เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 531

บทที่ 531 คว้ามาครอบครอง และ บ่มเพาะรากฐานร่างกายครั้งที่หกสำเร็จ

ระหว่างที่ฉู่โม่วกำลังคิดอยู่นั้น ดวงตาของเขาก็ดูมุ่งมั่นขึ้นมา

ทว่า…

เขาไม่ได้ลงไปหาแก่นไม้ขจีในทันที แต่สำรวจพื้นที่โดยรอบดูก่อน ไม่ว่าสมบัติแห่งสวรรค์และโลกจะอยู่ที่ใด ที่นั่นก็จะต้องมีสัตว์อสูรเฝ้าอยู่แน่ ๆ!

อย่างที่คาดการณ์เอาไว้

ในไม่ช้าฉู่โม่วก็ค้นพบว่ามีสัตว์อสูรอยู่บนกิ่งก้านของต้นไม้ยักษ์

มันเป็นวิหคล่าสังหารที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักและสูงเพียงแค่สามเมตรเท่านั้น แต่รัศมีของมันดูแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุดและปีกของมันอาบไปด้วยอัสนีสีม่วง

‘พลังเท่าขั้นเทียมเทพระดับสูงสุดเลยนี่!’

ฉู่โม่วสัมผัสได้ถึงรัศมีของวิหคล่าสังหารตัวนั้น

ตอนนี้…

วิหคล่าสังหารกำลังจ้องมองไปยังแก่นไม้ขจีที่ใจกลางต้นไม้ด้วยสายตาหิวกระหายราวกับว่าอยากจะคว้ามา แต่เพราะอะไรบางอย่าง มันกลับไม่เคลื่อนไหวและแสดงสายตาหวาดกลัวออกมาแทน

‘หรือว่าจะมีอะไรเกี่ยวกับต้นไม้ยักษ์นี่ที่ทำให้มันกลัว?’

ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง

หลังจากนั้น เขาก็ใช้สัมผัสห้วงมิติตรวจสอบอย่างระมัดระวัง และในไม่ช้าก็พบว่ามีสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับต้นไม้ต้นนี้จริง ๆ

กิ่งก้านเรียวยาวพลิ้วไหวไปตามลม แต่เมื่อเวลาผ่านไป กิ่งนี้ก็ค่อย ๆ เข้าใกล้อสูรวิหคมากขึ้น แล้วในไม่ช้าก็ห่างไปจากมันหลายสามสิบเมตร

ฟุ่บ!

กิ่งก้านนั้นพลันเร่งความเร็วขึ้นจนเกือบกลายเป็นลำแสงในทันใด มันไปอยู่ตรงหน้าอสูรวิหคและพุ่งเข้าไปอย่างรุนแรงราวกับโซ่เหล็ก!

ไม่ว่าจะผ่านไปที่ใด แม้แต่ความว่างเปล่าก็ต้องพังทลายลง

เรียกได้ว่าเป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวจริง ๆ!

หากวิหคล่าสังหารรับการโจมตีนี้ มันคงต้องกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างแน่นอน แม้ว่าจะไม่ตายก็จะต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสแน่

แต่อสูรวิหคก็เหมือนจะคาดการณ์ไว้แล้ว เมื่อกิ่งไม้นั้นเร่งความเร็วขึ้น มันจึงกระพือปีกขึ้นทันที

กร๊อบ!

เสียงนั้นฟังดูราวกับก้อนหินและทองคำแตกหัก

วิหคล่าสังหารหายไปจากที่เดิมในทันที ปีกของมันเป็นเหมือนเมฆบนท้องฟ้า มันสามารถหลบกิ่งไม้นั้นได้ในชั่วพริบตา แล้วปีกของมันก็เต็มไปด้วยแสงสีม่วงและปล่อยสายฟ้าฟาดลงไปยังกิ่งไม้นั้น เมื่อทั้งสองฝ่ายปะทะกัน กิ่งไม้ก็ระเบิดในทันที

แม้ว่าจะหลบหลีกการโจมตีถึงตายนี้ไปได้

วิหคล่าสังหารก็ยังไม่ใจเย็นลงแม้แต่น้อย มันกลับเผยความตกตะลึงออกมาในดวงตาราวกับว่ากำลังจะเกิดสิ่งเลวร้ายขึ้น

เมื่อเห็นดังนั้น ฉู่โม่วก็อดตกตะลึงไม่ได้

เขาเผลอก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว

และเมื่อตั้งใจจะหนีไป บางสิ่งก็ปรากฏขึ้น

ครืน!

