได้กับราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดผู้เข้าใจในพลังศักดิ์สิทธิ์และกระทั่งก้าวข้ามไปไกลกว่านั้นด้วยซ้ำ!’

‘แค่พละกำลังก็อย่างน้อย 100 ล้านพลังมังกรแล้ว!’

ฉู่โม่วคิดในใจ

แม้ว่าเขาจะเคยเห็นสัตว์อสูรประดิษฐ์มาหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่เห็น ฉู่โม่วก็ยังต้องตกตะลึงออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจ

แต่ถึงสัตว์อสูรประดิษฐ์นี้จะน่าอัศจรรย์ มันก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉู่โม่วแม้แต่น้อย

หลังจากที่ฟันกระบี่ออกไปอีกมากกว่าสิบครั้ง ในที่สุดหุ่นกลก็ทนต่อไปไม่ไหวและถูกฉู่โม่วบดขยี้พร้อมเสียงดังลั่น มันกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและกระจัดกระจายไปบนพื้นทันที

หึ่ง!

ด้วยแสงสว่างจ้า ลูกแก้วแสงขนาดเท่ากำปั้นค่อย ๆ รวมตัวกันเข้ามาและซึมเข้าไปในร่างกายของฉู่โม่ว จุดแสงนั้นถูกร่างกายดูดซึมเข้าไปอย่างรวดเร็วเหมือนกับตอนที่เขาสังหารมังกรทมิฬก่อนหน้านี้ พรสวรรค์ทั้งหลายถูกย่อยและดูดซับ

“เฮ้อ…”

เมื่อสัมผัสได้ว่าพรสวรรค์ในร่างกายค่อย ๆ สงบลง ฉู่โม่วก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ค่อย ๆ ชักกระบี่ออกมา และเดินไปที่โต๊ะหิน

เขายื่นมือออกไปหยิบกระดานหมากล้อม

ทันทีที่เริ่มจับ ฉู่โม่วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

เป็นอย่างนั้นจริง ๆ

ตามที่เขาคาดการณ์เอาไว้

คุณภาพของสมบัติชิ้นนี้ไม่ต่ำอย่างแน่นอน มันแทบจะเทียบได้กับคันฉ่องฉายลึกลับเลยทีเดียว

ตามราคาบนดาวเคราะห์สีเงินแล้ว ถ้าฉู่โม่วอยากจะขายมันก็คงจะมีมูลค่าอย่างน้อย 300 ล้านเหรียญเงินคราม!

“เยี่ยม!”

“เริ่มต้นได้ดี!”

ฉู่โม่วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและเก็บมันเข้าไปในมิติพกพาทันที

ต่อมา

หลังจากที่ค้นหาที่นี่อย่างละเอียดอีกครั้งและยืนยันได้ว่าไม่มีสมบัติอะไรอีก เขาก็ออกไปจากคฤหาสน์

“อาไต๋ ทำได้ดีมาก หาต่อไป!”

ชายหนุ่มกล่าวออกคำสั่ง

“รับทราบ!”

เจ้านกล่าสมบัติซื่อบื้อกล่าวอย่างร่าเริงและนำทางฉู่โม่วต่อไป

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์