เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 509

บทที่ 509 ทั่วทั้งจักรวาลตกตะลึง ทุกเผ่าพันธุ์ล้วนพากันหวาดผวา!

ฉู่โม่วยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายลมฤดูใบไม้ผลิของเมืองวสันตฤดู

ไม่เว้นแม้แต่เทวะยุทธ์อวิ่นซาน ทุกคนล้วนตกตะลึง

มันต้องใช้เวลานานมากกว่าพวกเขาจะได้สติกลับมากันอีกครั้ง ซึ่งแม้ว่าจะได้สติแล้ว บนใบหน้าของพวกเขาก็ยังคงแสดงความเหลือเชื่ออยู่ไม่คลาย จนกระทั่งความเงียบสงัดถูกทำลายลงด้วยเสียงพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น

“นั่นเหรอ คือพลัง 900 ล้านพลังมังกรงั้นเหรอ!? เผ่าพันธุ์ของพวกเรามาถึงจุดนี้ได้เป็นเผ่าพันธุ์แรกจริง ๆ เหรอ?”

“ไม่น่าเชื่อ ไม่น่าเชื่อจริง ๆ!”

“ไม่มีทางเชื่อได้เด็ดขาด!”

“คราวนี้ มนุษยชาติของพวกเราได้มีชื่อเสียงไปทั่วทุกเผ่าพันธุ์แน่!”

“ไม่คาดคิดเลย ไม่คาดคิดเลยว่ามนุษย์อย่างเรา ๆ จะสามารถเอาชนะพวกเผ่าพันธุ์ที่เคยดูถูกมาโดยตลอดได้แบบนี้! ถือเป็นความสำเร็จที่คาดไม่ถึงจริง ๆ!”

“คราวนี้แหละ พวกเราจะจารึกชื่อของมนุษย์ลงไปในอวกาศ!”

กลุ่มของเหล่าผู้ปลุกพลังพากันอุทานออกมา ทุกถ้อยคำของเขาต่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้น และหลาย ๆ คนยังสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างโดยไม่สามารถหยุดได้

มันไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่มันคือความตื่นเต้น!

มันเป็นความตื่นเต้นที่พวกเขาไม่อาจจะควบคุมร่างกายของตนเองได้เลย!

สถานการณ์นี้ยากเกินกว่าจะทำตัวไม่ให้ตกตะลึงได้จริง ๆ

ยังไงเสีย ศิลาต้นกำเนิดนั้นก็ประกอบไปด้วยอัจฉริยะจากทุกเผ่าพันธุ์ที่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในจักรวาลและทุกยุคทุกสมัย ดังนั้นแล้วมันจะมีกี่หมื่นพันสายพันธุ์กัน? มีเผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังอีกมากมายนับไม่ถ้วน แต่ท่ามกลางเผ่าพันธุ์เหล่านี้ มนุษย์นั้นถือว่าธรรมดาที่สุด พูดกันตามตรง พลังของมนุษย์จัดว่าเป็นเพียงเผ่าพันธุ์ระดับกลางหรือระดับต่ำเท่านั้น

เพราะงั้นแล้ว สำหรับมนุษยชาติ การที่ได้มีชื่อถูกสลักไว้ในศิลาต้นกำเนิดนั้นก็นับว่าเป็นเกียรติอย่างหาที่สุดไม่ได้แล้ว ที่ผ่านมาพวกเขามีผู้ที่ทำสำเร็จได้ก่อนฉู่โม่วเพียงสี่คนเท่านั้น ถึงแม้มันจะน้อยมาก ๆ แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าพึงพอใจสุด ๆ

ในตอนนี้

ฉู่โม่วได้เข้าสู่ระดับสูงที่สุดจริง ๆ!

เป็นอันดับ 1 จากทุกเผ่าพันธุ์ที่สุดแสนทรงพลังจากทั่วทั้งจักรวาล!

อันที่จริง เพียงแค่ติด 100 อันดับแรกได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว เพราะนั่นหมายถึง เขายังต้องฝ่าฟันกับอีกหลายเผ่าพันธุ์นับไม่ถ้วนกว่าจะมายืนหยัดอยู่ใน 100 อันดับได้!

