เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 523

บทที่ 523 มุ่งหน้าไปยังตำหนักบรรพชน!

บนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ยานอวกาศลำใหญ่กำลังเคลื่อนทะลุผ่านจักรวาลและมุ่งหน้าสู่ความมืดมิดที่เต็มไปด้วยดวงดาวอันไกลโพ้น

ฉู่โม่วยืนอยู่บนดาดฟ้า มองไปรอบ ๆ อย่างอยากรู้อยากเห็น

เขากำลังไปที่ตำหนักบรรพชนกับผู้อาวุโสซู สถานที่ซึ่งรวบรวมเหล่าอัจฉริยะของมนุษย์ไว้มากมาย ก่อนจะต้องอาศัยความช่วยเหลือจากผู้อาวุโสแห่งตำหนักบรรพชนเพื่อที่เขาจะสามารถเข้าไปยังเขตแดนลับกลืนพิภพลับดาราได้

การเดินทางนั้นยาวนานมาก

อย่างไรก็ตาม ความเร็วของยานอวกาศลำนี้ก็เร็วมากเช่นกัน ตามที่ผู้อาวุโสซูกล่าว มันควรจะถึงในอีกสองวัน

ระหว่างทางนั้นฉู่โม่วสังเกตเห็นว่า

ยานอวกาศที่เขากำลังอาศัยอยู่ลำนี้ไม่ใช่ยานอวกาศแบบทั่วไปที่นิยมกันในปัจจุบัน แต่เป็นยานอวกาศที่ดูเป็นทางการมากกว่า

“นี่คือยานรบโบราณ สมบัติที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ของเราได้รับมาจากเขตแดนลับ แม้มันจะดูธรรมดาไปบ้าง แต่แท้จริงแล้วกลับมีแสนยานุภาพที่ทรงพลังมาก มันใช้ดวงอาทิตย์เป็นพลังงานและลมแห่งดวงดาวในการขับเคลื่อน สามารถทะลวงผ่านความว่างเปล่าได้ และในแง่ของคุณภาพมันยังแข็งแกร่งกว่ายานอวกาศชั้นนำในตลาดปัจจุบันเสียอีก!”

“หากเปิดใช้งานอย่างเต็มที่ มันสามารถต้านทานการโจมตีจากผู้แข็งแกร่งที่มีพลังอยู่ในขั้นมหาเทวะยุทธ์ได้ และค่ายกลโจมตีที่ถูกติดตั้งไว้บนยานรบโบราณนั้นมีพลังเทียบได้กับขั้นมหาเทวะยุทธ์ระดับสูงสุด!”

ในขณะที่ฉู่โม่วกำลังมองดูมันด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผู้อาวุโสซูก็เดินมาอยู่ด้านข้างพร้อมกับอธิบายด้วยรอยยิ้ม

‘ดวงอาทิตย์คือพลังงานและลมแห่งดวงดาวคือใบเรืองั้นเหรอ?’

‘สามารถต้านทานการโจมตีของมหาเทวะยุทธ์ได้ และมีพลังโจมตีเทียบเท่ามหาเทวะยุทธ์ระดับสูงสุดอีกด้วย?’

เมื่อได้ยินคำอธิบายของผู้อาวุโสซู ชายหนุ่มก็รู้สึกตกใจไปชั่วขณะ

ถ้าเป็นเช่นนั้น ยานรบโบราณลำนี้ก็มีค่ามากจริง ๆ

“ยานรบโบราณล้ำค่าเช่นนี้ เผ่าพันธุ์มนุษย์ของเรามีกี่ลำเหรอครับ?”

ฉู่โม่วถาม…

หากมีจำนวนมาก สถานะเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็จะไม่เป็นเพียงเผ่าพันธุ์ขนาดเล็กหรือขนาดกลางในห้วงจักรวาล

ตามที่คาดการณ์ไว้

หลังจากได้ยินสิ่งนี้ ผู้อาวุโสซูก็ส่ายหัว

“ไม่มากนักหรอก!”

“ยานรบโบราณประเภทนี้ถูกขุดค้นจากเขตแดนลับโบราณ ซึ่งมีจำนวนเพียงสิบกว่าลำ แม้ผู้เชี่ยวชาญของเผ่าพันธุ์มนุษย์จะพยายามถอดแบบโครงสร้างอันซับซ้อนของจารึกเพื่อเลียนแบบก็ยังนับเป็นเรื่องที่ยากมาก

จนถึงตอนนี้ มีเพียงยานรบแบบเรียบง่ายเท่านั้นที่สามารถเลียนแบบได้ ซึ่งอ่อนแอกว่ายานรบโบราณดั้งเดิมมาก ดังนั้นยานรบโบราณที่เหลืออีกหลายสิบลำจึงเป็นสมบัติล้ำค่าที่จะไม่ถูกใช้อย่างพร่ำเพรื่อ!”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้…

เขาหยุดไปชั่วขณะแล้วกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มว่า “เหตุผลที่ฉันนำยานรบโบราณมาใช้ในครั้งนี้ เพราะต้องการพาคุณไปยังที่หมายอย่างปลอดภัย เมื่ออยู่บนยานรบโบราณพร้อมกับชายชราคนนี้ …คุณก็สามารถวางใจได้!”

“ผู้อาวุโสซูกังวลมากเกินไปแล้ว!”

