เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 61

บทที่ 61 ความแข็งแกร่งที่พุ่งทะยานขึ้น พลังอันน่ากลัวที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้!

อาคารฝึกยุทธ์ ห้องฝึกวรยุทธ์ระดับพิเศษ

ฉู่โม่วยืนอยู่หน้าเครื่องทดสอบพลังกายระดับสูง

เครื่องทดสอบพลังกายระดับสูงเครื่องนี้ สามารถรับแรงต่อยได้มากถึง 4,535 ตัน

มูลค่าของมันค่อนข้างสูง ขนาดภายในอาคารฝึกยุทธ์เองยังยอมให้ใช้ได้ยาก เพราะปกติแล้วผู้ที่จะใช้ได้นั้นคือผู้ที่เป็นบุคคลระดับสูงของฐานเท่านั้น

หากไม่ใช่ว่าฉู่โม่วใช้สิทธิ์พิเศษของการเป็นพันธมิตรกับสัมพันธมิตรพ่อค้าหยกแก้วแล้ว เขาเองก็คงจะไม่มีทางที่จะมาใช้เครื่องนี้ได้เช่นกัน

‘พลังกายของฉันน่าจะเพิ่มขึ้นอีก… ถือโอกาสตอนนี้ลองดูเลยก็แล้วกันว่าพลังของฉันไปถึงไหนแล้ว!’

เขาคิด

วินาทีต่อมา ฉู่โม่วก็เริ่มขยับอีกครั้ง

มือข้างหนึ่งกำหมัดไว้แน่น เขาเริ่มลำเลียงพลังจากทั่วทั้งร่างมารวมไว้ที่จุดจุดเดียว ก่อนจะปล่อยหมัดใส่เครื่องทดสอบเต็มแรง

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

เครื่องทดสอบพลังกายสั่นรุนแรง และทันใดนั้น บนจอเหนือเครื่องก็ปรากฏตัวเลขขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

549.2 ตัน!

แต่เดิมแล้วเขาน่าจะมีความแข็งแกร่งอยู่ราว ๆ 453 ตัน แต่เพราะก้าวข้ามขีดจำกัดมาได้ มันทำให้พลังที่อัดซ่อนไว้ตามร่างกายถูกปลดปล่อยออกมาด้วยและได้พลังกายเพิ่มมาอีกราว ๆ 90 ตัน และเพราะแบบนี้ ตอนนี้ฉู่โม่วจึงมีพลังกายสูงถึง 549 ตันไปแล้ว!

‘คราวนี้ลองใช้พรสวรรค์ช่วยดีกว่า!’

สิ้นเสียงภายในใจ

กล้ามเนื้อและกระดูกของฉู่โม่วก็เริ่มปลดปล่อยพลังออกมา อณูแห่งชีวิตจากจุดต่าง ๆ ในร่างกายหลั่งไหลไปรวมกับจุดตันเถียนอย่างรวดเร็ว อัสนีสีม่วงปรากฏขึ้นบนร่างของเขาโดยเฉพาะที่ไขสันหลัง มันวิ่งไปมาราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตสีม่วงก่อนจะเข้าไปรวมกันอยู่ที่มือเสมือนดวงไฟ

ตู้ม!

หมัดเดียว

รอยประทับหมัดปรากฏรอยขึ้นที่แป้นต่อย! ไม่เพียงแค่นั้น แต่ยังมือกระแสไฟฟ้าวิ่งอยู่ ณ จุดนั้นหลงเหลือไว้ด้วย เสียงสิ่งของปะทะกันแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งบริเวณใกล้เคียง

ความเร็วในการออกหมัดที่น่าเหลือเชื่อห่อหุ้มด้วยพลังของธาตุสายฟ้านี้ ราวกับว่ามีพลังสูงพอจะดันภูเขาทั้งลูกให้ถอยหลังไปเลย!

ไม่กี่วินาทีให้หลัง

การระเบิดอีกครั้งที่เหมือนผลข้างเคียงจากการต่อยก็ดังขึ้น

ครั้งนี้เป็นการระเบิดที่มาจากเครื่องทดสอบพลังกายโดยตรง!

ตู้ม!!

หมัดที่ผสมเข้ากับพลังของอสนีบาตเอาไว้ เป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องทดสอบพลังกายนี้ระเบิดอย่างแน่นอน และแรงระเบิดนี้ทำเอาห้องฝึกฝนของเขาสั่นรุนแรงด้วยแรงที่กระจายออกมาอย่างมหาศาล

เครื่องทดสอบพลังกายขั้นสูงที่สามารถรองรับแรงได้มากถึง 4,535 ตัน แม้แต่กระบี่เหล็กหรืออาวุธมีคมใด ๆ ก็ไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้มันได้ ซ้ำยังไม่อาจทนพลังที่เกินขีดจำกัดนี้และระเบิดออกไม่เหลือชิ้นดี!!

