เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 545

บทที่ 545 คำสอนเก่าแก่อันทรงพลัง กับ สมบัติยุคโบราณ!

“ไม่ ฉันไม่อยากตาย!”

“อย่าฆ่าพวกเราเลย!”

“ฉู่โม่ว ถ้าแกกล้าทำอะไร โม่ซางไม่มีทางปล่อยแกไปแน่!”

เมื่อสัมผัสได้ถึงเจตสังหารอันแข็งแกร่งและเจตจำนงกระบี่ที่น่าตกตะลึงโดยรอบ อัจฉริยะเผ่ามนุษย์วิหคทุกคนก็เผยสีหน้าตื่นตระหนกออกมา พวกเขาต่างก็พยายามร้องขอความเมตตาจากชายหนุ่ม

คนอื่น ๆ ต่างก็ส่งสายตาไม่พอใจและอยากจะเข้ามาขัดขวาง

แต่ฉู่โม่วก็ไม่สนใจราวกับว่าไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น ขณะที่ฟันกระบี่ดาราทมิฬออกไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

ปราณกระบี่พลันพลุ่งพล่านออกมา ไม่ว่าผ่านไปที่ใด ก็พบเห็นมันระเบิดครั้งแล้วครั้งเล่าภายในพื้นที่หลายหมื่นกิโลเมตร

ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!

ปราณกระบี่มากมายประสานซึ่งกันและกัน ทะลุผ่านความภาคภูมิใจแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค จนโลหิตสีทองหลั่งไหลออกมามากมาย

หลังจากนั้น ปราณกระบี่นับไม่ถ้วนก็ก่อเกิดเป็นตาข่ายที่ทำให้อัจฉริยะเผ่ามนุษย์วิหคมากมายได้รับบาดเจ็บสาหัส เลือดและเนื้อของพวกเขาระเบิดกลายเป็นไอเลือดจนกระทั่งไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไป

ยังมีอัจฉริยะเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคที่ทรงพลังอยู่อีก แต่พวกเขาก็ต้านทานได้มากกว่าแค่ไม่กี่อึดใจ ก่อนสิ้นใจภายใต้ปราณกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวนี้

ในไม่ช้า เสียงปราณกระบี่เห่าหอนและสังหารก็ดังไปทั่วทุกหนแห่ง

และเหล่าอัจฉริยะเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคก็ไม่มีให้พบเห็นอีกต่อไป!

เมื่อพวกเขาตายจนหมด ฉู่โม่วก็ทะยานขึ้นไปในห้วงอากาศ

ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว เขาสามารถสังหารผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคได้มากกว่ายี่สิบคน ซึ่งเป็นสถิติที่น่าสะพรึงกลัวทีเดียว แต่ฉู่โม่วกลับไม่แสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมาแม้แต่น้อย

ไม่มีเรื่องอะไรให้โอ้อวดทั้งนั้น!

ในตอนนี้ เขาบ่มเพาะรากฐานร่างกายครั้งที่เจ็ดสำเร็จ และมีพลังกายมากถึง 1.13 ล้านพลังมังกรแล้ว เมื่อผสานกับวิถีกระบี่และความเข้าใจอันลึกซึ้ง แม้แต่ขั้นเทียมเทพก็ยากจะต้านทานการโจมตีเต็มกำลังของเขาได้!

ยิ่งไปกว่านั้น อัจฉริยะเหล่านี้ยังตกอยู่ในเขตแดนกระบี่ของเขาอีกด้วย การกวาดล้างพวกเขาก็เป็นเหมือนกับการฟันเต้าหู้ทิ้งเท่านั้น!

แน่นอนว่า

แม้ว่าการสังหารอัจฉริยะขั้นเทียมเทพจะง่ายดาย มันก็ไม่ได้หมายความว่าฉู่โม่วจะสามารถสังหารผู้ปลุกพลังขั้นเทวะยุทธ์ได้อย่างง่ายดายด้วย!

