บทที่ 67 ทิ้งระเบิด และการต่อสู้
ภายนอกฐานลู่หยาง
เมฆดำผืนใหญ่ไร้จุดจบเคลื่อนคลอน ปกคลุมทั่วแผ่นฟ้ากว้าง
มันเป็นคลื่นของสัตว์อสูรที่ประกอบด้วยสัตว์อสูรอันดุร้ายจำนวนมาก
จำนวนของพวกมันยากจะประมาณ
ขณะนั้นเอง พวกมันเคลื่อนที่ปานกระแสน้ำที่สั่งสมพลังมหาศาลไว้ พุ่งตรงมายังที่ตั้งของฐาน
“ยิง!”
บนปราการสูงของฐานลู่หยาง เหล่าผู้ปลุกพลังออกคำสั่งคำรามลั่น
ปัง ปัง ปัง…
สิ้นคำสั่ง ปืนกลขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นเหนือช่องของกำแพง ภายใต้การควบคุมพวกมันถูกระดมยิงโดยพร้อมเพรียง ในพริบตานั้น ประการไฟก็จุดสว่างเหนือท้องฟ้า คมกระสุนเป็นดังพายุเหล็ก กระหน่ำรัวยังเมฆครึ้ม
โลกถึงคราวเปลี่ยนไปแล้ว…
แม้ว่าบรรดาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะไม่สามารถใช้การได้ หากอาวุธปืนที่ไร้ซึ่งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยังคงสามารถใช้ได้เป็นอย่างดี!
เพื่อที่จะต่อสู้กับสัตว์อสูร การจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ต้องอาศัยทั้งพรสวรรค์และพลังกาย คนธรรมดาจึงจำต้องหาวิธีเพื่อปกป้องตนเองในอยู่รอดในยุคนี้
เหตุนี้ปืนจึงเป็นอาวุธที่ถูกพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด
เกิดการพัฒนาปืนกลและปืนติดลำกล้องทุกประเภท จนอาจกล่าวได้ว่าคนธรรมดาที่มีปืนในครอบครอง ก็ไม่ต่างอะไรกับเหล่าผู้ปลุกพลัง!
กำแพงสูงของฐานเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องคนธรรมดาที่อาศัยในเมือง บนกำแพงมีทางเดินและช่องสำหรับตั้งอาวุธอยู่เรียงราย พลังจากแรงกระสุนนับว่าน่ากลัวอย่างยิ่ง
ขณะนั้นเอง
การเผชิญหน้ากับห่ากระสุนได้เริ่มขึ้น!
ทันใดนั้น เลือดของบรรดาสัตว์อสูรสาดกระเซ็น เศษเนื้อหนังกระจัดกระจายไม่รู้ทิศทาง
ละอองหมอกเลือดเข้มข้นแผ่ซ่านทั่วสารทิศ
แม้ต้องปะทะกับความเจ็บปวด แต่กลุ่มก้อนของสัตว์อสูรไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย แต่กลับกระตุ้นสัญชาตญาณดุร้ายในกาย พวกมันแผดเสียงคำรามก่อนจะกระโจนตัว
“เร่งมือเข้า! เร่งมือ!”
ปืนใหญ่นับร้อยกระบอกถูกเข็นไปยังที่โล่งราบสักแห่งหนึ่ง
บรรดาคนหนุ่มสาวและวัยกลางคนต่างแบกชิ้นส่วนต่าง ๆ ก่อนจะเร่งบรรจุกระสุนแล้วระดมยิงออกไปในคราเดียว
ในขณะนั้น กระสุนปืนใหญ่นับร้อยพุ่งสู่ท้องฟ้า แสงจากปลายดินปืนลากยาวประหนึ่งดาวหางมอดไหม้ที่ตกลงยังกลุ่มของสัตว์อสูร
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เสียงระเบิดดังกระหึ่ม
แผ่นดินสั่นไหวพร้อมเปลวเพลิงปะทุ กระสุนแต่ละนัดล้วนระเบิดตัว แตกกระจายแผ่รัศมีร่วมร้อยเมตรก่อนจะกลายเป็นผุยผง
การระดมยิงด้วยปืนใหญ่นี้ทรงพลังยิ่ง
หลังแรงระเบิด มันทิ้งหลุมน้อยใหญ่ไว้บนพื้นดิน
แขนขาของสัตว์อสูรขาดวิ่น เขม่าควันคลุ้งลอยทั่วอากาศ
