บทที่ 532 ร่างกายเหมือนยาล้ำค่า และ สังหารอัจฉริยะเผ่ามนุษย์วิหค!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
ตอนนี้ฉู่โม่วได้กลายเป็นยาล้ำค่าไปแล้ว สำหรับคนทั่วไป แค่ได้เข้าใกล้ชายหนุ่มและสูดดมรัศมีของเขาก็สามารถทำให้ยืดอายุได้ถึงหลายสิบปีแล้ว
และหากพวกเขาได้ดื่มเลือดของชายหนุ่มเข้าไป ไม่ว่าพวกมันจะระเบิดพลังในเลือดออกมาหรือไม่ แต่อายุขัยก็จะเพิ่มขึ้นหลายพันปี และพละกำลังเพิ่มขึ้นมหาศาลอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น…
หากมีอัจฉริยะไร้เทียมทานจับฉู่โม่วไปสกัดในหม้อปรุงยาได้ แม้ว่าจะเป็นเทวะยุทธ์ที่แข็งแกร่งก็คงจะสามารถพัฒนาขึ้นได้อย่างน้อยสักขั้นเล็ก ๆ!
และนี่…
คือการเปลี่ยนแปลงที่แก่นไม้ขจีนี้นำมาให้ผ่านการบ่มเพาะรากฐานร่างกายครั้งที่หก!
แม้ว่าพื้นฐานพลังของฉู่โม่วจะแข็งแกร่งมาก พลังงานในแก่นไม้ขจีก็น่าสะพรึงกลัวเกินไป อย่างไรแล้วต้นไม้ยักษ์นั้นก็บดบังท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ได้ ด้วยสารอาหารมากมาย มันสะสมสมบัติแห่งสวรรค์และโลกมามากกว่าหมื่นปี แน่นอนว่ามันต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว
“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
เมื่อสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย แม้แต่ฉู่โม่วก็อดตื่นเต้นดีใจไม่ได้
ต้องบอกเลยว่า
การบ่มเพาะรากฐานร่างกายในคราวนี้ทำให้ชายหนุ่มประหลาดใจมากทีเดียว
“ครั้งที่หกยังเกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดนี้!’
‘ถ้าฉันทำครั้งที่เจ็ด แปด หรือแม้แต่ครั้งที่เก้าได้ ซึ่งแปลว่าเข้าสู่ขั้นเทียมเทพแล้ว ตอนนั้นฉันจะแข็งแกร่งขนาดไหนกัน?!’
ฉู่โม่วตั้งตารอดู
หลังจากนั้น
เขาเก็บความคิดนั้นเอาไว้และเตรียมสำรวจต่อไป
‘แต่…’
‘ยังไงเขตแดนลับนี่ก็เป็นโลกใบหนึ่ง ถึงจะมีสมบัติเกิดขึ้นมามากมาย พวกมันก็กระจัดกระจายไปทั่วทั้งโลกใบใหญ่ คงตามหาพวกมันไม่ได้ง่าย ๆ แน่!’
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
หลังจากที่คิดอยู่สักพัก เขาก็เรียกนกล่าสมบัติจอมซื่อบื้อออกมา
“เจ้านาย เจ้านาย!”
ในไม่ช้าอาไต๋ก็ออกมาและบินไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นเต้น
“อาไต๋ โลกนี้กำลังจะล่มสลายและมีสมบัติเกิดขึ้นเต็มไปหมด แกสัมผัสรัศมีของสมบัติพวกนั้นได้บ้างไหม?” ฉู่โม่วถาม
“แน่นอนค่ะ!”
อาไต๋พยายามสัมผัสดูสักพัก แล้วจึงพยักหน้าด้วยความมั่นใจ “เรื่องล่าสมบัติน่ะไว้ใจได้เลย!”
หากพูดถึงการล่าสมบัติแล้ว มันภาคภูมิใจในตัวเองมากทีเดียว
“งั้นให้เป็นหน้าที่แกแล้วกัน! ถ้าหาสมบัติแห่งสวรรค์และโลกเจอ ฉันจะให้รางวัลครั้งใหญ่เลย!”
ฉู่โม่วกล่าว
“ขอบคุณเจ้านาย!”
อาไต๋กล่าวอย่างมีความสุข ก่อนจะปล่อยสัมผัสออกไปและชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง “ทางนั้นมีรัศมีของสมบัติ!”
“ไปเลย!”
ฉู่โม่วออกคำสั่ง
“รับทราบ!”
อาไต๋พยักหน้าพร้อมกระพือปีกและนำทางไปอย่างร่าเริง “อาไต๋ นำทางไป!”
