เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 6

บทที่ 6 ป่านอกฐาน

‘เขาคิดจะฆ่าฉัน!’

ฉู่โม่วใจสั่น

ในชาติก่อน เขาต้องดิ้นรนเอาตัวรอดในโลกหลังโลกาวินาศ ทำให้เขาคุ้นชินกับการเข่นฆ่าและความตายเป็นอย่างดี

ในตอนนั้น มีแค่ตัวเองเท่านั้นที่เชื่อใจได้

หากไม่อำมหิตก็ไม่มีทางมีชีวิตรอด

ฉู่โม่วเคยเอาตัวรอดมาได้ตลอดหลายปีในฐานะมนุษย์ด้วยความมุ่งมั่นและรู้จักระแวดระวังภัย แต่ในที่สุดก็ต้องสิ้นใจใต้คลื่นซอมบี้

อย่างไรก็ตาม โจวชี่นั้นเป็นฝ่ายหาเรื่องเฉินซีเวยก่อน

หนำซ้ำอีกฝ่ายยังคิดจะฆ่าเขา

นอกจากนี้อีกฝ่ายยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีศักยภาพสูงอีกด้วย หากกำจัดออกไปให้เร็วที่สุดก็จะต้องกลายเป็นปัญหาใหญ่ไม่ช้าก็เร็วอย่างแน่นอน

แม้ว่าฉู่โม่วจะไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก็ตาม

แต่ท้ายที่สุดแล้ว เขารู้ว่าตัวเองต้องกำจัดวัชพืชโดยถอนรากถอนโคนเสีย

เมื่อคิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มก็มองโจวชี่ด้วยสายตาอันเต็มไปด้วยจิตสังหารทันที

‘ถ้าอยากจะฆ่าฉันนัก งั้นฉันจะฆ่าแกก่อนเอง!’

หลังจากที่รออยู่สักพัก อาจารย์ทั้งสองแห่งโลกวรยุทธ์ก็เดินเข้ามา

เมื่อนับจำนวนคนจนยืนยันได้ว่าทั้งชั้นเรียนมากันครบแล้ว เหล่านักเรียนก็เริ่มทยอยขึ้นรถ

รถคันนี้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักร

หลังสภาพอากาศเปลี่ยนไป อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดไม่สามารถใช้การได้อีกต่อไป อุปกรณ์และยานพาหนะของผู้คนต่างถูกแทนที่ด้วยวิวัฒนาการเก่าแก่ดั้งเดิม

รถขับตรงไปยังทางออกนอกฐานลู่หยาง

เมื่อเห็นทิศทางของรถ นักเรียนบางส่วนก็เกิดความสงสัยจนอดถามไม่ได้ “อาจารย์ พวกเราจะไปไหนกันเหรอ?”

“พื้นที่ป่านอกฐาน!”

อะไรนะ!

เมื่อได้ยินดังนั้น เหล่านักเรียนต่างตกตะลึง

พื้นที่ป่าโดยรอบฐานนั้นอันตรายมาก และมีอสูรดุร้ายอยู่ทั่วทุกหนแห่ง

มีเพียงผู้ฝึกยุทธ์ตัวจริงเท่านั้นที่ปกป้องตัวเองได้และไปออกล่า

แต่ถึงอย่างนั้น …นี่มันหายนะชัด ๆ!

พวกเขาเป็นแค่ผู้ปลุกพลังกลุ่มหนึ่งเท่านั้น และส่วนมากยังเป็นผู้ปลุกพลังขั้นต้นเสียด้วยซ้ำ การเข้าไปในป่านั้นแทบจะไม่ต่างจากการฆ่าตัวตาย!

“อย่าคิดมากเลย!”

เมื่อเห็นว่าเหล่านักเรียนดูหวาดกลัว อาจารย์ก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม “คราวนี้พวกเราจะไปทางทิศเหนือของเมืองที่เคยมีอสูรมังกรซึ่งเป็นสัตว์อสูรดุร้ายระดับ 3 แต่มันถูกกลุ่มนักล่าสายลมโค่นไปแล้วเมื่อไม่กี่วันก่อน”

“ฐานก็เลยเกณฑ์กลุ่มนักล่ามากกว่าสิบกลุ่มไปเก็บกวาด พวกเขาตัดหัวสัตว์อสูรทุกตัวที่สูงกว่าระดับ 2 และเปิดพื้นที่ไล่ล่าในรัศมีสามสิบกิโลเมตร”

“ตอนนี้มีแค่สัตว์อสูรระดับ 1 อยู่ในพื้นที่ เหมาะจะเป็นพื้นที่ทดลองไล่ล่าให้สถาบันพอดี”

“ยิ่งไปกว่านั้น…”

“อาจารย์หลินและฉันก็ไปกับผู้คุ้มกันด้วย มันจะได้ไม่มีอะไรอยู่เหนือการควบคุมเกิดขึ้น!”

เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนก็ดูผ่อนคลายลง

ที่นั่นมีแค่สัตว์อสูรระดับ 1 เท่านั้น และยังมีอาจารย์ขั้นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางสองคนมาคุ้มกันอีกด้วย ระดับความปลอดภัยของพวกเขาได้เพิ่มขึ้นไม่น้อย

ระหว่างที่พวกเขาพูดคุยกัน

รถขับออกจากฐานอย่างรวดเร็ว และหลังจากนั้นก็หยุดลงในที่สุด

ถึงที่หมายแล้ว!

ทุกคนลงจากรถทีละคนและมองดูภาพผืนป่าด้วยความสงสัย

ฉู่โม่วก็เช่นกัน

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามาในป่าลึก

เมื่อมองไปรอบ ๆ มันดูเหมือนกับดินแดนรกร้างที่เต็มไปด้วยต้นไม้เก่าแก่สูงตระหง่านและเถาวัลย์มากมาย

หากไม่ใช่เพราะพึ่งจะออกมาจากฐาน เขาคงคิดว่าตัวเองเข้าไปในป่ายุคโบราณเป็นแน่

ความอุดมสมบูรณ์นี้ไม่เพียงแต่สามารถสร้างความตกตะลึงให้มนุษย์ แต่ยังทำให้เหล่าอสุรกายและกระทั่งพืชพรรณเจริญเติบโตอีกด้วย

ในอดีต ต้นไม้และเถาวัลย์เหล่านี้คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายร้อยหรือกระทั่งหลายพันปี เพื่อที่จะเจริญเติบโตได้มากถึงขนาดนี้

แต่ภายใต้การบำรุงรักษาจนคืนความอุดมสมบูรณ์ พวกมันใช้เวลาเพียงไม่กี่สิบปีเท่านั้น

และเช่นเดียวกันกับสัตว์อสูรดุร้ายเหล่านั้น บางส่วนได้รับผลกระทบจากรอยแยกในอวกาศและเกิดการกลายพันธุ์

ดังนั้น…

หลังจากที่เข้าไป ฉู่โม่วก็ตรงไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง

เขาไม่เริ่มล่าสัตว์อสูรในทันที แต่วางแผนตามหาร่องรอยของคนอื่น ๆ

พูดให้ชัดกว่านั้นคือ… ตามหาร่องรอยของโจวชี่นั่นเอง

ชายคนนี้พูดจาไม่ดีกับเฉินซีเวยและพุ่งจิตสังหารมาที่เขา ฉู่โม่วอยากจะฆ่าอีกฝ่ายให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต!

แต่โชคไม่ดีนัก

ที่แห่งนี้เป็นป่าทึบ ต้นไม้และเถาวัลย์ปกคลุมทั่วทุกทิศทางทำให้ทัศนวิสัยพร่ามัวไม่น้อย

นักเรียนตรงหน้าเขาเดินเข้าไปก่อนเพียงแค่ไม่กี่ก้าว แต่ก็ไม่ปรากฏร่องรอยให้เห็นสักนิด

“ในเมื่อยังหาไม่เจอ… ฉันจะเริ่มล่าสัตว์อสูรเลยแล้วกัน! จะได้ฝึกฝนการต่อสู้ไปด้วย”

“ยังเหลือเวลาอีกนานและที่นี่ก็กว้างแค่สามสิบกิโลเมตรเท่านั้น ยังไงก็วิ่งเข้าไปได้!”

เมื่อคิดได้แล้ว ฉู่โม่วจึงตัดสินใจทำตามนั้น

ระหว่างที่เดินเข้าไปในป่าจะต้องมีสติและตื่นตัวต่ออันตรายที่เข้ามาได้ทุกเมื่อ

มีอันตรายนับไม่ถ้วนอยู่ในป่าลึก และไม่มีพื้นที่ให้ความประมาทแม้แต่น้อย

แม้ว่าชายหนุ่มจะมีพลังธาตุสายฟ้าซึ่งเป็นพรสวรรค์ชั้นแนวหน้าของผู้ฝึกยุทธ์มากมาย แต่มันยังอ่อนแอและไม่ได้ไร้เทียมทาน แน่นอนว่าเขาจะต้องระมัดระวังตัวเป็นอย่างดี

ระหว่างทาง

ราวครึ่งชั่วโมงให้หลัง ฉู่โม่วก็หยุดลงในทันใด

เขาจ้องเขม็งไปข้างหน้า

ในสายตาของเขา

ไม่ไกลออกไปนั้น ข้างหลังผืนป่าหนาแน่น มีดวงตาสีฟ้าอ่อนคู่หนึ่งปรากฏออกมา

เบื้องหลังดวงตานั้น มีร่างกายยาวราว ๆ สองเมตรและสูงราวครึ่งหนึ่งของร่างกายมนุษย์ ตอนนี้ขาทั้งสี่ข้างของมันอยู่บนพื้นดินพร้อมกับเขี้ยวอันแข็งแกร่ง ทั้งยังจ้องมองมายังฉู่โม่วอยู่

“สัตว์อสูรระดับ 1!”

“สุนัขสันเหล็ก!”

ดวงตาของฉู่โม่วหรี่ลง ข้อมูลที่เขาเรียนรู้มาจากสถาบันปรากฏขึ้นในหัว

[เปิดข้อมูลหมวดหมู่ บันทึกสัตว์อสูรทั่วไป]

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์