ในส่วนของ 10 อันดับต้น แต่ละคนต่างรู้ดีว่าถูกจับจองโดยเหล่าเผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังเหนือเผ่าอื่น ๆ เผ่าพันธุ์เหล่านี้มีอำนาจมากกระจายไปทั่วทั้งจักรวาล

และ 3 อันดับต้น จะถือเป็นเหล่าเผ่าพันธุ์ที่สืบเชื้อสายจากมังกรโดยแท้จริง ถือเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล ว่ากันว่าเมื่อหลายร้อยล้านปีที่แล้ว ความแข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์จำพวกนี้สูงกว่าที่จะสามารถจินตนาการได้ ปกครองจักรวาลทุกอณูได้อย่างสมบูรณ์ อยู่เหนืออัจฉริยะทุกเผ่าพันธุ์ได้อย่างเหนือชั้น

และจักรพรรดิหลิงเทียนหรือผู้ที่เป็นอันดับ 1 นั้น ถือเป็นตัวตนต้องห้ามสำหรับจักรวาลนี้เลย

ในยุคโบราณยากที่จะระบุปีได้ จักรพรรดิหลิงเทียนนั้นยิ่งใหญ่เท่าฟ้า เขาโจมตีทุกเผ่าพันธุ์ในจักรวาลแห่งนี้และตำหนักสวรรค์ ก่อนจะตั้งตนเป็นสุดยอดจักรพรรดิ ว่ากันว่าภายใต้สรวงสวรรค์แห่งนี้ เขาทำให้ทุกเผ่าพันธุ์ต้องสั่นสะเทือน แผ่บารมีไปทั่วทุกสารทิศ

กลายเป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่งเหนือกว่าสิ่งใดในยุคนั้น ๆ

เมื่อเรื่องเล่าเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของจักรพรรดิหลิงเทียนกระจายไปทั่วทั้งจักรวาล เพียงแค่ได้พูดชื่อของเขา จักรพรรดิหลิงเทียนก็สามารถรับรู้ได้เลย ใครก็ตามที่กล้าไม่เคารพเขาจะถูกทำลายแม้จะอยู่ห่างไปไกลถึงร้อยล้านกิโลเมตร สายฟ้าฟาดที่มาจากฟากฟ้าจะฟาดผ่าลงมาที่ร่างนั้น และลบล้างเขาออกจากจักรวาลไป

“สู้กับทุกเผ่าพันธุ์ด้วยตัวคนเดียว กดดันจักรวาลให้ศิโรราบ!”

“ไขว่คว้าสรวงสวรรค์มาไว้ในมือ สรรสร้างสวรรค์ใหม่ให้เป็นที่เลื่องลือและสยบทุกขุมกำลังตั้งแต่บรรพกาลจวบจนปัจจุบันนี้!”

“กล่าวขานนามแห่งผู้ยิ่งใหญ่ในวันที่เขาได้กลับมาเกิดใหม่ และเมื่อนั้น ชีวิตนิรันดร์จะประจักษ์แก่ผู้นับถือ!”

ทุกถ้อยคำที่กล่าวถึงจักรพรรดิหลิงเทียนนั้นยิ่งใหญ่และทรงพลัง สมแล้วที่เขาสามารถสยบทุกเผ่าพันธุ์ในจักรวาลแห่งนี้ได้

เขาเป็นทั้งผู้ยิ่งใหญ่และรอบรู้ รู้จักทุกเผ่าพันธุ์เพียงแค่มองปราดเดียว

ภายหลัง

จักรพรรดิหลิงเทียนอยากจะออกจากจักรวาลแห่งนี้ เพราะงั้นเขาจึงเลือกที่จะประทับรอยเท้าไว้บนถนนบรรพกาล บนดวงดาวของฟากฟ้าระยิบระยับ เดินทางไปยังอีกฟากหนึ่งของจักรวาลอันไกลโพ้น และเปิดหนทางใหม่สู่ยุคของอนาคต

ไม่รู้ว่าอีกนานเพียงไหน ยุคสมัยในฟากนั้นจะเสร็จสมบูรณ์

ไม่มีการหวนกลับมาสำหรับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ จะเหลือไว้ก็แต่สรวงสวรรค์สูงสุดที่เขาได้สร้างไว้ คงอยู่เป็นอนุสรณ์สถานมานานจนไม่อาจจะนับปีได้ ตระหนักเตือนให้ทุกเผ่าพันธุ์ไม่ว่าจะสูงส่งหรือต่ำต้อยถึงเพียงไหน ว่าให้ยอมจำนนต่อจักรพรรดิหลิงเทียนอย่างไม่อาจต่อต้าน

แต่แล้ว

ในตอนนี้ ฉู่โม่วก็ได้ดึงเขาลงมาจากการเป็นจุดสูงสุด ราวกับขับไล่อีกฝ่ายลงจากบัลลังก์ เช่นนั้นแล้ว แสดงว่าในอนาคต…เขาเองก็จะสามารถยิ่งใหญ่ได้เท่าจักรพรรดิหลิงเทียนเมื่อเวลามาถึงงั้นหรือ?

