เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 530

บทที่ 530 กลุ่มเหยี่ยวกระหายโลหิต และ แก่นไม้ขจี

ตูม!

ฉู่โม่วพุ่งเข้าไปในกระแสหมุนวนก่อนสัมผัสได้ถึงลำแสงที่ส่าดส่องปะทะใบหน้า ทำให้ยากที่จะมองเห็นได้อย่างชัดเจน หลังจากที่ปรับสายตาได้ ชายหนุ่มก็พบว่าเขาอยู่ในโลกโบราณที่แปลกประหลาด

เขามองไปรอบ ๆ และไม่พบใครอยู่ จึงผ่อนคลายลงหลังจากที่ปล่อยจิตสัมผัสออกไปตรวจสอบว่าไม่มีใครแฝงตัวอย่างแน่นอน

เขตแดนลับกลืนดาราจะส่งคนออกไปแบบสุ่ม

เมื่อผู้ปลุกพลังเข้าไป เวลาที่เข้าไปในเกราะป้องกันแตกต่างกัน สถานที่ที่ปรากฏตัวจึงต่างออกไปด้วย

แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่ผู้ปลุกพลังไปปรากฏตัวที่บริเวณขั้วโลก

ฉู่โม่วเองก็มีความคับแค้นใจกับเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค หากมีผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์วิหคคนใดเข้ามาใกล้ เขาก็คงจะลงมือสังหารทันที

แต่แน่นอนว่าหากพบกับโม่ซาง เขาก็จำเป็นต้องหลบหนีทันที

โชคยังดีที่ไม่มีอะไรให้เขาต้องเป็นห่วง

หลังจากที่ใจเย็นลง ฉู่โม่วก็ค่อย ๆ มองไปรอบ ๆ

เท่าที่ตามองเห็นได้

ภูเขาศักดิ์สิทธิ์มากมายที่แทบมองไม่เห็นยอดตั้งสูงตระหง่านอย่างน้อยกว่าสามพันเมตรและทะลุขึ้นเหนือหมู่เมฆ

ข้างในเทือกเขา ต้นไม้โบราณมากมายสูงเสียดฟ้าและเขียวชอุ่ม มีเสียงอสูรคำรามมากมายให้ได้ยิน ทำให้ทั่วทั้งผืนป่าสั่นสะท้านไปด้วยบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัว

เมื่อเงยหน้าขึ้นไปบนฟ้าก็จะเห็นว่าดวงดาวในโลกแห่งนี้มีขนาดมหึมา หากมองจากบนพื้น ดวงดาวขนาดเล็กจะมีขนาดเหมือนกำปั้นและดวงใหญ่เป็นเหมือนกับยอดเขา

ที่แปลกยิ่งกว่านั้น…

ดวงดาวเหล่านี้ต่างก็เรืองแสงสีแดงที่ทำให้ทั่วทั้งผืนฟ้ากลายเป็นสีแดงม่วงแปลกประหลาด โดยมีจิตวิญญาณชั่วร้ายอันเยือกเย็นกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ทำให้เกิดความต้องการที่จะสังหารขึ้นมาลึก ๆ ในหัวใจของคน

“ตามข้อมูลที่ผู้อาวุโสสวีให้มา เขตแดนลับกลืนดาราเป็นโลกที่มาถึงจุดจบแล้ว ดวงดาวก็พังทลายหรือกำลังจะล่มสลายลงแล้ว ข้างในมีอันตรายที่น่ากลัวมากอยู่ ตอนนี้พอได้เห็นแล้วก็สมคำร่ำลือจริง ๆ!”

ฉู่โม่วพึมพำกับตัวเองด้วยความประหลาดใจ

“ในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งมีชีวิตในโลกนี้ต้องจบเห่หมดแน่!”

“แต่…”

“สำหรับผู้ปลุกพลังอย่างเราที่เข้ามาในโลกนี้ ที่นี่คือสถานที่ที่เต็มไปด้วยโอกาสอันยิ่งใหญ่ จิตวิญญาณของโลกให้กำเนิดสิ่งมหัศจรรย์ของสวรรค์และโลกออกมานับไม่ถ้วนเพื่อรักษามันเอาไว้ ด้วยพลังลึกลับมหาศาล มันจะนำประโยชน์มากมายมาให้ผู้ปลุกพลัง!”

