บทที่ 543 สมบัติแท่นประทับ กับสองเผ่าพันธุ์ต่อสู้กัน
แสงสว่างจ้าส่องไปทั่วทุกหนแห่งและพลังศักดิ์สิทธิ์ไร้ที่สิ้นสุดหลั่งไหลออกมา ทำให้โลกทั้งใบสว่างไสวในทันใด
ในตอนนี้…
ผู้ปลุกพลังเกือบครึ่งหนึ่งที่เข้ามาในเขตแดนลับกลืนดารามองเห็นแสงสว่างนี้และต้องตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
ระหว่างช่วงเวลาที่เขตแดนลับกลืนดาราเปิดออก ทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคต่างก็ได้รับความสูญเสีย แต่ตราบใดที่รอดมาได้ คนคนนั้นก็จะได้รับประโยชน์มหาศาล
และตอนนี้
ภาพที่น่าตกตะลึงเช่นนี้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง หมายความว่าเกิดสมบัติอันยิ่งใหญ่ขึ้นอีกชิ้น และเป็นสมบัติที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน!
“เราต้องไปดูและรอโอกาสแย่งมาให้ได้!”
“ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ต้องไม่ใช่สมบัติทั่วไปแน่ จะให้ตกเป็นของเผ่ามนุษย์ไม่ได้!!”
“จะให้ตกเป็นของเผ่ามนุษย์วิหคไม่ได้!!”
ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์และเผ่ามนุษย์วิหคต่างก็คิดขึ้นพร้อมกัน
หลังจากนั้น ทุกคนก็รีบมุ่งหน้าไปที่นั่นอย่างรวดเร็ว
ส่วนฉู่โม่วนั้น…
หลังจากที่เห็นภาพนี้และคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจที่จะไปตรวจสอบดู
แม้จะมีโอกาสสูงที่จะเจอกับโม่ซางผู้ตั้งใจจะสังหารเขา แต่ชายหนุ่มก็มีเจตนาเช่นนั้นด้วยเหมือนกัน
แม้ว่าจะแข็งแกร่งมาก ฉู่โม่วก็ครอบครองพรสวรรค์ธาตุความมืดและซ่อนตัวในห้วงอากาศได้ แม้ว่าโม่ซางจะมีพรสวรรค์ธาตุความมืดเหมือนกัน แต่ฉู่โม่วก็มีกายาทวิเนตร พรสวรรค์แห่งเนตร และสัมผัสห้วงมิติ ถึงโม่ซางจะใช้พรสวรรค์ธาตุความมืดซ่อนตัวก็ไม่ส่งผลกระทบกับเขาเลยสักนิด
แต่เป็นเรื่องยากที่โม่ซางจะหาตัวฉู่โม่วพบ
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทั้งสองเปรียบเหมือนแสงสว่างและความมืดโดยฉู่โม่วเป็นฝ่ายได้เปรียบ
เขาสามารถซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดและใช้โอกาสนี้จับตาดูโม่ซางได้ หากพบข้อบกพร่องของอีกฝ่าย ก็สามารถโจมตีเพื่อให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสได้ หรือบางทีอาจจะสังหารอีกฝ่ายได้เลยด้วยซ้ำ!
แม้ว่าจะไม่มีโอกาสทำเช่นนั้น ฉู่โม่วก็ยังอยากเห็นว่าสมบัติชิ้นนั้นคืออะไรอยู่ดี
หากมีโอกาสก็เป็นเรื่องดีที่จะคว้ามาไว้ในมือ
เมื่อคิดแล้วก็ต้องลงมือทำ
ชายหนุ่มบินตรงไปยังทิศทางของลำแสงนั้นทันที
ด้วยวิชาชั่วลัดนิ้วมือ ฉู่โม่วก็เดินทางได้หลายกิโลเมตรภายในก้าวเดียวและหายลับขอบฟ้าไป
ในไม่ช้า…
เขาก็มาถึงที่หมาย
เมื่อมองไกลออกไปก็เห็นผู้ปลุกพลังมากมายมารวมตัวกันใกล้ลำแสงสว่างจ้านั้น
ในหมู่ผู้ปลุกพลังเหล่านั้นมีทั้งเผ่ามนุษย์และเผ่ามนุษย์วิหค
หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายมาที่นี่ก็ไม่ได้เกิดการต่อสู้ขึ้นในทันที ต่างฝ่ายต่างก็รักษาระยะห่างเพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายได้นำหน้าไปก่อน
ในขณะเดียวกัน
จุดศูนย์กลางคือลำแสงนั้น
ฉู่โม่วเองก็หันไปสนใจมันเช่นกัน เขาเห็นว่าลำแสงนั้นไม่ใช่พลังงานบริสุทธิ์และเหมือนว่าจะมีสมบัติถูกผนึกอยู่ข้างใน แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเพราะแสงประกายที่บดบังอยู่
‘เนตรทองคำแห่งธาตุทั้งห้า!’