เห็นได้ชัดว่าไม่มีสายลมพัดมา แต่กิ่งก้านนับไม่ถ้วนทั่วทั้งต้นก็เริ่มสั่นอย่างรุนแรง แต่ละก้านพลิ้วไหวไปมาและเผยให้เห็นแสงสว่าง

ตูม ตูม ตูม!

กิ่งก้านเหล่านั้นประสานเข้าด้วยกัน กลายเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ที่มีรัศมีหลายร้อยกิโลเมตร อสูรวิหคไม่มีเวลาได้หลบหนีและถูกจับเอาไว้ทันที

แต่

แม้ว่าจะมีความกลัวอยู่ในหัวใจ พลังศักดิ์สิทธิ์ของมันก็ยังไม่ลดน้อยลงเลย มันยังคงกระพือปีกและปล่อยอัสนีสีม่วงออกมาอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่มันระเบิด กิ่งไม้นับไม่ถ้วนจะกระเด็นออกมาจนเกิดเป็นรูขนาดใหญ่

ทว่า…

ก็ยังมีกิ่งไม้อยู่มากเกินไป!

ทันทีที่ระเบิดรูขนาดใหญ่ได้ กิ่งไม้อื่น ๆ ก็จะเข้ามาแทนที่ ในพริบตาเดียว วิหคล่าสังหารก็ถูกขังเอาไว้ข้างในกิ่งไม้สามชั้น แล้วมันก็ค่อย ๆ หดเล็กลงเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของอสูรวิหค

“พระเจ้า!”

“ต้นไม้ยักษ์นี่โตมาดีจริง ๆ!”

“นอกจากจะมีแก่นไม้ขจีแล้วยังมีจิตวิญญาณด้วย!”

“มิน่าล่ะ มันถึงปกป้องไม่ให้สัตว์อสูรเข้ามาคว้าแก่นไม้ขจีไปได้มากกว่าหมื่นปี มันคงใช้วิธีนี้นี่แหละ!”

ฉู่โม่วตกตะลึง

โลกช่างเต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์

ภาพในวันนี้เปิดโลกของเขาให้กว้างขึ้นจริง ๆ

แต่…

“พวกมันสู้กันไปแล้ว ทีนี้ตาฉันบ้างล่ะ!”

ฉู่โม่วหันไปมองยังกิ่งไม้มากมายและวิหคล่าสังหารที่กำลังต่อสู้กันด้วยตาลุกวาว

หลังจากนั้น

เขาก็ใช้วิชาเคลื่อนย้ายมิติและตรงเข้าไปหาจิตวิญญาณต้นไม้โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ฉู่โม่วไปถึงตรงหน้ามันทันที

กระบี่ดาราทมิฬในมือถูกสูบฉีดด้วยเลือด พลังปราณ และอณูแห่งชีวิตในร่างกายจนทะยานขึ้นไปถึงขีดสุดและถูกฟันออกไปในทันใด

ครืน!

เมื่อได้ยินเสียงดังสนั่น ลำต้นไม้ขนาดใหญ่ก็ถูกฉู่โม่วฟันจนเผยให้เห็นแก่นไม้ขจีข้างใน ชายหนุ่มคว้ามันเอาไว้และเก็บเข้าไปในพื้นที่เก็บของทันที

เมื่อสัมผัสได้ว่าแก่นไม้ขจีหายไป จิตวิญญาณต่อสู้ของต้นไม้และวิหคล่าสังหารก็กระวนกระวายขึ้นมา พวกมันหยุดต่อสู้กันและพุ่งเข้ามาหาฉู่โม่ว!

โครม!

กิ่งก้านนับไม่ถ้วนแกว่งไปมาราวกับน้ำมันเดือดในหม้อและพุ่งเข้าไปหาฉู่โม่วอย่างบ้าคลั่ง

วิหคล่าสังหารเองก็โฉบลงมาหาเขา ปีกของมันเต็มไปด้วยสายฟ้าที่น่าสะพรึงกลัวและดวงตาสีแดงที่เต็มไปด้วยเจตสังหาร

ไม่ว่าจะต้นไม้หรือวิหคล่าสังหารต่างก็แสดงกระบวนท่าของตัวเองออกมา อย่างไรแล้ว นี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะมีคนกล้าคว้าของล้ำค่าของพวกมันไปและคนคนนั้นจะต้องชดใช้!

พวกมันตัดสินใจแล้วว่าจะสังหารชายหนุ่ม!

“ฟาดฟัน!”

เมื่อเผชิญหน้ากับทั้งจิตวิญญาณต้นไม้และวิหคล่าสังหาร ฉู่โม่วก็ตะโกนเสียงดังลั่นและฟันกระบี่ออกไป รัศมีกระบี่อันน่าตกตะลึงและมีพลังไร้เทียมทานพลันปรากฏออกมา

ตูม!