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้

ฉู่โม่วก็หันหน้าไปทันที

ที่นั่นมีลำแสงสว่างจ้าพุ่งขึ้นไปบนฟ้าและปลดปล่อยรัศมีลึกลับออกมา

มันคือสมบัติ!

“ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นอะไรแปลก ๆ หลังจากที่เข้ามาเลย ฉันนี่โชคดีจริง ๆ!”

ฉู่โม่วยิ้ม แล้วจึงบินตรงไปยังลำแสงนั้นทันที

ในพื้นที่ไม่ไกลฉู่โม่ว ร่างหนึ่งค่อย ๆ ใกล้เข้ามา แล้วในที่สุดชายหนุ่มผู้มีปีกอยู่บนหลังก็ปรากฏตัวขึ้น

เขาดูเป็นคนธรรมดาทั่วไปที่สงวนท่าทีและเผยให้เห็นเพียงดวงตาที่เศร้าหมองอย่างถึงที่สุด

เขาคือความภาคภูมิใจอันดับหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค โม่ซาง!

เมื่อเข้ามายังโลกใบนี้ โม่ซางก็ไม่ได้เริ่มตามหาสมบัติ แต่กลับหยิบใบเรือออกมาจากแขน ยกมือขึ้น และใส่ดวงแสงสีขาวเข้าไปข้างในมัน

ครืน!

ใบเรือพลันคลี่ออก…

เห็นได้ชัดว่าไม่มีลมพัดผ่าน แต่กลับมีเสียงของสายลมรุนแรงให้ได้ยิน

ที่แปลกยิ่งกว่านั้นคือทิศทางของใบเรือที่ปลิวไปรอบ ๆ และชี้ไปยังทิศทางหนึ่งในที่สุด

“ไกลจนเกือบสัมผัสไม่ได้เลยเหรอ?”

โม่ซางขมวดคิ้ว

ใบเรือนี้เรียกว่าใบเรือสะกดรอย

มันเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยในการตามหา แค่ดูดซับรัศมีของอีกฝ่ายมาก็สามารถใช้ใบเรือสะกดรอยนำทางตามไปได้ ยิ่งใกล้มากเท่าไร ทิศทางของใบเรือสะกดรอยก็จะยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น

ก่อนที่จะเข้ามาในเขตแดนลับ โม่ซางใช้โอกาสดูดซับรัศมีของฉู่โม่วมาจากการโจมตีของเขาก่อนหน้านี้และตั้งใจจะตามมาสังหารเขาในเขตแดนลับ

แต่ตอนนี้ใบเรือสะกดรอยกำลังเคลื่อนที่ไปอย่างเอื่อยเฉื่อย เห็นได้ชัดว่าตนอยู่ห่างไกลออกไปมาก

นั่นทำให้โม่ซางลังเลเล็กน้อย

เขาต้องใช้เวลานานในการตามหาตัวฉู่โม่วและลงมือสังหาร แต่เขาก็สามารถเลือกที่จะตามหาสมบัติก่อนได้ โม่ซางจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

“เอาละ!”

“ตามหาสมบัติและเพิ่มพละกำลังก่อนดีกว่า!”

“ตอนนี้เหลือเวลาอีกตั้งครึ่งปีก่อนเขตแดนลับจะปิด ระหว่างนี้ก็ค่อย ๆ เข้าไปใกล้เขาด้วย จะปล่อยให้ฉู่โม่วนั่นหลุดมือไปไม่ได้!”

เขาพึมพำ

แล้วจึงบิดข้อมือ ดึงใบเรือสะกดรอยกลับมา และเปลี่ยนทิศทางไปตามหาสิ่งแปลกประหลาดต่าง ๆ แทน

ฉู่โม่วไม่รู้ว่าโม่ซางกำลังทำอะไรอยู่

ตอนนี้เขายังคงบินตรงไปหาลำแสง

แต่ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็พบกับกลุ่มสัตว์อสูรนกที่ขวางทางเอาไว้

มีสัตว์อสูรจำนวนมากกว่าหมื่นตัวปกคลุมท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ พวกมันทรงพลังอย่างถึงที่สุด โดยแต่ละตัวอยู่ในขั้นเก้าขอบเขตแห่งการเปลี่ยนแปลง ส่วนตัวที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นอยู่ในขั้นเทียมเทพระดับปลายแล้ว

“เหยี่ยวกระหายโลหิต!”

