บทที่ 511 เมื่อครั้งหนึ่งได้กลายเป็นที่รู้จักแล้ว จะไม่มีใครในโลกไม่รู้จักคุณอีก!
“ตั้งแต่ที่ได้คัมภีร์ชีพจรมหาเทวะมาจนถึงตอนนี้ ในที่สุดฉันก็ฝึกจนเสร็จสมบูรณ์ได้!”
ฉู่โม่วถอนหายใจอย่างโล่งอก สีหน้าเขาแสดงความปล่อยวางออกมาชัดเจนขณะพูดเบา ๆ
ทวาราแห่งกระบี่ทั้ง 365 จุดทั่วร่างกายได้เปิดและกลายเป็นจุดตันเถียนกันหมดแล้ว ซึ่งมันไม่เพียงแต่ทำให้พลังงานภายในร่างกายของฉู่โม่วแข็งแกร่งขึ้นเพียงนิดหน่อย แต่มันแข็งแกร่งขึ้นกว่าจุดตันเถียนในร่างของผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน ถึง 18 เท่าเลยด้วย!
ยิ่งไปกว่านั้น
ด้วยความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับเส้นลมปราณ การปะทุของพลังที่เส้นลมปราณทำได้ก็พลอยเพิ่มขึ้นไปอีก
ยกตัวอย่างเช่น …
หากการเปิดเส้นลมปราณของฉู่โม่วก่อนหน้านี้นับเป็น 1 จะมีสภาพเหมือนธารเล็ก ๆ ในร่างกาย ตอนนี้ที่มันเพิ่มขึ้นเป็น 3 ถึง 5 มันจะมีสภาพเหมือนแม่น้ำ
การเปิดเส้นลมปราณที่สูงขึ้นนี้ ทำให้ฉู่โม่วแข็งแกร่งขึ้นด้วย
เมื่อต้องต่อสู้กับศัตรู มันจะทำให้ท่าไม้ตายต่าง ๆ ของเขามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
“เยี่ยม!”
ฉู่โม่วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“ยังเหลืออีกสองชั่วโมงก่อนจะจบ ใช้ให้คุ้มเลยดีกว่า”
“โอกาสนี้แหละ จะต้องหากระบวนท่ามาฝึกให้คุ้มเวลาที่สุด บางทีอาจจะช่วยลดเวลาในการฝึกของฉันอีกหลายปีเลยก็ได้!”
เขาพึมพำกับตนเอง
จากนั้นก็ตัดสินใจเริ่มฝึกแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนก่อน
ถึงแม้ว่ากระบวนท่านี้จะเกี่ยวโยงกับจิตวิญญาณ ซึ่งมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับพลังที่ร่างกายต้องการ
แต่ภายในแดนนิพพานนี้ สมบัติที่ชายชราทั้งสามนำมาสรรสร้างรวมกันทำให้เพิ่มพลังให้ทุกด้าน นั่นเป็นเพราะในบรรดาสมบัติเหล่านั้น น่าจะมีส่วนที่ช่วยเพิ่มพลังจิตวิญญาณอยู่ด้วยแน่ ๆ ด้วยเหตุนี้หากนำกระบวนท่าเกี่ยวกับจิตวิญญาณมาฝึกด้วย มันจึงได้ผลดีไม่ต่างกัน
ทำตามที่วางแผนไว้
ณ ตอนนั้น ฉู่โม่วรวบรวมสมาธิไปที่จิตของเขาอีกครั้ง ดำดิ่งไปในการฝึกฝนและเริ่มเพิ่มพลังจิตวิญญาณด้วยความแข็งแกร่งทั้งหมดที่มี
ในส่วนของการฝึกฝนกายหยาบ เขาเลือกที่จะหยุดมันไว้ก่อนสำหรับตอนนี้
นั่นเพราะเขาได้สำเร็จการเพิ่มความแข็งแกร่งให้พื้นฐานร่างกายถึง 3 เท่าแล้ว ความแข็งแกร่งของเขามันเพิ่มขึ้นเร็วเกินไป ต่อให้ฉู่โม่วจะมีรากฐานร่างกายที่แข็งแกร่งมาก ๆ แต่ก็ยังรู้สึกไม่สบายตัวนักที่จู่ ๆ ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันในหนึ่งวัน
เขาคิดว่าควรจะหยุดมันไว้สักพักและหันไปฝึกฝนรากฐานอื่นที่ควรจะฝึกเพิ่มแทน
ครืน!