ฉู่โม่วยิ้ม…

ทั้งสองคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ผู้อาวุโสซูจะลดน้ำเสียงลงและพูดว่า “คุณฉู่ การเดินทางไปเขตแดนลับกลืนพิภพลับดารา ไม่สิ… เรียกย่อ ๆ ว่าเขตแดนลับกลืนดาราก็แล้วกัน ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ฉันได้ยินมาว่ามีอัจฉริยะที่ทรงพลังมากจากเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคอยู่ผู้หนึ่ง บุคคลนี้เดิมทีไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ทว่าเขาสามารถสังหารอัจฉริยะที่ทรงพลังที่สุดของเผ่าพันธุ์ตัวเองและบดขยี้เหล่าผู้ปลุกพลังของเผ่าพันธุ์มนุษย์เราในเขตแดนลับกลืนดาราครั้งล่าสุด มันแสดงให้เห็นว่าเขามีความแข็งแกร่งมากมายเพียงใด!”

“ดังนั้นการเข้าร่วมครั้งนี้ คุณจึงต้องระมัดระวังไม่ให้ตกเป็นเป้าหมายของอีกฝ่าย… เพราะคุณคืออนาคตของเผ่าพันธุ์มนุษย์เรา อย่าได้เอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงอย่างเด็ดขาด เข้าใจไหม?!”

สีหน้าเขาจริงจังมาก

“ผมเข้าใจแล้วครับ”

ฉู่โม่วรู้สึกตกใจ แต่ก็พยักหน้าตอบกลับ

“ดีแล้วที่คุณเข้าใจ”

ผู้อาวุโสซูกล่าวต่อทันทีว่า “อันที่จริงแล้วด้วยพรสวรรค์ของคุณ หากมีเวลาเตรียมพร้อมสักหนึ่งร้อยปี ก็สามารถครอบงำโลกได้อย่างแน่นอน แต่น่าเสียดายที่เขตแดนลับกลืนดาราครั้งนี้เปิดเร็วไป ด้วยขั้นพลังของคุณที่ยังไม่ถึงขั้นเทียมเทพจึงถือว่าเสียเปรียบมากเกินไป!”

เขาแสดงท่าทีเสียใจ

หากเขตแดนลับกลืนดาราเปิดช้ากว่านี้หรือฉู่โม่วปรากฏตัวเร็วกว่านี้สักหน่อย เผ่าพันธุ์มนุษย์คงจะสามารถเฉิดฉายในเขตแดนลับกลืนดาราครั้งนี้อย่างแน่นอน กระทั่งบดขยี้เหล่าอัจฉริยะของเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคได้ทั้งหมด ตลอดจนเป็นการชดใช้หนี้แค้นแก่เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ได้สูญเสียไปครั้งก่อน

หนึ่งในนั้นคือพรสวรรค์มือสังหาร!

เมื่อเห็นคำอธิบายนี้ ฉู่โม่วก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็น

ฉู่โม่วเคยเห็นเทียมเทพเฟยเหลียนครั้งหนึ่งที่งานประมูลในตำหนักเทวา แต่น่าเสียดายที่เจอกันครู่เดียว จึงไม่ทันได้ทราบว่าพรสวรรค์ของอีกฝ่ายคืออะไร

ในเมื่อมีวาสนาที่จะไปยังเขตแดนลับร่วมกัน ถึงตอนนั้นค่อยตรวจสอบพรสวรรค์ของเขาอีกทีก็ยังไม่สาย

“ถ้าพรสวรรค์นี่ดีอย่างที่คิด ฉันจะได้เอามันมาเป็นของตัวเอง!”

ฉู่โม่ววางแผนเรียบร้อย

หลังจากนั้น

เขายังคงตรวจสอบรายชื่อของอัจฉริยะเผ่าพันธุ์มนุษย์ต่อไป

นอกจากเทียมเทพเฟยเหลียนแล้ว ยังมีอีกสามคนที่น่าสนใจ

เทียมเทพอู๋หยา!

เทียมเทพพั่วซาน!

เทียมเทพเฟิงหั่ว!

ทั้งสามอยู่ในขั้นเทียมเทพ

ความแข็งแกร่งของพวกเขาอยู่ระหว่างเทียมเทพระดับปลายไปจนถึงเทียมเทพระดับสูงสุด

ในหมู่พวกเขา เทียมเทพอู๋หยาเป็นผู้ฝึกฝนกระบี่ที่มีความสำเร็จอย่างลึกล้ำในวิถีกระบี่ มีพรสวรรค์ระดับเทวะในการฝึกกระบี่ และถูกจัดว่าเป็นมือกระบี่อันดับต้น ๆ ของเผ่าพันธุ์มนุษย์

เทียมเทพพั่วซานเป็นผู้มีพรสวรรค์เหนือล้ำเกินใคร ว่ากันว่าเขามีพละกำลังที่ไม่ธรรมดาตั้งแต่เด็ก สามารถต่อสู้กับมังกรและช้างได้ก่อนที่จะกลายเป็นผู้ปลุกพลังด้วยซ้ำ หลังจากที่เขาได้ฝากตัวเป็นศิษย์และได้รับการฝึกฝนอย่างหนัก ปัจจุบันจึงกลายเป็นหนึ่งในอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์และมีเส้นทางอนาคตที่สดใสรออยู่ข้างหน้า

เทียมเทพเฟิงหั่วครอบครองพรสวรรค์ธาตุไฟระดับเทวะ และยังมีกายาธาตุไฟที่สามารถกักเก็บไฟแห่งสวรรค์และโลกไว้ในตัว เมื่อถูกปลดปล่อยออกมาจะสามารถเผาผลาญโลกได้ นอกจากนั้น ยังมีพรสวรรค์ธาตุลมระดับเทวะที่ไม่อาจมองข้ามได้เช่นกัน

“สมแล้วที่พวกเขาเป็นถึงอัจฉริยะผู้โดดเด่นท่ามกลางผู้ปลุกพลังนับพันในจักรวาลนี้ ชื่อเสียงเหล่านี้ไม่ใช่ใครก็มีได้!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์