เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 510

บทที่ 510 การเปลี่ยนแปลงของระบบกลืนกิน และ ฝึกฝนชีพจรมหาเทวะสมบูรณ์

แดนนิพพาน

ฉู่โม่วไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นที่ด้านนอก

ในตอนนี้ เขากำลังชื่นชมชื่อของตนเองที่ปรากฏอยู่บนศิลาต้นกำเนิด

อันดับที่ 1 ผู้อยู่เหนือเหล่าอัจฉริยะจากทุกเผ่าพันธุ์โดยไร้ที่ติ!

แม้แต่ตัวฉู่โม่วเอง

เมื่อได้เห็นภาพเช่นนี้ เขาก็ยังอดที่จะรู้สึกทรงเกียรติและชื่นชมตนเองอยู่ภายในใจไม่ได้

ซู่ม!

ทว่าตอนนั้นเอง เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นภายในศิลาต้นกำเนิด ควบคู่ไปด้วยแสงสว่างวาบที่ระยิบระยับ ในชั่วพริบตา แสงลึกลับเหล่านั้นก็รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนและลอยขึ้นไปบนฟากฟ้าภายในห้วงจิตของชายหนุ่มเอง

ครืน! ครืน! ครืน!

จังหวะที่ดวงแสงนั้นกำลังตกลงสู่ร่างกาย พรสวรรค์ทั้งหมดภายในร่างต่างก็พากันตื่นตระหนก พวกมันดูจะต้องการดวงแสงนี้กันอย่างมาก ราวกับว่าอยากจะแย่งกันกลืนกินพลังนี้ให้หมดไป

แต่ก็ใช่ว่าจะมีแค่พรสวรรค์เท่านั้นที่ดูอยากจะกลืนกินแสงนี้

คลื่นสั่นสะเทือนเบา ๆ ปรากฏขึ้นจากส่วนที่ลึกที่สุดของสมองของเขาเอง และคลื่นนี้ค่อนข้างจะผันผวนมาก ๆ เลยทีเดียว

ทันใดนั้น

พรสวรรค์ทั้งหมดก็เหมือนจะโดนข่มกดและทำให้ไม่สามารถทำงานได้ไปชั่วขณะ

แต่ใช่ว่าพรสวรรค์เหล่านี้จะยอมถูกกดลงแต่โดยดี พวกมันยังคงดิ้นพล่านเพื่อที่จะได้มาซึ่งดวงแสงนั้นต่อ ดูท่าว่ากลุ่มก้อนแสงนี้จะสำคัญกับพวกมันมาก สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะแรงจูงใจ แต่เกิดขึ้นเพราะจิตสำนึกของพวกมันเองที่อยากจะกลืนกินพลังนี้ เพราะงั้นมันจึงไม่รู้จักความยับยั้งชั่งใจเมื่อได้พบแสงปริศนา

ความผันแปรอันเกิดจากส่วนลึกของสมองนี้ก็ดูเหมือนจะรับรู้ได้ถึงความดื้อดึงของเหล่าพรสวรรค์ภายในร่างแล้ว เพราะงั้นมันจึงส่งคลื่นอีกระลอกออกมา

คลื่นแปรผันในครั้งนี้มีความหนักแน่นกว่าครั้งก่อน ๆ มาก และมันทำให้พรสวรรค์ทั้งหมดต้องยอมสงบลงไปในทันที ทำให้ไม่สามารถขยับไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบไปพักใหญ่ ๆ

หลังจากผ่านจุดนี้ไปแล้ว

คลื่นแปรผันเหล่านั้นก็หายไป และกลายเป็นดวงแสงสีทองลูกหนึ่งที่ออกมาจากส่วนลึกของสมองแทน มันพุ่งเข้าไปหลอมรวมกับดวงแสงและพยายามชักนำดวงแสงนั้นให้เข้ามายังส่วนลึกของสมอง ก่อนจะหายไปช้า ๆ