ตามมาจากการฝึกฝนกระบวนท่าแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน จิตวิญญาณภายในร่างของฉู่โม่วเองก็ทำสมาธิด้วย ทุกลมหายใจ มันปลดปล่อยแสงสีทองอ่อน ๆ ออกมา และแสงนั้นก็ห่อหุ้มร่างของชายหนุ่มไว้ให้มีแสงสีทองระเรื่ออยู่เป็นนิจ
พร้อมกันนั้น
กงล้อจิตวิญญาณทองคำที่ด้านหลังก็ระเบิดแสงสวรรค์ออกมา ภายในแสงนั้นเปี่ยมไปด้วยความลึกลับอันหาที่สิ้นสุดไม่ได้ ทำให้ใครก็ตามที่ได้เห็นต่างก็ต้องรู้สึกตกตะลึง
ภายในกรรมวิธีนี้ กงล้อทองคำทั้งสี่ที่ตอนแรกดูเหมือนเป็นภาพลวงตาก็ค่อย ๆ หนาแน่นขึ้น
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า
ฉู่โม่วยังคงฝึกอยู่อย่างสันโดษ ค่อย ๆ รวบรวมพลังและพัฒนาความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณไปเรื่อย ๆ จนไม่สามารถปลีกตัวออกมาทำอย่างอื่นได้เลย
…
ภายในแดนนิพพาน
เมื่อมองไปยังฉู่โม่วผู้ที่กำลังนั่งขัดสมาธิเพื่อฝึกฝนกระบวนท่าของตนอยู่ ชายชราทั้งสามก็อดไม่ได้ที่จะหันมองกันเอง ภายในแววตาของพวกเขา ความหวาดกลัวเล็กน้อยกำลังเข้าครอบงำ
ภายใต้แววตานี้
มันสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในเวลานี้ ร่างกายของชายหนุ่มกำลังเต็มเปี่ยมไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์และพลังแห่งกฎเกณฑ์ มากมายที่หลั่งไหลออกมา รอบกายเขาท่วมท้นไปด้วยความยิ่งใหญ่และความศักดิ์สิทธิ์เสมือนเทพเจ้าที่ไร้เทียมทานก็มิปาน
ชายชราทั้งสามคนนี้รับหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์แห่งแดนนิพพานของเหล่ามนุษยชาติ ดังนั้นพวกเขาจึงถือว่าไม่อ่อนแอเป็นธรรมดาอยู่แล้ว
อันที่จริงพวกเขาทั้งสามก็เข้าสู่ขั้นเทวะยุทธ์แห่งมวลมนุษยชาติกันหมดแล้วด้วย
ทว่าในตอนนี้ ยามที่ได้ยืนมองฉู่โม่ว พวกเขาก็ยังอดรู้สึกประหลาดใจอยู่ลึก ๆ ไม่ได้
เทพเจ้าผู้แข็งแกร่งเหล่านี้กำลังเกรงกลัวในตัวผู้ปลุกพลังที่ยังอยู่ในขั้นเก้าของเขตแห่งการเปลี่ยนแปลงงั้นเหรอ?
หากสิ่งนี้ถูกเผยแพร่ออกไปละก็ คงจะต้องมีคนธรรมดาอีกมากมายที่ไม่เชื่อแน่ ๆ แล้วถ้าเป็นสมัยก่อน มันย่อมต้องเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ทั้งสามรู้สึกได้ว่ามันไม่น่าจะมีอยู่จริง!
แต่ตอนนี้
สิ่งที่พวกเขาคิดมาตลอดว่าไม่มีอยู่จริง กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าพวกเขาแล้ว!