เศษซากของมันที่พุ่งกระจัดกระจายไปทั่วห้องเสมือนคมมีด สร้างบาดแผลน่ากลัวไว้บนผนังห้องเต็มไปหมด

แค่หมัดเดียวเท่านั้น!

หมัดเดียวก็สามารถทำลายเครื่องทดสอบกำลังกายระดับสูงได้เลย!

ด้วยพลังที่น่ากลัวเช่นนี้ หากมีใครสักคนเผลอผ่านมาเห็นเข้าละก็ เขาคนนั้นคงต้องมีฝันร้ายไปอีกหลายวันแน่ ๆ!

“ตอนนี้พลังกายพื้นฐานของฉันน่าจะอยู่ที่ 549 ตันโดยประมาณ ถ้าใช้อณูแห่งชีวิตช่วยก็จะแตะที่ 1,088 ตัน!”

“และด้วยการกระตุ้นพลังกายอสนีบาตคงกระพัน ร่างกายจะเพิ่มพลังโจมตีไปได้อีกยี่สิบเท่า…”

“งั้นก็แสดงว่า…”

“พลังโจมตีสูงสุดที่ฉันสามารถทำได้ตอนนี้…”

ดวงตาของฉู่โม่วเบิกโพลง เขายกนิ้วขึ้นมานับเลขโดยที่แม้แต่นิ้วก็ยังพลอยสั่นไปด้วย “21,772 ตัน!”

นี่มันเกินไปแล้ว! อาจจะจะเทียบได้กับปรมาจารย์ยุทธ์ที่เลื่องชื่อทั้งหลายเลยก็ได้นะเนี่ย!

ไม่สิ ระดับนี้น่ะ ต่อให้เป็นปรมาจารย์ยุทธ์ที่เพิ่งทลายขีดจำกัดขึ้นมาได้ ก็อาจจะยังไม่สามารถรีดพลังขนาดนี้ออกมาได้เลย!

ฉู่โม่วตื่นเต้นอยู่ในใจ

ไม่ต้องสงสัย

หากมีใครได้มาเห็นฉากนี้เข้าจริง ๆ พวกเขาได้หัวใจวายตายกันบ้างแน่ ๆ การที่ผู้ฝึกยุทธ์ที่เพิ่งก้าวขึ้นมาเป็นจอมยุทธ์ระดับต้นได้ ลำพังเพียงพรสวรรค์กับพลังกายก็สามารถปล่อยหมัดที่มีพลังสูงถึง 21,772 ตันออกมาได้ นี่มันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อสุด ๆ เลย!

แถมนี่ยังเป็นพลังเพียงส่วนหนึ่งของฉู่โม่วเสียด้วย!

ไหนจะมีพลังธาตุลมระดับ 3 ที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้เขาอีกสิบห้าเท่า

หรือจะเป็นพลังแห่งห้วงมิติที่สามารถเพิ่มพลังของเขาได้อีกระดับ และด้วยความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นขนาดนี้ ทะเลจิตและมิติพกพาที่สามารถเปิดใช้งานได้เอง น่าจะเพิ่มขนาดขึ้นหลายเท่าตัวแน่ ๆ

นอกจากนี้ การดูดซับของเหลวที่มีกระแสไฟฟ้าอุดมอยู่เป็นจำนวนมากเกินไป มันทำให้ธาตุสายฟ้าผสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายของเขาไปด้วย และเพราะแบบนี้เลยทำให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายสามารถกลั่นกรองและสร้างกระแสไฟฟ้าขึ้นมาได้ ปลุกการแปรผันให้พลังกายกลายเป็นร่างอสนีบาตคงกระพันในที่สุด

และด้วยอสนีบาตคงกระพันนี้เอง ที่ทำให้พลังของฉู่โม่วพัฒนาขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

จากสี่เท่ากลายเป็นยี่สิบเท่า!

ดังนั้นหากจะบอกว่าความแข็งแกร่งของฉู่โม่วพัฒนาขึ้นเพราะอสนีบาตคงกระพันเลยก็ไม่เกินจริงนัก เพราะด้วยสิ่งนี้ ฉู่โม่วสามารถควบคุมสายฟ้าได้อย่างสมบูรณ์อีกด้วย!