เมื่อเวลาผ่านไป ฉู่โม่วก็รู้สึกได้ว่าพื้นฐานของเขากำลังพัฒนาขึ้นอย่างมั่นคงและเป็นระเบียบ

ในพริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปกว่าห้าวัน

ระหว่างนี้ ฉู่โม่วดูดซับพลังงานในแก่นไม้ขจีไปจนเกือบหมด และในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าขีดจำกัดในร่างกายเริ่มมาถึงจุดสำคัญในที่สุด

“ฉันสัมผัสได้ มันถึงประตูสุดท้ายแล้ว อีกไม่เกินหนึ่งวันก็เสร็จแล้ว!”

เขามีกำลังใจมากยิ่งขึ้น

หนึ่งวันต่อมา

ครืนนนน

ฉู่โม่วพลันรู้สึกได้ถึงรัศมีเหนือคำบรรยายที่แพร่กระจายออกมาจากตัวเอง เขาจึงรวบรวมพลังไปยังจุดนั้นทันที

พลังอันยิ่งใหญ่พลุ่งพล่านในร่างกายของเขาและโจมตีโซ่ตรวน

การฝึกพื้นฐานกายเนื้อจะยากขึ้นทุก ๆ ครั้ง

คราวนี้ฉู่โม่วทำการฝึกฝนเป็นครั้งที่หก และถือว่ายากไม่น้อยเลย หากเป็นผู้ปลุกพลังธรรมดาหรือแม้แต่อัจฉริยะก็คงจะทำได้ยากและแทบจะเหมือนกับการได้ขึ้นสวรรค์

แต่สำหรับชายหนุ่ม ทุกอย่างดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย ๆ

“ทำลาย!”

หลังจากที่โจมตีหลายครั้งติดต่อกัน โซ่ตรวจก็เริ่มพังทลายลง ในที่สุดฉู่โม่วก็ตะโกนเสียงดังลั่น รวบรวมพละกำลังทั้งหมด และปลดปล่อยการโจมตีครั้งสุดท้ายออกไป

เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น แล้วโซ่ตรวนที่ผู้ปลุกพลังทั่วไปทำลายได้ยากอย่างถึงที่สุดก็พังทลายลงทันที พลังงานไร้ที่สิ้นสุดหลั่งไหลเข้าไปและรัศมีที่น่าสะพรึงกลัวก็แพร่กระจายออกมาจากร่างกายของฉู่โม่ว

หลังจากสงบลงแล้ว รัศมีของฉู่โม่วก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเก่า!

นั่นหมายความว่า

เขาทำการบ่มเพาะรากฐานร่างกายครั้งที่หกสำเร็จแล้ว!

“เฮ้อ…”

ฉู่โม่วค่อย ๆ ลืมตาขึ้นด้วยความตื่นเต้น

แล้วเขาก็เริ่มสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลง

อย่างแรกคือพละกำลัง

เพราะทำการฝึกฝนสำเร็จด้วยพลังงานธาตุไม้ พลังกายจึงเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 90,000 พลังมังกรเท่านั้น แต่หากรวมกับพลังกายเดิม 840,000 พลังมังกรของฉู่โม่วแล้ว มันก็มากถึง 930,000 พลังมังกร!

หากเพิ่มขึ้นไป 2 เท่าด้วยอณูแห่งชีวิตและเพิ่มขีดจำกัดอีก 500 เท่า นั่นก็เทียบเท่ากับ 930 ล้านพลังมังกร!

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า

นี่เป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด!

หลังจากนั้นก็คือพัฒนาการของทุกอย่างในร่างกาย

รวมไปถึงการป้องกัน ความเร็ว ความทนทาน และจิตวิญญาณ พวกมันต่างก็พัฒนาขึ้นรอบด้าน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสามารถในการฟื้นฟูและอณูแห่งชีวิตซึ่งเพิ่มขึ้นมหาศาลทีเดียว

หากเป็นก่อนหน้านี้ ฉู่โม่วคงต้องใช้เวลาสั้น ๆ ในการรักษาบาดแผลสาหัส แต่หลังจากการเปลี่ยนแปลงนี้ เวลาสั้น ๆ นั้นจะถูกร่นลงไปอีก และแทบจะเทียบเท่ากับการรักษาในทันที

และอายุขัยก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวด้วย

อณูแห่งชีวิตที่แข็งแกร่งพลุ่งพล่านอยู่ในร่างกายของฉู่โม่ว ทำให้เขาเรืองแสงศักดิ์สิทธิ์และปลดปล่อยพลังรักษาอ่อน ๆ ออกมา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์