ชายหนุ่มสังหารฝูงสัตว์อสูรที่ขวางทางไปอีกสองกลุ่ม แล้วจึงไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัย

มันเป็นเทือกเขาแห่งหนึ่ง

ลำแสงนั้นตั้งอยู่บนต้นไม้สูงตระหง่านบนภูเขา

ต้นไม้ขนาดใหญ่นั้นแข็งแรงอย่างถึงที่สุด มันมีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสามสิบเมตรและความสูงนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า มันแทบจะทะลุขึ้นไปบนท้องฟ้าเบื้องบน หากมองจากบนพื้นก็จะเห็นกิ่งก้านมากมายของต้นไม้ใหญ่ที่เติบโตดุจดวงดาวบนท้องฟ้า ทำให้รู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่

ในตอนนี้ หากสังเกตดูให้ดีก็จะสัมผัสถึงความกว้างใหญ่ของต้นไม้ได้มากยิ่งขึ้น

“ต้นไม่ใหญ่ขนาดนี้ น่าเหลือเชื่อจริง ๆ!”

ฉู่โม่วตกตะลึงเล็กน้อย

ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ไม่สามารถเติบโตในสถานที่ทั่วไปได้

แม้แต่บนดาวเคราะห์สีเงินหรือดาวเคราะห์โบราณริ้วครามก็ไม่สามารถทำได้ เพราะต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้ต้องการสารอาหารมากเกินไป สำหรับพื้นโลกแล้ว มันแทบจะเหมือนกับปรสิตที่โลกไม่อาจปล่อยให้สิ่งมีชีวิตเช่นนี้ปรากฏขึ้นมาได้

มีเพียงโลกที่ใกล้ถึงจุดจบแห่งนี้เท่านั้นที่ ‘สัตว์ประหลาด’ เช่นนี้จะสามารถกำเนิดขึ้นมาได้

“แต่…”

“ถึงอย่างนั้น ต้นไม้ยักษ์นี่ก็ใกล้หมดเวลาแล้วละ!”

ฉู่โม่วพึมพำ…

เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า แม้ว่าต้นไม้ใหญ่จะดูเขียวชอุ่มด้านนอก มันก็เป็นแค่ภาพลวงตาเท่านั้น ข้างในต้นไม้ใหญ่นี้นั้นได้แห้งเหือดไปแล้ว

และเหตุผลก็เพราะ…

อย่างแรก เพราะต้นไม้ยักษ์มีกิ่งก้านสาขามากเกินไป เพื่อที่จะรักษากิ่งก้านและใบไม้มากมายเอาไว้ ต้นไม้ยักษ์ต้องใช้สารอาหารปริมาณมากในทุก ๆ วัน

ในขณะเดียวกัน เพราะแก่นธาตุไม้สีเขียวที่กำเนิดขึ้นมาในลำต้นของต้นไม้ยักษ์

แก่นไม้ขจี!

มันเป็นสมบัติธาตุไม้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะแก่นธาตุไม้!

สิ่งนี้เต็มไปด้วยพลังธาตุไม้ที่แข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด มันหาพบได้ยากมากเพราะมีเงื่อนไขในการกำเนิดที่ซับซ้อนมาก

และต้นไม้ยักษ์นี้ก็มีไว้เพื่อรักษาแก่นไม้ขจีเอาไว้ มันจึงต้องใช้สารอาหารมหาศาลและสูญเสียพลังชีวิตทั้งหมดไปภายในร้อยปี!

‘ฉันไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าจะมาเจอแก่นไม้ขจีที่นี่!’

‘ดูจากรูปร่างแล้ว มันน่าจะมีขนาดเท่าโม่หินได้ มันคงถูกเก็บไว้อย่างน้อยแสนปีแล้วแน่ ๆ!’

‘ถ้าฉันได้มันมา พอดูดซับเข้าไปก็น่าจะทำให้ฝึกพื้นฐานกายเนื้อครั้งที่หกได้สำเร็จ!’

ฉู่โม่วคิดกับตัวเองและเผยสีหน้าตื่นเต้นออกมา

แก่นไม้ขจี!

เพราะเต็มไปด้วยพลังและกฎเกณฑ์แห่งธาตุไม้ มันจึงเป็นสมบัติที่ล้ำค่าอย่างถึงที่สุด เมื่อใช้มันฝึกฝนพื้นฐานกายเนื้อก็จะสามารถพัฒนาอณูแห่งชีวิตและความสามารถให้สูงยิ่งขึ้นได้!

“ต้องคว้ามาให้ได้!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์