บทที่ 522 เขตแดนลับกำลังจะเปิดออก และผู้ปลุกพลังขั้นมหาเทวะยุทธ์
“เพียงหนึ่งเดือน ความเข้าใจในวิถีกระบี่ได้เติบโตขึ้นถึง 60%!”
“กระบวนท่าระดับเทพเจ้าอย่างวิชากระบี่ทลายนภาก็ถูกฝึกฝนจนสำเร็จระดับสมบูรณ์แบบ!”
ย้อนกลับไปที่คฤหาสน์ ฉู่โม่วกำลังพึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าพึงพอใจ
วิถีกระบี่ 60% ควบคู่ไปกับความสำเร็จของวิชากระบี่ระดับเทพ เจ้า ด้วยพลังกระบี่นี้ แม้ฉู่โม่วจะไม่รับประกันว่าสามารถสังหารเหล่าเทวะยุทธ์ได้ แต่ก็มั่นใจว่าจะสามารถต่อกรกับผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพระดับสูงสุดได้!
แม้อีกฝ่ายจะเป็นถึงอัจฉริยะขั้นเทียมเทพ แต่ฉู่โม่วก็ประเมินตัวเองว่าไม่ได้ด้อยกว่าแม้แต่น้อย!
‘ตอนนี้ฉันได้บ่มเพาะรากฐานร่างกายสำเร็จไปแล้วห้าครั้ง ทำให้มีความแข็งแกร่งถึง 840,000 พลังมังกร ซึ่งเมื่อรวมอณูแห่งชีวิตและพลังทวีคูณเหนือขีดจำกัดที่เพิ่มขึ้น 500 เท่า จากคัมภีร์มังกรคชสารอมตะ มันจะกลายเป็น 840 ล้านพลังมังกรทันที ด้วยพลังอันแข็งแกร่งเช่นนี้ย่อมเหนือกว่าพลังกายของผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพอยู่แล้ว!’
‘และเมื่อใช้ร่วมกับวิชากระบี่ทลายนภาก็เพียงพอแล้วที่จะบดขยี้ศัตรูระดับทั่วไป!’
‘ส่วนในกรณีที่อยู่ในสถานการณ์ของความเป็นความตาย ฉันยังมีไพ่ลับอีกมากมายเช่น กระบวนท่าจิตวิญญาณอมตะหรือกงล้อทองคำปฐมวิญญาณที่สามารถสังหารร่างวิญญาณได้โดยตรง นอกจากนั้น ยังมีจักรวาลในแขนเสื้อ รวมถึงกายาวิญญาณห้าธาตุที่มีวิญญาณเทพอสูรทั้งห้าสถิตอยู่ด้วย!’
‘และ… พรสวรรค์ห้วงมิติและห้วงเวลา!’
‘ด้วยไพ่ลับเหล่านี้ แม้ฉันจะต้องเผชิญหน้ากับเหล่าผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพระดับสูงสุดก็จะไม่เพลี่ยงพล้ำอย่างง่ายดายแน่นอน!’
เมื่อฉู่โม่วประเมินขุมกำลังทั้งหมดของตัวเอง ก็ยิ่งมีความั่นใจเพิ่มขึ้น
นี่ไม่ใช่ความหลงตัวเองแต่อย่างใด
ท่ามกลางห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่และเต็มไปด้วยโอกาสนานัปการ รวมถึงผู้มีสุดยอดพรสวรรค์ที่ไม่มีใครเทียบได้ แม้ฉู่โม่วจะไม่เคยเห็นความแข็งแกร่งของพวกเขาเหล่านั้นด้วยตาตัวเอง แต่ก็มั่นใจในไพ่ลับที่มีว่าจะไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างแน่นอน!
ทั้งหมดนั้น
เป็นเพราะการฝึกฝนอย่างหนักและกระบวนท่าต่าง ๆ ที่มี มันจึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะอยู่ยงคงกระพันเสมอมาบนเส้นทางการต่อสู้เอาชีวิตรอดที่เข้มข้น ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเผื่อทางหนีทีไล่ไว้ตลอดโดยไม่คิดประมาทหรือหลงละเลิงแต่อย่างใด!
แน่นอนว่า
ฉู่โม่วจะไม่คิดเข้าข้างตัวเองว่าความแข็งแกร่งที่เขามีนั้นเหนือกว่าทุกคนในห้วงจักรวาล
ในห้วงจักรวาลนี้ไม่เคยขาดแคลนเหล่าอัจฉริยะ
ทว่า
ไม่ใช่อัจฉริยะทุกคนที่สามารถอยู่รอดจนเติบโตได้
มีเหตุผลมากมายที่ทำให้อัจฉริยะเหล่านั้นตกตายไประหว่างทาง และก็ไม่แปลกที่จะมีใครบางคนตายไปเพราะความเย่อหยิ่งของตัวเอง
ดังนั้น
‘จงยืนหยัดและปีนป่ายขึ้นไปเรื่อย ๆ บนเส้นทางของการฝึกฝน!’
‘ไม่ย่อท้อราวกับเดินบนแผ่นน้ำแข็งบาง ๆ เผชิญหน้ากับสิ่งต่าง ๆ อย่างกล้าหาญและขยันหมั่นเพียร!’