“เจ้าหนูนี่…”
“ช่างน่ากลัวจริง ๆ!”
หลังจากพักใหญ่ ๆ ชายชราผู้ยืนอยู่ตรงกลางก็ได้แสดงความรู้สึกออกมา
วันเวลายังผันผ่านไป
ในช่วงที่แดนนิพพานใกล้ปิดตัวลง ชายหนุ่มเองก็เดินออกมาก่อน
เขาสวมผ้าคลุมสีดำที่ไร้รอยแต้มใด ๆ ไม่มีสิ่งใดเลยที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ดังนั้นหากกวาดตามองผ่าน ๆ เขาย่อมไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดาทั่วไป
แต่ในขณะที่เขาก้าวเดินออกมานั้น
สายตาของชายชราทั้งสามที่ซึ่งเป็นผู้พิทักษ์แดนนิพพานแห่งนี้ กลับแสดงความตื่นเต้นจนไม่สามารถควบคุมไว้ได้
“คุณฉู่โม่ว คุณทำให้พวกเราประหลาดใจได้ถึงที่สุดจริง ๆ!”
ชายชราผู้อยู่ตรงกลางกล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
ถึงแม้ว่าทั้งสองที่อยู่ฝั่งซ้ายและขวาจะไม่ได้พูดอะไร แต่พวกเขาก็มองมาด้วยความชื่นชมไม่ต่างกัน
รากฐานร่างกายของฉู่โม่วได้พัฒนาขึ้นจนแข็งแกร่งขึ้นอีกสามเท่าเมื่อเทียบกับคนในระดับเดียวกัน!
พลังกายแตะ 990 ล้านพลังมังกร สยบทุกเผ่าพันธุ์ที่น่าเกรงขามจากทั่วทั้งจักรวาลไม่ว่าจะเป็นอดีตหรือปัจจุบัน แถมยังเป็นอันดับ 1 ภายในศิลาต้นกำเนิดด้วย!
ความสามารถที่น่าตกตะลึงนี้เสมือนระเบิดที่ส่งพลังไปทั่ว
ไม่เว้นแม้แต่เทียมเทพยังต้องสั่นไหว!
และด้วยความแข็งแกร่งหรือพรสวรรค์ ไม่มีสิ่งใดเลยที่จะมีใครมาทัดเทียมได้? เช่นนั้นแล้วจะไม่ให้เหล่ามนุษยชาติดีอกดีใจได้อย่างไร?
“เรื่องบางเรื่องผมคงไม่จำเป็นต้องพูดถึง… แต่ผมคงไม่อาจพลาดที่จะกล่าวขอบคุณผู้อาวุโสทั้งสามสำหรับการช่วยเหลือนี้ได้ มิเช่นนั้นแล้ว ผมผู้น้อยคงไม่อาจจะมาถึงขั้นนี้!”
ฉู่โม่วยิ้มและพูดอย่างถ่อมตน
“พวกเราแค่ทำในสิ่งที่ควรทำ ดังนั้นคุณอย่าได้เก็บไปคิดมากเลย!”
ได้ยินคำกล่าวขอบคุณ ชายชราทั้งสามก็โบกมือ
ชายหนุ่มยิ้มอีกครั้งและไม่ได้พูดอะไรต่อ
จากนั้น
ฉู่โม่วก็กล่าวคำสรรเสริญชายชราทั้งสามอีกนิดหน่อยแล้วจึงกล่าวอำลา เขาถูกส่งออกมานอกแดนนิพพานโดยชายชราทั้งสาม
ทว่า
ก่อนที่จะออกมาไม่นาน จู่ ๆ หนึ่งในสามชายชราก็พูดขึ้น “อย่างไรก็ตาม เขตแดนกลืนพิภพลับดาราคงจะเปิดอยู่อีกสักพัก และภายในนั้นยังมีสิ่งที่น่าค้นหาหลงเหลืออยู่ หากคุณอยากจะเข้าร่วมละก็ เชิญได้เลยนะครับ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์