เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 55

บทที่ 55 พญาหงส์ปีกทองคำยอมจำนน!

เห้อ…

ไม่มีเสียงดังสะท้านโลกอย่างที่คาดคิด

มีแค่เพียงเสียงกรีดร้องราวกับสายลมพัดผ่านผ้าม่านหรือคลื่นน้ำไหลผ่านใบบัว

กระบี่ฟันลงไปหาอีกฝ่ายทั้งอย่างนั้น!

ฉู่โม่วยืนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะย่างกรายเข้ามาหาพญาหงส์ปีกทองคำ

อั่ก!

พญาหงส์ปีกทองคำกระอักเลือดออกมาและนอนจมกองของเหลวสีแดงฉาน มันกระเสือกกระสนเงยหน้าขึ้นเพื่อมองฉู่โม่วที่ค่อย ๆ เดินเข้ามาและเอ่ย “นี่มัน… อะไร… วิชากระบี่อะไรกัน?”

ฉู่โม่วคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้าและกล่าว “ก็แค่ฟันกระบี่ลงไป ไม่มีชื่ออะไรหรอก”

หลังจากที่พูดจบ พญาหงส์ปีกทองคำพลันหน้าแดงราวกับว่าจะพูดบางสิ่ง แต่ก็ยังคงกระอักเลือดออกมา

มันหอบหายใจและร่วงลงไปบนพื้นดิน

ดวงตากลมโตจ้องมองขึ้นไปยังดวงจันทร์บนท้องฟ้าที่หมองหม่น

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่หมู่เมฆครึ้มจางหายไปและสายฝนหยุดโปรยปราย

แสงสว่างฉายลงมายังพื้นเบื้องล่างอีกครั้ง

พญาหงส์ปีกทองคำพลิกตัวและนอนหงายลงบนพื้น ฉู่โม่วทำให้มันได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เลือดและอณูแห่งชีวิตในร่างกายทำให้มันยังมีลมหายใจอยู่

มันยังคงกระอักเลือดออกมา และรู้สึกหนาวเหน็บไปทั่วทั้งร่าง ในฐานะสัตว์อสูรตัวหนึ่ง มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว

นานจนลืมไปแล้วว่ากี่ปี…

ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมามันลืมอะไรหลายอย่างไป แต่ในตอนนี้ สิ่งเหล่านั้นหวนกลับคืนมาอีกครั้ง

ตอนที่ยังหนุ่ม มันไม่ระมัดระวังและเผลอกินสมบัติวิเศษชนิดหนึ่งเข้าไป มันจึงได้รับสติปัญญาและเริ่มต้นบ่มเพาะตั้งแต่นั้นมา

การที่สัตว์อสูรจะแข็งแกร่งขึ้นไม่ใช่เรื่องง่าย ระหว่างนั้นพวกมันจะต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรตัวอื่น ต่อสู้กับทุกสรรพสิ่งที่ขวางหน้า และค่อย ๆ เพิ่มพละกำลังขึ้นไป

หลังจากนั้นก็เริ่มมีประสบการณ์และความทรงจำมากมายไหลผ่านเข้ามาในหัว

เสียงหัวเราะ คำด่าทอ คำประกาศ ความเคียดแค้น ความสุข… อารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกันมากมาย

เสียงหัวเราะและคำด่าทอเหล่านี้ คำประกาศและคำปลอบใจเหล่านี้ ล้วนกลายเป็นฉากที่วาบเข้ามาในหัวของมัน

มันมีความสุขตอนที่ได้ออกไปหาสมบัติ

ความโกรธเกรี้ยวเมื่อต้องแก่งแย่งพื้นที่กับสัตว์อสูรตัวอื่น ๆ

การตื่นขึ้นของพลังเหนือธรรมชาติแต่กำเนิด คำประกาศตอนในเขตแดนลับไม่เหลือศัตรูอยู่อีกแล้ว

การบัญชาการสัตว์อสูรหลายร้อยตัวเพื่อออกไปจากเขตแดนลับและปกครองพวกมันในอนาคต

ภาพทั้งหมดผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า แต่มันก็จำและมองเห็นทุกภาพได้อย่างชัดเจน

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า

ไม่รู้ว่าเป็นเวลานานเท่าไร ภาพตรงหน้าค่อย ๆ เลือนราง มันรู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย

ณ ตอนนี้ ภาพหนึ่งปรากฏขึ้นในหัวอีกครั้งและค้างอยู่เช่นนั้น

เพราะตอนนั้นพญาหงส์ปีกทองคำยังหนุ่มและยังไม่มีสติปัญญาเหมือนมนุษย์ มันสยายปีกกว้างทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างอิสระ