อย่างไรแล้ว ขั้นเทวะยุทธ์และเทียมเทพก็แตกต่างกันถึงสองระดับขั้น!

ด้วยพละกำลังของฉู่โม่วในตอนนี้ การจัดการผู้ปลุกพลังขั้นเทวะยุทธ์นั้นยังคงเป็นเรื่องยาก แต่หากเขาใช้กระบวนท่าอื่นร่วมด้วย แม้ว่าจะยืนยันชัยชนะไม่ได้ มันก็ยังเพียงพอที่จะต่อสู้หรือกระทั่งเอาชนะผู้ปลุกพลังขั้นเทวะยุทธ์ทั่วไปได้

และหากฉู่โม่วบ่มเพาะรากฐานร่างกายครั้งที่เก้าและฝึกกระบวนท่าหลอมกายาเก้าชั้นฟ้าสำเร็จ ทำให้เข้าสู่ขั้นเทียมเทพ บางทีในตอนนั้น แม้แต่เทวะยุทธ์ทั่วไปก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับฉู่โม่วอีกต่อไปแล้ว

ในตอนนั้น

เขาจะสามารถสังหารสุดยอดผู้มีพรสวรรค์อย่างเฟยเหลียนและกระทั่งโม่ซางได้!

ฉู่โม่วครุ่นคิดอยู่ในใจ

แต่ในตอนนั้นเอง อัจฉริยะเผ่าพันธุ์มนุษย์จำนวนหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างก็ตะลึงงัน

“นี่… ผู้ปลุกพลังจากเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคถูกฆ่าหมดง่าย ๆ อย่างนี้เลยเหรอ?”

“ฉันไม่ได้ฝันอยู่ใช่ไหม?”

“ฉันเชื่อไม่ลง ฉันเชื่อไม่ลงจริง ๆ!”

เมื่อมองดูภาพที่เห็นตรงหน้า เหล่าผู้ปลุกพลังจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็นิ่งงันอยู่กับที่ด้วยสีหน้าไม่เชื่อสายตา

พวกเขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น!

อันที่จริง

หากไม่ใช่เพราะกลิ่นเลือดคละคลุ้งในอากาศยังไม่จางหายไป ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์เหล่านี้คงคิดว่าพวกเขากำลังฝันกลางวันอยู่เป็นแน่

พวกเขาได้แต่มองไปยังร่างที่ลอยอยู่กลางอากาศด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม โหยหา และตกตะลึง

ฉู่โม่ว!

อัจฉริยะฉู่!

“ฉันคิดว่าถึงอัจฉริยะฉู่จะแข็งแกร่งกว่าเรา เขาก็คงจะเทียบเท่ากับอัจฉริยะเฟยเหลียน หรืออาจจะอ่อนแอกว่าสักหน่อย แต่พอได้เห็นในตอนนี้แล้ว ฉันว่าฉันคงเดาผิดแล้วละ!”

“คุณฉู่โม่วแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”

“สังหารผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์วิหคมากกว่ายี่สิบคนด้วยการโจมตีแค่ครั้งเดียว ฉันจินตนาการไม่ถึงจริง ๆ!”

“สมแล้วที่เขาเป็นตัวตนอันดับหนึ่งบนศิลาต้นกำเนิด และพรสวรรค์ของเขาก็โดดเด่นที่สุดในทุกยุคทุกสมัย!”

“พละกำลังระดับนี้คงพอที่จะต่อสู้กับโม่ซางแน่ ๆ!”

“น่าเหลือเชื่อ!”

“ฉันอยากจะติดตามอัจฉริยะฉู่จริง ๆ ถ้าได้กลายเป็นผู้ติดตามของเขาก็คงเหมือนได้พรจากพระเจ้า!”