ฉู่โม่วตามไปข้างหลังมันติด ๆ
…
หลังจากนั้น
เพราะอาไต๋ ฉู่โม่วจึงตามหาสมบัติมากมายพบได้อย่างรวดเร็ว ภายในเวลาครึ่งเดือน เขาก็พบสมบัติจำนวนมหาศาลแล้ว
แต่คุณภาพของสมบัติเหล่านี้ก็ยังต่ำกว่าแก่นไม้ขจี
แต่ฉู่โม่วก็ไม่เสียใจแม้แต่น้อย
อย่างไรแล้วแก่นไม้ขจีก็เป็นสมบัติหายาก จะให้หาพบได้ทุกที่ได้อย่างไรกัน?
ยิ่งไปกว่านั้น สมบัติที่อาไต๋หาพบก็ไม่ได้มีคุณภาพต่ำเลย พวกมันมีทั้งพืชและไม้จิตวิญญาณที่มีอายุกว่าหลายหมื่นหรือแม้แต่แสนปี
ในวันนี้…
ด้วยการนำทางของอาไต๋ ชายหนุ่มเหาะไปไกลกว่าหลายหมื่นกิโลเมตรและไปถึงหุบเขาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
ก่อนจะเข้าไปใกล้ ฉู่โม่วก็มองเห็นระเบิดสะท้านโลกตรงหน้า รวมไปถึงพลังปราณแปรปรวนมหาศาล
“มีคนกำลังต่อสู้กัน!”
ทันทีที่ฉู่โม่วเคลื่อนไหว เขาก็ใช้พรสวรรค์ธาตุความมืดซ่อนตัวในห้วงอากาศและเข้าไปใกล้อย่างรวดเร็ว
หลังจากผ่านไปสักพัก
ชายหนุ่มก็ไปถึงบริเวณหุบเขาและเห็นว่าอัจฉริยะเผ่ามนุษย์วิหคห้าคนกำลังต่อสู้กับอัจฉริยะเผ่ามนุษย์สองคน มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการสังหารกันขึ้น
“นี่…”
“นั่นใครกัน?!”
“ใครโจมตีพวกเรา!”
การเปลี่ยนแปลงกะทันหันทำให้อัจฉริยะเผ่ามนุษย์วิหคอีกสองคนตะลึงงันและอุทานออกมา
และแทบจะในขณะเดียวกัน
ลำแสงสว่างจ้าทะลุผ่านห้วงอากาศลงมาและเผยให้เห็นร่างร่างหนึ่ง
“แกนี่เอง!”
อัจฉริยะเผ่ามนุษย์วิหคสองคนที่เหลือหันไปมองร่างที่เพิ่งปรากฏขึ้น เผยความหวาดผวาออกมาในสายตาทันที
เขาคนนั้นคือฉู่โม่ว!
ก่อนที่จะเข้ามาในเขตแดนลับกลืนดารา ภาพที่ฉู่โม่วสังหารอัจฉริยะอันดับสองของเผ่ามนุษย์วิหคได้ด้วยหมัดเดียวยังตราตรึงอยู่ในหัวใจของทุกคน เมื่อเห็นฉู่โม่วปรากฏตัวขึ้นพร้อมทั้งทำให้พรรคพวกอีกสามคนได้รับบาดเจ็บสาหัสในทันที พวกเขาก็ต้องสั่นสะท้านด้วยความกลัว
“ไปกันเถอะ!”
“ไร้เทียมทานจริง ๆ!”
“ต้องรีบหนี!”
พวกเขาต่างก็เริ่มวิ่งหนีไป
แต่…
มันสายเกินไปแล้ว!
“มิติคุมขัง!”
พรสวรรค์แห่งห้วงมิติถูกใช้งาน คลื่นสั่นสะเทือนล่องหนแพร่กระจายออกไป และพื้นที่ภายในรัศมีหลายร้อยกิโลเมตรก็หนักอึ้งขึ้นทันที ทั้งสองรู้สึกราวกับว่าร่างกายติดอยู่ในทรายดูดและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้แม้แต่น้อย
“ไม่นะ อย่าฆ่าฉัน!”
ความตื่นตระหนกและสิ้นหวังปรากฏขึ้นในดวงตาของพวกเขาขณะที่ร้องอ้อนวอนขอชีวิต
แต่ก็เหมือนว่าฉู่โม่วจะไม่ได้ยินและฟันกระบี่ออกไปสองครั้งติดต่อกันเพื่อสังหารอัจฉริยะทั้งสอง ทำให้ร่างของพวกเขาระเบิดและกลายเป็นไอเลือดในทันที
หลังจากนั้น
เขาก็กลับไปจัดการอัจฉริยะเผ่ามนุษย์วิหคอีกสามคนที่เหลือ
และแล้ว…
อัจฉริยะเผ่ามนุษย์วิหคห้าคนก็ต้องมอบชีวิตให้กับกระบี่ของฉู่โม่ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์