มันยังคงจำได้ดี

ในตอนนั้นมีแสงอาทิตย์ฉายลงมาบาง ๆ มันส่องลงมายังร่างกายสีทองทำให้รู้สึกอบอุ่น

สายลมบนท้องฟ้าพัดโชยทำให้มันทะยานขึ้นและบินได้อย่างอิสระ

“เห้อ…”

มันถอนหายใจเบา ๆ

พญาหงส์ปีกทองคำรู้สึกว่าสายตาค่อย ๆ พร่ามัว แต่ยังคงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเพื่อมองดูเทือกเขาที่แตกหัก และมองเห็นรอยเลือดบนร่างกายของตัวเองในที่สุด

“ฉันละอยากจะบินขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้งจริง ๆ…”

มันพึมพำ

และตอนที่คิดได้ดังนั้น

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

ความต้องการที่จะมีชีวิตรอดเข้ามาความคิดทันใด

ความปรารถนาสูงสุด…

คือการได้มีชีวิตต่อไป!

เพราะความต้องการนี้ ความคิดที่ไม่เคยคิดมาก่อนก็ปรากฏขึ้นในหัวใจ

หรือกระทั่ง…

ถ้าฉู่โม่วตาย มันก็จะตายไปด้วย

แต่หากพญาหงส์ปีกทองคำตาย ฉู่โม่วจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรทั้งสิ้น

มันเป็นสัญญาเลี้ยงสัตว์อสูรที่เข้มงวดที่สุด!

เท่าที่ฉู่โม่วรู้ ไม่ว่าผู้ปลุกพลังขั้นใดก็ตามที่แข็งแกร่ง เมื่อเลี้ยงสัตว์อสูรต้องเสียเลือดจนรู้ว่าใครเหนือกว่า ทั้งสองฝ่ายก็เป็นแค่เจ้านายและผู้รับใช้เท่านั้น

ไม่ต้องสงสัยเลย

ความจริงใจที่พญาหงส์ปีกทองคำแสดงให้เห็นนั้นเพียงพอแล้วจริง ๆ

แต่ฉู่โม่วก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

ชายหนุ่มสนใจในพลังเหนือธรรมชาติแต่กำเนิดของพญาหงส์ปีกทองคำมาก จึงอยากจะฆ่าและเก็บซากมันมาเป็นของตัวเอง

แต่พอคิดดูอีกทีแล้ว

หากได้อีกฝ่ายมาเป็นสัตว์เลี้ยง นั่นก็สามารถช่วยเหลือเขาได้มากทีเดียว

อย่างไรแล้วมันก็มีสายเลือดของพญาหงส์ปีกทองคำและปลุกพลังเหนือธรรมชาติโดยกำเนิดขึ้นมาแล้ว นอกจากนี้มันยังบ่มเพาะอยู่ในเขตแดนลับมาหลายต่อหลายปี กระทั่งสติปัญญาของมันยังตื่นขึ้นและมีพื้นฐานแข็งแรงอย่างถึงที่สุด

ถ้าพญาหงส์ทองคำกลายเป็นสัตว์เลี้ยงของฉู่โม่ว เมื่อออกไปจากเขตแดนลับนี้มันจะพัฒนาขึ้นไปเป็นสัตว์อสูรระดับ 3… 4 หรือกระทั่งระดับ 5!

มันจะเป็นผู้ช่วยที่มีประสิทธิภาพมากภายใต้การควบคุมของฉู่โม่ว

ถ้าสังหารพญาหงส์ทองคำ แม้ว่าจะได้รับพลังจากมันมา ฉู่โม่วก็แค่ได้รับทักษะที่อาจจะไม่เข้ากับตัวเองมาเท่านั้น อาจจะไม่ช่วยเพิ่มพลังกายของเขาเลยก็ได้

เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วจึงตัดสินใจ

“ในเมื่อยอมจำนนอย่างจริงใจแล้ว ฉันจะไว้ชีวิตและรับแกเป็นสัตว์เลี้ยง!”

เมื่อพูดจบ

ฉู่โม่วก็เก็บดวงวิญญาณนั้นเข้ามา

ตอนนั้นเอง

ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองเชื่อมต่อเข้ากับพญาหงส์ปีกทองคำ

จะทำลายดวงวิญญาณนี้เพื่อกำจัดพญาหงส์ปีกทองคำเลยก็ย่อมได้

เมื่อพญาหงส์ปีกทองคำเห็นฉู่โม่วตอบตกลงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก มันรีบนั่งลงบนพื้นและตะโกนลั่นด้วยความเคารพ “ขอบคุณที่ไว้ชีวิตข้า นายท่าน ได้โปรดมอบชื่อให้ข้าด้วย!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์