แม้มันจะเป็นเพียงการคาดคะเน ผลลัพธ์ที่อาจจะเกิดขึ้นนั้นจัดว่าอยู่ในระดับต่ำมาก ๆ บางทีอาจจะต่ำกว่าหนึ่งในหมื่นเสียอีก เรียกได้ว่าแทบจะใกล้เคียงกับคำว่า เป็นไปไม่ได้

“เขาฝึกฝนจนแข็งแกร่งระดับนี้ได้ยังไงกัน? นี่มันน่าเหลือเชื่อสุด ๆ!”

พายุแห่งความสงสัยก่อตัวขึ้นในใจเขาจนต้องพึมพำออกมา

หากไม่ใช่ว่าฉู่โม่วได้จารึกชื่อตนเองเป็นอันดับหนึ่งในศิลาต้นกำเนิดได้ เขาคงจะไม่เชื่อข่าวนี้แน่ ๆ

“น่ากลัว!”

“นี่น่ะหรือ อัจฉริยะที่แท้จริง? เทียบกันแล้ว ฉันไม่ได้ต่างอะไรกับคนธรรมดาในสายตาเขาเลย!”

“ฉู่โม่ว? เขาคือใครกัน? ทำไมถึงมีพลังที่ยากเกินกว่าจะทัดเทียมได้ขนาดนี้? เขาต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ ๆ จะต้องมาจากตระกูลของมนุษย์ชั้นสูง! แต่ว่าทำไมฉันถึงไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่า มีมนุษย์ชั้นสูงที่ชื่อสกุลฉู่อยู่ด้วย? เป็นตระกูลใหญ่หรือเปล่านะ?”

“หรือจะเป็นตระกูลฉู่ที่อยู่บนดาวเคราะห์สีดำ? แต่ตระกูลฉู่บนดาวเคราะห์สีดำนั่นก็มีพลังธรรมดาเท่านั้นแท้ ๆ และต่อให้เป็นตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุด ก็ยังมีบรรพบุรุษที่แข็งแกร่งได้ใกล้เคียงสวรรค์เฉย ๆ เท่านั้น ดังนั้นไม่มีทางที่เขาจะฝึกฝนจนมีพลังระดับอัจฉริยะแบบนี้ได้แน่ ๆ!”

“บางทีอาจจะเป็นลูกหลานจากตระกูลลับ แต่เป็นตระกูลลับที่ยิ่งใหญ่!”

เหล่าผู้แข็งแกร่งมากมายภายในเผ่าพันธุ์มนุษย์เริ่มพูดกันเรื่องนี้

นอกจากเผ่าพันธุ์มนุษย์แล้ว เผ่าพันธุ์อื่นในจักรวาลก็รู้ข่าวอย่างรวดเร็วเช่นกัน

“อะไรคือมนุษยชาติ? ทำไมพวกฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย?”

“ทั้ง ๆ ที่แข็งแกร่งได้ขนาดนี้ ทำไมพวกเราถึงไม่เคยได้ยินเรื่องราวของมนุษยชาติ?”

“ฉันรู้จักมนุษย์นะ แต่ว่ากันว่าเป็นเพียงเผ่าพันธุ์เล็ก ๆ เองนี่ ทำไมเจ้าพวกนี้ถึงกลายเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้กัน?”

“ตรวจสอบเร็ว! หาให้พบว่าเกิดอะไรขึ้นกับมนุษยชาติตอนนี้!”

“ฉู่โม่ว… สักวันหนึ่ง ฉันจะต้องเทียบชั้นกับคนคนนี้ให้ได้!”

ท่ามกลางเผ่าพันธุ์มากมายในจักรวาล มีหลายเผ่าพันธุ์ที่สั่นสะเทือน และมีอีกหลายเผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังกำลังให้ความสนใจกับมนุษยชาติ ณ ตอนนี้

ในขณะที่ฉู่โม่วยังคงอยู่ในแดนนิพพาน

ชื่อของเขาได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งเผ่าพันธุ์ของตนและทั่วทั้งจักรวาลไปพร้อม ๆ กันโดยที่ไม่รู้ตัวเลย ในตอนนี้ เขาได้กลายเป็นที่กล่าวขานจากทั่วทั้งจักรวาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์