เมื่อแสงเหล่านั้นหายไป ความต้องการพลังของเหล่าพรสวรรค์ในร่างของเขาก็พลอยหายไปตามธรรมชาติด้วย

ถึงก่อนหน้านี้จะพากันตื่นราวกับมดแตกรัง แต่ในตอนนี้พรสวรรค์ทั้งหลายก็กลับมาอยู่อย่างสงบราวกับเมื่อครู่นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

และในขณะเดียวกันนั้นเอง

ภายในห้วงจิตของฉู่โม่ว ความวุ่นวายราวกับพายุใหญ่เหนือท้องทะเลก็ได้ก่อตัวขึ้น

เขารับรู้ได้ถึงพลังงานลึกลับที่ผุดขึ้นภายในสมองของเขา มันกำลังแปรสภาพและหลั่งไหลเข้าไปตามแต่ละส่วนของสมองอีกทีหนึ่ง

สมองนั้นถือเป็นส่วนที่ลึกลับและสำคัญที่สุดของร่างกาย

ผู้ปลุกพลังที่ฝึกฝนตนเองจนอยู่ในระดับสูงสุด ๆ แล้ว แม้ร่างกายจะบาดเจ็บหนักเจียนตาย พวกเขาจะยังสามารถรักษาตนเองได้ หรือแม้กระทั่งงอกอวัยวะที่ขาดไปใหม่ก็ยังทำได้ แต่ถ้าหากสมองถูกทำลาย ต่อให้มีพลังสูงทะลุฟ้า ก็ไม่อาจจะรอดจากความตายได้!

ในกรณีนี้

สมองของฉู่โม่วถูกทำลายโดยพลังงานลึกลับนั้นไปแล้ว ซึ่งหากเป็นปกติ เขาคงจะต้องตายในเวลาไม่นาน

แต่โชคยังดี

ที่สิ่งที่เข้ามาในสมองของเขา มันไม่ใช่พลังที่ทำร้ายสมอง กลับกันมันเป็นพลังที่ดีและช่วยพัฒนาสมองควบคู่กันไป แม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นานนัก แต่สิ่งที่ได้รับมาก็ยิ่งใหญ่พอตัว ซึ่งปลายทางของการพัฒนาครั้งนี้…

ก็คือ …ระบบกลืนกิน!

พลังงานลึกลับนั้นเป็นพลังงานที่มาจากศิลาต้นกำเนิด ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับระบบกลืนกินโดยตรง!

ผลของมันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่ในระบบกลืนกินนี้

“ขอดูหน่อยซิว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง!”

ฉูู่โม่วคาดหวังกับการเปลี่ยนแปลงนี้มาก ๆ

เขาเริ่มตรวจสอบความสามารถที่พัฒนาขึ้นมาอย่างละเอียดรอบคอบ ซึ่งมันใช้เวลาไม่นาน สีหน้าของฉู่โม่วก็แสดงความตกตะลึงออกมา

“ไม่คาดคิดเลยจริง ๆ …”

“ตอนนี้ฉันสามารถใช้ระบบกลืนกินกับมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้แล้ว!”

พายุแห่งความตื่นเต้นก่อตัวในใจชายหนุ่ม

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าระบบกลืนกินนั้นสำคัญต่อเขามากขนาดไหน

การที่ฉู่โม่วมาจนถึงทุกวันนี้ได้ เกือบทั้งหมดก็เพราะเขามีระบบกลืนกิน!

จากแต่ก่อน ระบบกลืนกินนั้นทำได้แค่กลืนกินความสามารถจากซากศพเท่านั้น

ภายหลังที่ฉู่โม่วได้พัฒนาระบบกลืนกินขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งผ่านการกลืนสมบัติหายากเข้าไป มันก็เริ่มสามารถกลืนกินพลังจากสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่ตายเผ่าพันธุ์อื่นได้ และทำให้ระบบกลืนกินสามารถใช้งานได้บ่อยขึ้น

แต่ในตอนนี้ ภายหลังจากที่ระบบกลืนกินได้รับการปรับปรุงอีกครั้ง เขาสามารถใช้ระบบกลืนกินนี้กับสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์เดียวกับเขาได้แล้ว!