ความคิดมากมายผุดขึ้นในหัว

กระแสไฟฟ้าสีม่วงเองก็เริ่มผุดขึ้นบนร่างกายของเขาราวกับเป็นต้นกำเนิดไฟฟ้าด้วยเช่นกัน

พวกมันเคลื่อนไปตามร่างของฉู่โม่วราวกับมังกรสายฟ้า อัดแน่นไปด้วยพลังแห่งการทำลายล้าง ก่อนจะแผ่ซ่านไปทั่วพื้นดินเบื้องล่าง

ฉู่โม่วไม่มั่นใจนักว่าพลังของเขาจะน่ากลัวขึ้นขนาดไหน หากเขานำธาตุสายฟ้านี้มาผสานเข้าไปกับการโจมตีอย่างจริง ๆ จัง ๆ

แต่ถึงจะไม่ต้องลอง เขาก็พอจะรู้สึกถึงมันได้

พลังนั้นรุนแรงเสียจนสามารถทำลายอาคารฝึกยุทธ์แห่งนี้ให้กลายเป็นเม็ดทรายได้ไม่ยากเลย!

ตอนนี้จอมยุทธ์ทั่ว ๆ ไปคนไหนคงไม่สามารถเป็นภัยคุกคามของเขาได้แล้ว!

คิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็กลืนกินกระแสไฟฟ้าบนร่างกายออกไปและถอนหายใจโล่งอก

ทันทีที่เหล่าผู้ปลุกพลังที่มามุงได้ยินคำตอบเช่นนั้น พวกเขาก็กล่าวชื่นชมฉู่โม่วจากภายในใจที่ฉู่โม่วเลือกที่จะไม่หนีค่าซ่อม

“แบบนั้นมัน… จะดีเหรอ?”

เขาลังเล

ทั้ง ๆ ที่เจ้าเครื่องทดสอบพลังกายระดับสูงสุดนี่ราคาสูงลิ่วเนี่ยนะ?

“ไม่เป็นอะไรจริง ๆ ครับ!”

“ก็อย่างที่ทุกคนรู้ว่า ทุกปีจะมีเครื่องทดสอบพลังที่พังจากการฝึกฝนมานับกี่สิบเครื่อง นี่ก็ไม่ต่างกันหรอกครับ”

“เพราะงั้นไม่ต้องห่วงหรอกครับ พวกเราจะรับหน้าที่ตรงนี้ต่อเอง!”

ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนเปิดปากพูดตาม ๆ กัน แล้วหยิบเอาถุงใบใหญ่ออกมา

“ถ้าเป็นอย่างงั้น… ก็ขอขอบคุณด้วยแล้วกันนะ!”

ฉู่โม่วคิดตามอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าและยอมรับข้อเสนอของอีกฝ่ายไป

แต่ถึงอย่างนั้นภายในใจเขาก็ยังมีเรื่องให้ครุ่นคิดอยู่อีกนิดหน่อย

นั่นคือหอการค้าหยกแก้วนี้มีเงินมากมายขนาดไหน?

ทำไมต่อให้ต้องสูญเสียเครื่องทดสอบกำลังกาย พวกเขายังดูไม่เป็นเดือดเป็นร้อนกันเลย!

ถ้าหากคิดไม่ผิดละก็ แสดงว่าอิทธิพลของกองกำลังนี้ภายในเมืองนับว่าไม่น้อยเลยจริง ๆ!

หลังจากพูดคุยกันนิดหน่อยแล้ว ฉู่โม่วก็เดินออกไป

ในส่วนของผู้ปลุกพลังที่หันมองจนกระทั่งฉู่โม่วเดินลับไปก็ไม่ได้ทำอะไรนอกเสียจากละสายตามาทำหน้าที่เดิมแทน

“ท่านฉู่โม่วนี่แข็งแกร่งมากจริง ๆ ด้วย!”

“ใช่! แถมเขายังพูดเก่งอีก!”

“วีรบุรุษติดดินจริง ๆ!”

ผู้ปลุกพลังมากมายต่างพูดคุยกันขณะเดินเข้าไปยังภายในห้องที่ฉู่โม่วเพิ่งจะจากไปด้วย พวกเขาตั้งใจจะช่วยกันซ่อมแซมห้องที่พัง

ทว่าเมื่อเข้าไป …ความรู้สึกต่าง ๆ ก็ชะงักค้างไป

ทั่วทั้งห้องฝึกนั้นพังเละเทะไปหมดเลย!

ไม่เว้นแม้กระทั่งกำแพง!

ทุกอย่างยุ่งเหยิงมาก ๆ

“นี่มัน…”

“นี่มันเครื่องทดสอบกำลังกายระดับสูงสุดเลยไม่ใช่เหรอ!?”

“เจ้าเครื่องนี่พังจริง ๆ เหรอ!!”

พวกเขาพากันงุนงงและอุทานออกมา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์