ชายหนุ่มแอบเตือนตัวเอง
ทำให้ความพึงพอใจจากความสำเร็จเมื่อครู่พลันหายไปจากใจอย่างไร้ร่องรอยทันที
เหลือเวลาอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ชายหนุ่มฝึกฝนอยู่ในห้องตลอดเวลา
ไม่กี่วันต่อมา
ในห้องอันเงียบสงบ จู่ ๆ ฉู่โม่วก็ได้รับข้อความจากเทวะยุทธ์อวิ่นซานที่ขอให้เขาไปพบที่ตำหนักเจ้าเมืองทันที
โดยไม่บอกเหตุผลอื่นใด
แต่ฉู่โม่วรู้ดี
เขตแดนลับกลืบพิภพลับดารา… เปิดแล้ว!
ฉู่โม่วรีบออกเดินทางทันทีโดยใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติไปยังตำหนักเจ้าเมืองในพื้นที่ส่วนกลางของเมืองใหญ่วสันตฤดู
เพียงไม่นาน ชายหนุ่มก็มาถึง
ที่ด้านนอกประตูตำหนักเจ้าเมือง มีผู้ปลุกพลังสองคนเฝ้าอยู่ เมื่อพวกเขาเห็นฉู่โม่วใกล้เข้ามาก็รีบก้าวออกมาคำนับทันที ก่อนจะกล่าวด้วยความเคารพว่า “สวัสดีครับคุณฉู่ ตอนนี้ด้านในกำลังมีแขก แต่เราได้รับคำสั่งจากท่านเจ้าเมืองแล้วว่าถ้าคุณมาเมื่อไหร่ก็ให้เชิญตามเข้าไปได้เลย!”
“ขอบคุณมากครับ”
ฉู่โม่วพูดด้วยรอยยิ้ม
“คุณสุภาพเกินไปแล้ว”
ผู้ปลุกพลังเดินไปส่งชายหนุ่มที่ห้องโถงใหญ่ด้วยความยินดี
“คุณรู้ไหมครับว่าแขกคนนี้ของท่านเจ้าเมืองเป็นใคร?”
ฉู่โม่วถามขึ้นระหว่างทาง
“ผมก็ไม่ทราบเช่นกัน”
ผู้ปลุกพลังที่เป็นคนนำทางส่ายหัว แต่เขาก็ให้ข้อสังเกตว่า “แต่ผมเห็นว่าท่านเจ้าเมืองสุภาพกับแขกผู้มีเกียรติคนนี้มาก จนอาจเรียกได้ว่าเป็นคนสำคัญทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแข็งแกร่งอันลึกล้ำของเขา ผมเพียงแค่มองก็รู้ได้ทันทีว่าเขาจะต้องเป็นผู้ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน!”
“แต่คุณไม่ต้องกังวลไป คุณสามารถปฏิบัติต่อชายชราคนนี้ราวกับว่าไม่มีตัวตนได้!”
“แม้ฉันจะคอยปกป้องคุณ แต่ก็จะไม่สอดแนมพฤติกรรมหรือกระทำสิ่งใดที่ส่งผลกระทบต่อการฝึกฝนและชีวิตของคุณ จะยื่นมือเข้ามาก็ต่อเมื่อชีวิตของคุณกำลังตกอยู่ในอันตรายเท่านั้น เพียงปกป้องความปลอดภัยของคุณ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม!”
เสียงของผู้อาวุโสซูนั้นนุ่มนวลมาก
แต่ในหูของฉู่โม่ว กลับได้ยินราวกับเสียงสายฟ้าฟาดลงบนพื้น
ฉู่โม่วเข้าใจจุดประสงค์ของการมีผู้พิทักษ์
ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อปกป้องบรรดาอัจฉริยะหรือดาวรุ่งที่โดดเด่น เพื่อไม่ให้พวกเขาต้องเผชิญกับอันตรายที่คุกคามถึงชีวิตและตายกลางคัน
แต่ฉู่โม่วไม่คาดคิดว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์จะรีบส่งผู้พิทักษ์มาเร็วถึงเพียงนี้
เขาคาดไม่ถึงจริง ๆ
ตำหนักบรรพชนส่งมหาเทวะยุทธ์ผู้แข็งแกร่งมาทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์เขาโดยไม่คำนึงว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม!
นี่ก็หมายความว่า
หากเขาต้องพานพบกับวิกฤตการณ์ความเป็นความตายครั้งใหญ่ในอนาคต
ก็จะต้องผ่านด่านของผู้พิทักษ์ที่พร้อมสู้แลกชีวิต เพื่อปกป้องความปลอดภัยของเขา!
นี่…เท่ากับว่าเขาได้หลักประกันอันมั่นคงบนเส้นทางในอนาคต!
ฉู่โม่วรู้สึกตกใจ
ทว่า
ท้ายที่สุด ต้องไม่ลืมว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาอีกต่อไป
“ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมก็ขอฝากเนื้อฝากตัวกับผู้อาวุโสซูด้วยครับ!”
ฉู่โม่วกล่าวด้วยความเคารพ
เขาไม่ปฏิเสธกับการมีผู้พิทักษ์ส่วนตัว
เพราะหลังจากขึ้นสู่ตำแหน่งอันดับหนึ่งบนแท่นรายชื่อของศิลาต้นกำเนิด ก็ควรจะมีการลอบตรวจสอบประวัติของเขาจากทุกเผ่าพันธุ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือกระทั่งการลอบสังหารโดยกองกำลังที่เป็นศัตรูของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ดังนั้นการมีผู้พิทักษ์ส่วนตัวจึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อย่างมาก
เมื่อเห็นฉากนี้ ผู้อาวุโสซูก็พยักหน้าเล็กน้อย
จากนั้นก็พูดว่า “ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกเดินทางกันเถอะ เขตแดนลับกลืบพิภพลับดารากำลังจะเปิดขึ้นแล้ว ดังนั้นต้องไปถึงโดยเร็วที่สุดเพื่อไม่ให้เสียเวลา!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์