“ไม่เอาน่า ด้วยพรสวรรค์ของนายน่ะ ถึงจะได้ติดตามอัจฉริยะฉู่ นายก็คงถูกทิ้งห่างในไม่ช้า จนนายมองไม่เห็นหลังของอัจฉริยะฉู่ด้วยซ้ำ!”

“ใช่ น่าเสียดาย!”

ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์มากมายพูดคุยกันด้วยคำพูดที่เคารพและเชิดชูฉู่โม่ว

ทุกคนต่างก็ชื่นชมความแข็งแกร่งของเขา แม้แต่เหล่าอัจฉริยะเองก็ไม่เว้น

แม้ว่าพวกเขาจะดูหยิ่งทะนงเป็นอย่างมาก นั่นก็เป็นเพียงเพราะไม่มีใครทำให้พวกเขาต้องเกรงขามได้ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับอัจฉริยะที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าตน ความเคารพจากอัจฉริยะเหล่านี้ก็จะมากยิ่งกว่าใคร

เพราะพวกเขาต่างก็เป็นความภาคภูมิใจแห่งสวรรค์ และรู้ดีว่า

อัจฉริยะที่แข็งแกร่งกว่าพวกเขานั้นแข็งแกร่งมากขนาดไหน!

และอัจฉริยะที่ทำให้พวกเขามองไม่เห็นแม้แต่หลังนั้นน่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกัน!

ดังนั้นแล้ว

ผู้ปลุกพลังเหล่านี้จึงชื่นชมฉู่โม่วเป็นพิเศษ บางคนกระทั่งอยากจะติดตามชายหนุ่มและกลายเป็นข้ารับใช้ของเขาเสียด้วยซ้ำ แต่ก็กลัวว่าตนจะมีพรสวรรค์ไม่มากพอ จึงไม่กล้าเข้าไปพูดคุยกับเขาแม้แต่น้อย

หลังจากที่สังหารอัจฉริยะเผ่ามนุษย์วิหคจนหมด ฉู่โม่วก็เข้าไปข้าง ๆ แท่นประทับและยื่นมือออกไปคว้ามันเอาไว้

แค่เพียงเริ่มต้น…

ชายหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงพลังเต๋ารุนแรงลอยออกมารอบร่างกายราวกับว่าเขาอยู่ในทะเลแห่งเต๋า รัศมีลึกลับมากมายหลายรูปแบบพุ่งเข้ามาในความคิด ทำให้เขารู้สึกกระจ่างแจ้งและตื่นเต้นขึ้นในทันที

“แท่นประทับ…”

เมื่อสัมผัสได้ถึงความไม่ปกตินี้ ฉู่โม่วก็ตะลึงงันไป

ในตอนนั้น แท่นประทับนี้คงจะเป็นแท่นธรรมดาทั่วไป แต่เพราะคำสั่งสอนของสุดยอดผู้ปลุกพลังทำให้พลังไร้ที่สิ้นสุดถูกปลดปล่อยออกมา แท่นประทับเองก็ได้รับแรงกระทบมหาศาลและกลับกลายเป็นสมบัติหายากในที่สุด ตั้งแต่นั้นมา มันก็ถูกส่งทอดต่อกันมาและไม่เคยกำเนิดขึ้นจนกระทั่งวันนี้

‘สมบัติยุคโบราณ!’

‘นี่คือสมบัติยุคโบราณจริง ๆ!’

ฉู่โม่วเผยสีหน้าตื่นเต้นออกมา

ตอนที่หอศักดิ์สิทธิ์จัดการประมูลระดับสูงขึ้นนั้น มีสมบัติโบราณหายากที่แม้แต่อัจฉริยะก็ต้านทานความต้องการไม่ไหว ทำให้ราคาประมูลพุ่งสูงทะลุหลักล้านล้านเลยทีเดียว!