ชายหนุ่มแอบใช้กระบวนท่าพิเศษและมีแสงห้าสีปรากฏขึ้นในดวงตา แล้วลำแสงก็พุ่งออกมา
เขาหันไปมองที่ลำแสง
เห็นได้ชัดว่ามีแท่นประทับถูกผนึกอยู่ข้างใน มันส่องประกายแสงสีทองและมีอักขระลึกลับให้เห็นราง ๆ
‘แท่นประทับเหรอ?’
‘หรือว่าจะเป็นสมบัติพิเศษอะไรสักอย่าง?’
“ฉันได้สมบัติมาแล้ว!”
ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์วิหคคนหนึ่งได้ครอบครองกระบวนท่าลับระเบิดที่น่าสะพรึงกลัว ทำให้ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นในทันที เขาพุ่งไปตรงหน้าแท่นประทับ หยิบมันขึ้นมา และตะโกนลั่นด้วยความตื่นเต้น
เพียงแต่ว่า
ทันทีที่เขาพูดจบ มืออันทรงพลังก็พุ่งเข้ามาและบดขยี้ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์วิหคให้กลายเป็นหมอกเลือด!
“เจ้าบ้าเผ่ามนุษย์วิหค สมบัติแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่แกจับต้องได้หรอกนะ!”
อัจฉริยะพั่วซานกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
ในฐานะอัจฉริยะอันดับต้น ๆ ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ แม้ว่าจะไม่เก่งกาจเท่าเฟยเหลียน แต่เขาก็ยังเป็นอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงโด่งดังในหมู่อัจฉริยะเผ่ามนุษย์วิหคจนทำให้ไม่มีใครกล้าเคลื่อนไหว
แต่ในตอนนั้นเอง
อัจฉริยะเผ่ามนุษย์วิหคคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้น “ที่อยากได้สมบัตินั่นน่ะ ถามฉันรึยัง?!”
เมื่อเขาพูดจบ
ทั้งร่างก็พุ่งเข้ามาในทันที
“แกหาเรื่องตายแล้ว!”
อัจฉริยะพั่วซานโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
ทันทีที่พูดจบ เขาพลันยกภูเขาขึ้นมาจากพื้นลูกแล้วลูกเล่าและโยนไปยังทิศทางของเหล่าอัจฉริยะเผ่ามนุษย์วิหค
ตูม ตูม ตูม!
ภูเขามากมายร่วงหล่นลงไป แล้วผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์วิหคต่างก็หลบหลีกได้อย่างง่ายดาย
ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์วิหคเผยสีหน้าเหยียดหยามออกมาและกำลังจะหัวเราะเยาะ แต่ในตอนนั้นเอง พวกเขาก็เห็นอัจฉริยะพั่วซานถือหอกเอาไว้และแทงมันออกมา
หอกเล่มนั้นรวดเร็วอย่างถึงที่สุดและพลังของมันก็แข็งแกร่งยิ่งกว่า ทันทีที่มันพุ่งออกมา ทั่วทั้งห้วงอากาศก็ส่งเสียงหวีดหวิวและแม้แต่ห้วงมิติก็พังทลายลง
ส่วนอัจฉริยะเผ่ามนุษย์วิหคที่ยืนอยู่ตรงหน้าหอกนั้น เขาพลันสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่พุ่งเข้ามาตรงหน้า ทำให้รู้สึกกลัวความตายสุดหัวใจ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์