เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 66

บทที่ 66 ฝูงอสูรโจมตี!

เมื่อฉู่โม่วกลับมาถึงฐานก็พบว่าบรรยากาศทั่วทั้งพื้นที่ดูเคร่งขรึมเหลือเกิน

คงเพราะข่าวที่ส่งกลับมาเกี่ยวข้องกับปรมาจารย์ยุทธ์ทั้งสิบจากทั้งสองฐาน

ปรมาจารย์ยุทธ์สี่คนตายคาที่ และอีกหกคนได้รับบาดเจ็บสาหัส

สัตว์อสูรที่พึ่งจะกลายเป็นระดับ 5 นั้นดุร้ายและบุกเข้าไปในฐานฉางเฟิง ฐานลู่หยางไม่ได้อยู่ห่างออกไปมากนักและคงจะถูกสัตว์อสูรโจมตีในไม่ช้า ทุกคนเลยดูตึงเครียดกันมาก

ตอนนี้เหลือแค่ปรมาจารย์ยุทธ์เสิ่นจิ้นอยู่ที่ฐาน และปรมาจารย์ยุทธ์ที่ได้รับบาดเจ็บอีกหกคน พวกเขาจะต้านไหวได้ยังไงกัน?

ทุกคนคิดว่าหายนะนั้นใกล้เข้ามาทุกทีและต่างก็ตื่นตระหนก

ฉู่โม่วตรงกลับไปที่บ้าน

อย่างที่คาดไว้ เมื่อเข้าไปในบ้านเขาก็ยังไม่เห็นเฉินซีเวย

แต่เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ

[ฉู่โม่ว ตอนที่กลับมาฉันไม่เห็นนายและตามหานายไม่เจอด้วย ช่วงนี้ที่ฐานตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้ากลับมาเห็นกระดาษแผ่นนี้ก็อย่าออกไปข้างนอกอีกละ

แต่… ยังไงถึงอยู่ในบ้านไปก็ไม่ปลอดภัยอยู่ดี!

ฐานฉางเฟิงล่มสลายแล้ว ผู้คนหลายแสนคนถูกเข่นฆ่า… ถ้าอย่างนั้นฐานลู่หยางคงไม่รอดเหมือนกัน! มันจะต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของฝูงอสูรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!

แต่ฐานลู่หยางคือบ้านของฉัน! ในฐานะผู้ฝึกยุทธ์ฉันจะหนีไปทั้งอย่างนี้ไม่ได้หรอก ฉันจะอยู่ที่นี่และนายจะมาฝึกยุทธ์ตอนนี้ไม่ได้… ถ้าเจออะไรไม่ดีเข้าก็รีบออกจากฐานไปให้เร็วที่สุด!

จำไว้ให้ดีละ นายต้องรอดไปให้ได้ ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ นายจะต้องรอด!]

มันคือตัวหนังสือที่แสนงดงาม ฉู่โม่วมองเห็นถึงความตั้งใจจากข้อความของเฉินซีเวย

เขาถอนหายใจ

เมื่อกลับมาถึงบ้านคราวนี้ เขาตั้งใจจะสารภาพทุกอย่างกับเฉินซีเวยและพาเธอออกไปจากที่นี่

ชัดเจนแล้วว่าฐานลู่หยางไม่ปลอดภัยอีกแล้ว

สัตว์อสูรระดับ 5 นั้นเกินกว่าที่ฉู่โม่วจะจัดการได้

แม้ว่าพละกำลังของเขาจะเพิ่มขึ้นมหาศาลและเขาเองก็เชื่อว่าตนแข็งแกร่งยิ่งกว่าปรมาจารย์ยุทธ์ทั่วไป เขาก็ยังไม่กล้าพูดว่าสามารถจัดการสัตว์อสูรระดับ 5 ตัวนี้ได้อย่างมั่นใจอยู่ดี

ดังนั้นแล้ว การออกไปจากฐานลู่หยางจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ไม่ใช่เพราะฉู่โม่วใจไม้ไส้ระกำ แต่เพราะเคยเอาชีวิตรอดในโลกซอมบี้มาแล้ว เพราะงั้นรู้ดีว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเอาชีวิตรอด ห้ามทำตัวเป็นพระเอกเด็ดขาด และฐานลู่หยางก็ไม่ได้มีความหมายพิเศษอะไรต่อตัวเขา

จะมีก็เพียงเฉินซีเวยเท่านั้น แต่ตอนนี้เฉินซีเวยไม่ยอมออกไปไหนทั้งสิ้น

เท่าที่ฉู่โม่วรู้จักเธอมา แม้เขาจะสารภาพเรื่องพลังของเขาตอนนี้ เฉินซีเวยก็คงไม่ยอมหนีไปกับเขาอยู่ดี

