เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 539

บทที่ 539 ความบ้าคลั่งครั้งสุดท้าย และถูกกำจัดอย่างสมบูรณ์!

“นานมาแล้วเมื่อครั้งที่พละกำลังของฉันยังต่ำต้อย ฉันเคยได้รับกระบี่เล่มหนึ่งที่ชื่อว่ากระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์!”

“กระบี่เล่มนี้เป็นอาวุธระดับสูงสุดที่ฉันมีไว้ครอบครอง!”

“และยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันเลือกเดินบนเส้นทางกระบี่เช่นเดียวกัน!”

“ทว่าหนทางในการฝึกฝนเพื่อที่จะใช้มันไม่ได้ง่ายเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อใดที่ฉันดึงมันออกจากฝัก มันจะกลายเป็นกระบี่ที่สามารถทำลายได้แม้แต่สวรรค์!”

“แต่น่าเสียดาย…”

“ตั้งแต่ฉันได้รับกระบี่เล่มนี้มาก็มีโอกาสน้อยมากที่จะใช้มัน จนเวลาต่อมา ฉันได้รับกระบวนท่าลับวิญญาณหยินหยางมา ทำให้ต้องแยกปฐมวิญญาณออกเป็นสองส่วน ก่อนจะใช้กระบี่เล่มนี้เป็นที่กักเก็บพลังวิญญาณหยาง แต่น่าเสียดายที่มันไม่เคยได้สำแดงพลังออกมาเลยจนถึงตอนนี้!”

ฉู่โม่วกล่าวอย่างใจเย็น

เมื่อพูดประโยคนี้จบ สีหน้าของเขาก็ดูสงบมาก แต่ก็สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่หดหู่ ราวกับว่าเขาเสียใจที่ไม่เคยได้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของกระบี่เล่มนี้

“แต่…”

“เมื่อต้องเผชิญกับต้นกำเนิดแห่งหมอกทมิฬในวันนี้ จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้สำแดงพลังของมันแล้ว!”

“ฉันจะได้ใช้โอกาสนี้เพื่อประเมินพลังของกระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ที่ควบคุมโดยกระบวนท่าจิตวิญญาณอมตะไปด้วยเลย”

“จะได้รู้สักทีว่ากระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์นั้นทรงพลังเพียงใด!”

“ในขณะเดียวกัน… ก็ถือเป็นการเติมเต็มความปรารถนาของมหาเทวะยุทธ์ซวนหยวนแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ของฉันด้วย!”

ฉู่โม่วกล่าวอย่างใจเย็น

เมื่อสิ้นเสียงนั้น

ทันใดนั้น กลิ่นอายอันน่าพรั่นพรึงและลึกลับอย่างยิ่งก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา

แสงเทวะอันเจิดจ้าถูกขับออกมาล้อมรอบกายทั้งหมด

เสียงลากของห่วงโซ่ดังขึ้นอย่างลึกลับราวกับมีการปลดผนึกอะไรบางอย่าง

“นี่…”

ต้นกำเนิดแห่งหมอกทมิฬมองดูเหตุการณ์ตรงหน้า ทันใดนั้น สัญชาตญาณความกลัวก็เริ่มเกาะกุมหัวใจอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ราวกับกำลังจะเกิดวิกฤตร้ายแรงบางอย่าง

มีบางสิ่งที่น่ากลัวอย่างยิ่งกำลังจะเกิดขึ้น!

แท้จริงแล้ว

ลางสังหรณ์ของมันถูกต้องแล้ว

ครืน!

ทันใดนั้นเอง แรงกดดันอันน่าพรั่นพรึงก็ปรากฏขึ้นจากร่างของฉู่โม่ว กระแทกลงพื้นโลกจนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แม้แต่ตำหนักลับก็ปรากฏรอยแตกร้าวขึ้นบนกำแพงทั้งหมด จนอักขระลึกลับพลันเปล่งแสงออกมาอย่างต่อเนื่อง

แรงกดดันนี้ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับจะไม่มีวันสิ้นสุด

ครืน! ครืน! ครืน!

การสั่นไหวของตำหนักลับรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงความโกลาหลที่ปั่นป่วนจนส่งเสียงคำราม

ความหวาดกลัวในใจของต้นกำเนิดแห่งหมอกทมิฬยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

กลิ่นอายแบบนี้… ทำให้มันรู้สึกราวกับมีความตายกำลังคืบคลานเข้ามา!

“เจ้าหนุ่มแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ ไม่สิ… นายท่าน ได้โปรดอย่าฆ่าฉัน อย่าลบล้างตัวตนของฉันเลย!”

“ฉันยอมจำนนแล้ว!

อย่าทำลายฉันเลย!”

“ได้โปรด…”

มันวิงวอนร้องขอด้วยน้ำเสียงที่วิตกกังวล

ทว่าฉู่โม่วกลับไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย

เพียงหลับตาอย่างสงบนิ่ง พร้อมจิตใจที่กำลังจมดิ่งอยู่ในคฤหาสน์สีม่วง

ขณะนี้ภายในคฤหาสน์สีม่วงปรากฏกงล้อทองคำปฐมวิญญาณทั้งสี่ชั้นขึ้น ทำให้คฤหาสน์สีม่วงทั้งหลังกลายเป็นสีทอง พร้อมร่างปฐมวิญญาณที่กำลังนั่งนิ่ง โดยมีกระบี่ยาวสีทองวางพาดอยู่บนตัก ดวงตาของเขาปิดลงและปล่อยให้แสงสีทองของกงล้อทองคำปฐมวิญญาณส่องสะท้อนลงบนร่างราวกับกำลังสวมใส่ด้วยอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ดูสง่างามยิ่งนัก!