ภาพอันชวนตะลึงประจักษ์สู่สายตา
กระนั้น สัตว์อสูรเหล่านั้นไม่มีท่าทีจะหยุด ในที่สุดพื้นที่ที่ถูกกวาดด้วยปืนใหญ่ก็เต็มไปด้วยพวกมัน เสียงคำรามนั้นหาได้ขาดช่วงไป
…
เมื่อมองลงมาจากด้านบน
ฐานลู่หยางขนาดใหญ่ได้กลายสภาพเป็นป้อมปืนแล้ว
ทั้งปืนกลติดลำกล้องและปืนต่อต้านอากาศยานนับไม่ถ้วนถูกใช้เป็นแนวป้องกัน พวกมันถูกตั้งประหนึ่งผนังเขื่อนสูงทึบ หันปลายกระบอกไปทางสัตว์อสูร
ปืนใหญ่หลายชนิดถูกติดตั้งบนฐาน
ในบางครั้งก็บังเกิดแสงไฟตัดผ่านท้องฟ้าเช่นดาวหาง ก่อนจะตกสู่กลุ่มของสัตว์อสูรเพื่อระเบิดพวกมัน
พื้นดินยังคงสะเทือนอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกับเสียงปืนใหญ่โหมกระหน่ำ
บรรดาสัตว์อสูรทิ้งซากศพของพวกมันเกลื่อนกลาดจากการโจมตีนั้น
ถึงอย่างนั้น พวกมันก็มีมากเสียจนไม่รู้จะหมดเมื่อไร! คล้ายกระแสพายุที่ไม่สิ้นสุด
เมื่อยืนอยู่บนกำแพงสูงนับสิบเมตร ก็จะสามารถเห็นสัตว์อสูรสีดำกระจายทั่วบริเวณ ไม่อาจมองเห็นได้ว่าท้ายขบวนนั้นอยู่ที่ใด นับเป็นเรื่องน่าประหวั่นไม่น้อย
พวกเขาคำรามขณะที่พุ่งตัวลงมา
ผู้ปลุกพลังเหล่านี้ล้วนเกิดและเติบโตในฐานลู่หยาง
ครอบครัวของพวกเขาก็อยู่ที่นี่เช่นกัน
หากพวกเขาพลาด คนข้างหลังก็จะถูกสัตว์อสูรเข่นฆ่าอย่างที่เกิดขึ้นกับฐานฉางเฟิง
ดังนั้นแล้ว พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต่อสู้กับสัตว์อสูร
“จัดการ!”
ครั้นมีสัตว์ปีกอสูรระดับสามตัวหนึ่งทะลวงผ่านแนวป้องกันตรงมายังรั้ว เมื่อมันขยับปีกก็ทำให้กลุ่มคนธรรมดาเสียแนวป้องกันและร่วงลงยังพื้น
ก่อนจะถูกพวกมันรุมกัดกินทีละคน
“ช่วยด้วย สัตว์อสูรกำลังฝ่าแนวรบเข้ามา!”
เสียงร้องดังลั่นขึ้น
เฉินซีเวยซึ่งนั่งอยู่บนรั้วเห็นภาพเบื้องหน้า กระบี่ของเธอฉายแสงกล้าพุ่งตรงยังนกอสูรนั่นทันที
ในตอนนี้เธอเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงเท่านั้น พลังของเธอไม่มีค่าในสายตาของมันเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นเฉินซีเวยที่วิ่งเข้ามา ดวงตาของมันพลันฉายแววดูถูก มันกระพือปีกข้างหนึ่ง หมายจะพัดเด็กสาวให้พ้นจากวิถีสายตา
กระนั้น…
ทันใดนั้น ร่างของเฉินซีเวยพลันประกายแสงวาบ ความเร็วที่มีเพิ่มขึ้นกะทันหัน เธอหยุดการเคลื่อนไหวลงเบื้องหน้านกตัวนั้น กายอัดแน่นไปด้วยขุมพลัง เลือดในตัวเดือดพล่านก่อนที่เธอจะกระแทกมันด้วยอาวุธในมือ
ในการโจมตีดังกล่าว ปรากฏพลังเย็นเยือกซึ่งรุนแรงพอจะแช่แข็งวิญญาณได้เลย
เห็นได้ชัดว่าสัตว์อสูรระดับสามตัวนี้ประเมินพลังของอีกฝ่ายต่ำไป
ไม่ทันได้ตั้งตัว มันก็ถูกเยือกแข็งเสียแล้ว
แม้จะเป็นช่วงหนึ่ง แต่ก็ถือว่าเปิดช่องให้เฉินซีเวยแล้ว
ฟึบ!
กระบี่ยาวแทงลงยังคอของมันอย่างโหดเหี้ยม

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์