‘พอกันที! ในเมื่อเธอไม่ยอมไป งั้นฉันจะอยู่ที่ฐานและป้องกันสัตว์อสูรด้วยกันนี่แหละ! …แต่ถ้าต้านไม่ไหวแล้วจริง ๆ เราก็แค่พาเฉินซีเวยหนีไปด้วยกัน’

ฉู่โม่วคิดอยู่ในใจหลังจากนั้น

เขาไปที่อาคารฝึกยุทธ์เพื่อเตรียมพร้อมหลบหนีและฝึกฝน

ฝูงสัตว์อสูรอาจโจมตีเมื่อไรก็ได้ ดังนั้นเขาจะต้องใช้โอกาสนี้เสริมพลังให้ได้มากที่สุด เพื่อจัดการกับหายนะที่กำลังจะมาถึง

นอกจากนี้ เขาพึ่งจะกลายเป็นผู้ปลุกพลังและอยู่ในช่วงที่พัฒนาความแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่อาจพลาดไปได้

ที่อาคารฝึกยุทธ์ ในห้องฝึกฝนระดับสูง

ฉู่โม่วผู้อยู่ข้างในห้องหยิบเลือดสัตว์อสูรระดับ 4 ที่ได้รับจากตัวนิ่มแปดแถบยักษ์ออกมาจากพื้นที่เก็บของ กลืนมันลงไปและค่อย ๆ ดูดซึม

เวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ระหว่างที่ฉู่โม่วฝึกฝน

ในพริบตาเดียวก็ผ่านไปกว่าสิบวันแล้ว!

ระหว่างช่วงเวลาสิบวันนี้ สถานการณ์ยังคงเลวร้ายลงไม่หยุด!

ฐานลู่หยางได้รับข่าวสารว่าฐานฉางเฟิงล่มสลายลงแล้ว และประชากรราวหนึ่งล้านคนเสียชีวิตเพราะการโจมตีของฝูงสัตว์อสูร

สัตว์อสูรระดับ 5 ยังไม่หยุดและหันมาทางฐานลู่หยางในที่สุด

หลังจากที่ได้ยินข่าวนี้

ฐานลู่หยางก็กลับเข้าสู่ความโกลาหลอีกครั้ง…

โชคยังดีที่ปรมาจารย์ยุทธ์เสิ่นจิ้นประกาศว่า เขาได้ส่งคำขอกำลังเสริมจากฐานจินหลิงในบริเวณใกล้เคียงไปแล้ว

แต่ยังไม่มีใครรู้ว่ากำลังเสริมจะมาถึงเมื่อไหร่

ระหว่างช่วงเวลานี้ ทั้งฐานลู่หยางจะต้องเตรียมพร้อม

เสียงคำรามนี้หมายความว่า

ฆ่า!

หลังจากที่ได้ยินเสียงนี้ สัตว์อสูรนับไม่ถ้วนต่างคำรามตอบด้วยเจตสังหารที่พลุ่งพล่านไปทั่วทุกหนแห่ง กระทั่งเมฆบนท้องฟ้าต้องกระจัดกระจายออกไป

เวลาเช้าตรู่

ผู้ปลุกพลังกลุ่มหนึ่งกำลังลาดตระเวน

ทันใดนั้น

เสียงแผ่นดินสะเทือนดังขึ้นเบา ๆ

ลมหายใจอันน่าหวาดกลัวดังมาจากทั้งใกล้และไกล

บนพื้นดิน

ดิน ก้อนหินและท่อนไม้เริ่มสั่นไหวราวกับว่าบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกำลังเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“นี่มัน…”

“หัวหน้า ได้ยินอะไรไหม?”

ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยใบหน้าซีดเผือด

หัวหน้ากลุ่มไม่พูดอะไร เขาแค่เงยหน้าขึ้นและมองไกลออกไปด้วยสายตาว่างเปล่า

เมื่อสมาชิกคนอื่น ๆ เห็นดังนั้นก็หันไปมองตาม แล้วทุกคนก็ต้องตกตะลึง

ไกลออกไป

เมฆครึ้มขนาดใหญ่ที่ปกคลุมท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ส่งเสียมคำราม

ราวกับเวลาค่ำคืนกลืนกินแสงอาทิตย์เข้าไป!

ผืนดินสั่นไหว ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย!

ฝูงสัตว์อสูร… มาถึงแล้ว!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์