ในเวลานี้ กลิ่นอายของร่างปฐมวิญญาณกำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงกระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ที่วางพาดอยู่บนตักได้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมันไม่สามารถฝืนทนได้อีกต่อไป และต้องการจะออกจากคฤหาสน์สีม่วงเพื่อสำแดงพลังให้โลกได้เห็น

เวลาผ่านไปเพียงชั่วขณะ แต่ก็เหมือนผ่านไปเป็นหมื่นปี!

เมื่อกลิ่นอายทั้งหมดไต่ขึ้นสู่จุดสูงสุด ฉู่โม่วก็ลืมตาขึ้น พร้อม ๆ กับร่างปฐมวิญญาณในคฤหาสน์สีม่วงที่เปิดตาขึ้นเช่นกัน ก่อนจะมีลำแสงศักดิ์สิทธิ์สองสายพุ่งทะยานออกมา

“กระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์!”

“สะบั้น!”

เสียงเอ่ยแผ่วเบาที่ดูสงบเหมือนเสียงพึมพำ ทว่าเมื่อมันกระจายออกไป กลับดังกึกก้องเหมือนเสียงพายุสายฟ้าฟาด และกังวานราวกับเสียงระฆังใบใหญ่ สั่นสะเทือนไปทั่วท้องฟ้ากระจายไปทุกทิศทุกทาง

จากนั้นไม่นาน…

ร่างปฐมวิญญาณในคฤหาสน์สีม่วงดูเหมือนจะได้รับคำสั่ง ทันใดนั้นก็คว้ากระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ กระโจนออกมาจากคฤหาสน์สีม่วงจนกลายเป็นลำแสงสีทอง และพุ่งเข้าหาต้นกำเนิดแห่งหมอกทมิฬทันที

ฟิ้ว!

แครก! แครก! แครก!

ช่วงเวลาที่ร่างปฐมวิญญาณพุ่งออกไปพร้อมกระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ในมือ แสงกระบี่สีทองอันน่าพรั่นพรึงได้ส่องสว่างไปทั่วตำหนักลับทันที พลังอันน่าหวาดหวั่นกระจายไปทั่วจนกำแพงในตำหนักลับเริ่มพังทลายลง อักขระลึกลับจำนวนนับไม่ถ้วนแตกเป็นเสี่ยง ๆ กระทั่งความว่างเปล่าก็พังทลายลง ทำให้เกิดเสียงอื้ออึงสะเทือนลั่น

“พ… พลังแบบนี้…”

“ไม่! ไม่!! อย่าฆ่าฉันนะ!!”

ร่างปฐมวิญญาณของฉู่โม่ว ได้มาถึงหน้ารอยแตกของมิติแล้ว พร้อมกระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ในมือ!

ภายใต้สายตาที่ไม่แยแสของชายหนุ่มที่กำลังจับจ้องไปยังต้นกำเนิดแห่งหมอกทมิฬ ในที่สุดทั้งสองก็เข้าปะทะกัน!

ตู้ม!

เสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว พร้อมคลื่นกระแทกอันน่าหวาดหวั่นที่ซัดออกมาจนทำให้ห้วงมิติทั้งหมดพังทลายลง

ปราณกระบี่สีทองอันเจิดจ้าถูกปลดปล่อยออกไปทันที

ฉับพลันนั้น แขนของสัตว์ประหลาดก็ขาดเป็นชิ้น ๆ ทันที

ยังไม่จบ ปราณกระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ยังคงเคลื่อนผ่านและฟันลงไปยังต้นกำเนิดแห่งหมอกทมิฬ

“อะไรกัน!”

“เป็นไปไม่ได้!!”

ทันใดนั้น ดวงตาของต้นกำเนิดแห่งหมอกทมิฬก็พลันเบิกกว้างและเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

มันไม่คาดคิดว่าเรื่องจะเป็นเช่นนี้

กระบี่ยาวสีทองเล่มนั้นฟันสัตว์ประหลาดที่เขาอัญเชิญมาอย่างง่ายดาย!

และไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น

ปราณกระบี่สีทองใช้เวลาเคลื่อนผ่านเพียงไม่นาน ภายใต้สายตาที่สิ้นหวังของต้นกำเนิดแห่งหมอกทมิฬ มันก็ถูกฟาดฟันจนสูญสิ้นในที่สุด!

หลังจากนั้น

แสงศักดิ์สิทธิ์ที่เจิดจรัสก็เบ่งบานไปทั่วทุกมุมของตำหนักลับ

ก่อนจะค่อย ๆ สลายไป

ชายหนุ่มเห็นว่าบริเวณที่เคยมีหมอกทมิฬอยู่ตอนนี้ได้ว่างเปล่าไปแล้ว

รอยแตกของมิติที่ถูกเปิดออกก็หายไปราวกับมันไม่เคยมีอยู่เช่นกัน

บริเวณใจกลางอากาศของตำหนักลับ

ร่างปฐมวิญญาณของฉู่โม่วกำลังถือกระบี่ไว้ในมือทั้งสองลอยอยู่ในอากาศ

ร่างปฐมวิญญาณกำลังผลิบานด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ที่สำแดงพลังให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของมัน พร้อมกับท่วงทำนองแห่งวิถีอันไร้ที่สิ้นสุดที่ไหลวนอยู่บนตัวมัน

คมกระบี่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการสังหาร

มันเจิดจรัสราวกับดวงอาทิตย์และทรงพลังจนสามารถสะกดข่มสวรรค์ได้!

กระบี่เล่มเดียว…

สามารถบดขยี้ต้นกำเนิดแห่งหมอกทมิฬที่เคยทำลายล้างโลกแห่งนี้ได้สำเร็จ!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์