แม้ว่านั่นจะเป็นเพราะสมบัติโบราณหายากชิ้นนั้นเป็นสมบัติประเภทโจมตี ชายหนุ่มก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังเต๋าของสมบัติโบราณหายากชิ้นนั้นแข็งแกร่งไม่เท่าแท่นประทับตรงหน้าเขาเลยสักนิด!

นั่นหมายความว่าคุณภาพของแท่นประทับนี้ดียิ่งกว่าเขาอัสนีสีม่วงนั่นเสียอีก!

และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น…

การทำงานของแท่นประทับนี้คือเพิ่มความเข้าใจให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น!

ใช่แล้ว!

หลังจากที่ฉู่โม่วได้ดูภาพลวงตาทั้งหมด เขาก็เข้าใจการทำงานของแท่นประทับนี้ ซึ่งก็คือการเพิ่มความเข้าใจนั่นเอง!

แค่นั่งลงฝึนฝนบนแท่นประทับนี้ เขาก็จะสามารถรวบรวมพลังแห่งกฎเกณฑ์และพลังเต๋าได้ด้วยตัวเอง ทำให้การศึกษาความจริงแห่งสวรรค์และโลกง่ายยิ่งขึ้นสำหรับผู้ปลุกพลัง!

ในสายตาของฉู่โม่ว สิ่งนี้ล้ำค่ายิ่งกว่าสมบัติโจมตีมหาศาล!

เพราะสมบัติโจมตีนั้น ไม่ว่าจะแข็งแกร่งถึงเพียงใด พวกมันก็ยังเป็นวัตถุภายนอก

แต่สมบัติที่สามารถเพิ่มความเข้าใจได้นั้นทำให้ผู้ปลุกพลังสามารถทำลายขีดจำกัดของระดับพลังในจังหวะสำคัญได้ ความสำคัญของมันก็แสดงให้เห็นในตัวเองอยู่แล้ว!

นอกจากนี้

เมื่อพูดถึงสมบัติประเภทโจมตีแล้ว ฉู่โม่วไม่ขาดแคลนเลยสักนิด

แค่เพียงกระบี่ดาราทมิฬก็เป็นถึงสมบัติเหนือระดับเก้าแล้วด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ ฉู่โม่วยังมีกระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์อีกด้วย!

รวมไปถึง

ยุทธภัณฑ์วิญญาณแต่กำเนิด คันศรดาวตก และคันฉ่องฉายลึกลับที่ได้รับมาหลังจากที่สังหารบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำบนโลกมนุษย์!

สมบัติเหล่านี้ต่างก็มีพลังเหนือจินตนาการที่ฉู่โม่วไม่สามารถใช้งานได้เสียด้วยซ้ำ จนกระทั่งตอนนี้ คันฉ่องฉายลึกลับก็ยังไม่เคยถูกฉู่โม่วใช้งานและถูกฝุ่นเกาะอยู่ในมิติพกพา

และยังมีวิธีการอื่น ๆ อีกมากมาย

ยกตัวอย่างเช่น กระบวนท่าลับเบิกนภาที่บันทึกอยู่ในหยกเบิกนภาชิ้นที่สองที่ยังไม่ได้รับการฝึกฝน

พลังเหนือธรรมชาติในแขนเสื้อเองก็เป็นไพ่ตายที่ยังสามารถศึกษาต่อไปได้!

วิชากระบี่และแปดกระบวนท่ากระบี่เมฆาคลั่งก็ยังคงรอให้เขาฝึกฝนเพิ่มอยู่!

ฉู่โม่วไม่สามารถใช้วิธีการเหล่านี้ต่อสู้กับศัตรูได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นแล้ว เขาจึงไม่ขาดแคลนวิธีการต่อสู้กับศัตรูแม้แต่น้อย!

สิ่งเดียวที่ยังขาดไปคือสมบัติสนับสนุน!

และแท่นประทับนี้ที่สามารถช่วยในการฝึกฝนและเพิ่มความเข้าใจก็มาได้ถูกเวลาพอดี!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์