นี่หมายความว่าอย่างไร?

นี่หมายความว่า ขอบเขตของการกลืนกินที่เขาสามารถทำได้ มันเพิ่มขึ้นอีก!

‘ตอนแรกคิดว่าระบบกลืนกินจะใช้ได้แค่กับศพเท่านั้น และข้อจำกัดเองก็ค่อนข้างเยอะมากด้วย ฉันเลยไม่กล้าใช้มันกลืนกินพลังของคนที่ค่อนข้างแข็งแกร่งสักเท่าไหร่’

‘แต่ตอนนี้ หลังจากที่ระบบพัฒนาขึ้น ต่อให้เป็นคนที่ยังมีชีวิต ก็สามารถใช้ระบบกลืนกินได้… แสดงว่า ถ้าฉันเข้าใกล้คนที่แข็งแกร่งได้ละก็… ไม่ว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งขนาดไหน ฉันก็จะสามารถกลืนกินความสามารถของเขาได้โดยไม่ต้องลงมือกำจัดทิ้งก่อน!’

ฉู่โม่วตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก

เผชิญกับทุกสิ่งอย่างที่เข้ามาในจิตใจ

เตรียมตัวเรียบร้อย ฉู่โม่วก็เริ่มนั่งขัดสมาธิ กระตุ้นเส้นลมปราณ รีบรวบรวมพลังงานที่อยู่รอบตัวและเปิดจุดทวาราทั่วร่างกายพร้อมกับจุดตันเถียนในเวลาเดียวกัน

ซุ่ม ซุ่ม

คลื่นพลังงานที่บริสุทธิ์มาก ๆ ถูกดูดซึมเข้ามาในร่างกาย จากนั้นมันก็มุ่งเข้าสู่ทวาราแห่งกระบี่ต่าง ๆ เพื่อเปิดจุดตันเถียนแห่งใหม่ไปด้วย

แกร๊ก!

แกร๊ก!

แกร๊ก!

กาลเวลาผ่านไป ร่างกายของฉู่โม่วส่งเสียงแกร๊ก ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง มันดังมาจากทวาราแห่งกระบี่และจุดตันเถียนที่ถูกเปิดออกทีละจุด ๆ

300!

310!

320!

เกือบจะทุกวินาที จำนวนทวาราแห่งกระบี่และจุดตันเถียนที่ถูกเปิดออกบนร่างกายของฉู่โม่วก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในช่วงเวลาสั้น ๆ เขาได้จุดตันเถียนเพิ่มมากว่าสิบสองจุดแล้ว!

ไม่นานนัก

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างราบรื่น

ตามมาจากเสียงแกร๊ก ๆ ที่ดังอย่างต่อเนื่อง ความผันแปรที่รุนแรงก็กระจายไปทั่วทั้งร่างของเขา

พักใหญ่ ๆ คลื่นแปรผันเหล่านั้นจึงค่อย ๆ หายไป

พร้อมกันนั้นเอง

ฉู่โม่วก็ได้ลืมตาขึ้น

“ชีพจรมหาเทวะ เขาสู่ขั้นสมบูรณ์แล้ว!”

เขาพูดเบา ๆ กับตนเอง

เมื่อมองเข้าไปในร่าง

สิ่งแรกที่พบก็คือ ทวาราแห่งกระบี่ทั้ง 365 จุดและจุดตันเถียนทั่วทั้งร่างได้รับการเปิดจนหมด พวกมันส่องแสงออกมาเสมือนดวงดาวที่เปล่งประกายบนฟากฟ้า

เห็นเช่นนั้น รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์