บทที่ 73 เข้าถึงจิตใจแห่งกระบี่และกำจัดวานรเผือกอัคนี!
เสียงคมกระบี่ที่ดังออกมานี้ค่อนข้างจะเบาเมื่อเทียบกับครั้งก่อน
มันเหมือนเสียงกระบี่ที่ถูกชักออกจากฝักที่กำลังจะเงียบลง ทว่าหลายวินาทีต่อมายังคงดังกังวานอยู่และทวีคูณเพิ่มความดังขึ้นเรื่อย ๆ
ชั่วอึดใจหนึ่ง
สายลมที่เคยเป็นศัตรูตัวร้าย บัดนี้กำลังเปลี่ยนทิศอีกครั้ง มันเข้ามาหลอมรวมที่ตัวฉู่โม่ว หมุนเกลียวกันราวกับพายุขนาดเล็กและปลดปล่อยกลิ่นอายที่บาดคมออกมาจากตัวมันเอง เสียงของสายลมนี้บาดหูทุกคนราวกับตัวมันถูกสรรค์สร้างด้วยคมมีดที่มองไม่เห็น
“เสียงนี่…”
ในฐานะที่เป็นสัตว์อสูรระดับ 5 วานรเผือกอัคนีรับรู้ได้ผ่านความเฉลียวฉลาด หลังจากได้ยินเสียงที่ว่า มันก็ตระหนักได้ว่าบางสิ่งบางอย่างเริ่มไม่ถูกต้องแล้ว
สิ่งนี้ไม่ได้มาจากความไม่สบายใจที่เกิดขึ้นภายในหัวใจก่อนหน้า
แต่มาจากเสียงที่ได้ยินต่างหาก… เสียงสายลมที่แหลมคมประดุจใบมีด…
มันไม่ได้มาจากกระบี่ของฉู่โม่ว แต่มาจากตัวของผู้ใช้เลยต่างหาก!
ราวกับว่าร่างของชายหนุ่มในตอนนี้กลายเป็นกระบี่สวรรค์ที่กำลังค่อย ๆ หลุดออกมาจากฝักที่เก็บงำมันเอาไว้ช้า ๆ
ภาพนี้อยู่เหนือความหยั่งรู้ของวานรเผือกอัคนีมากนัก
มันไม่เข้าใจเลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้คืออะไร แต่สามารถสัมผัสได้ชัดเจนว่าทุกครั้งที่กระบี่ภายในมือของฉู่โม่วขยับออกมา แววตาของเขาจะเฉียบคมมากขึ้นด้วย
เสียงของใบมีดที่เสียดสีกับฝักกระบี่ยิ่งทำให้ความรู้สึกไม่สบายใจหนักหน่วงมากขึ้นด้วยเช่นกัน!
ไม่ต้องพูดถึงกลิ่นอายแห่งความเกรี้ยวกราดและความสยดสยองที่กระบี่เล่มนั้นปลดปล่อยออกมาด้วยเลย
มันหนาขึ้นอยู่ตลอดเวลามาพักหนึ่งแล้ว!
“ไอ้หนอนแมลงนี่… มันบรรลุภายในเวลาแบบนี้งั้นเหรอ!?”
“เป็นไปไม่ได้!”
ความกลัวที่ไร้ต้นกำเนิดเริ่มกัดกินหัวใจที่กำลังสั่นเทา
ทั้งที่เป็นเพียงมนุษย์ตัวเล็ก ที่มันไม่จำเป็นต้องใส่ใจหรือสนใจอะไรก็ได้แท้ ๆ แต่เขากลับทำให้ลิงยักษ์อย่างตนต้องตื่นตระหนกได้ถึงเพียงนี้
ยิ่งไปกว่านั้น…
การที่ไม่สามารถคาดเดาอะไรได้สักอย่างนี้ ทำให้วานรเผือกอัคนีเริ่มรู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก ไม่ดีแน่หากจะปล่อยให้ความรู้สึกนี้คงอยู่ต่อไป
อีกไม่นาน…
ชายที่อยู่ตรงหน้ามันจะต้องกลายเป็นกระบี่ที่มาทำร้ายตัวมันเองได้อย่างแน่นอน!
“ตายซะ เจ้ามนุษย์!”
เมื่อความกลัวลืมตาตื่นเป็นความโกรธ แววตาที่ดุร้ายของลิงยักษ์ก็กลับมาแสดงให้เห็นอีกครั้ง มันยกแขนขึ้นสูง ขณะเดียวกันเปลวเพลิงสีแดงก็เข้าไปห้อมล้อมลำแขนใหญ่นั้นไว้ราวกับกำไลสีแดง
ด้วยความเร็วระดับเดียวกับเสียง กำปั้นยักษ์ถูกทุบลงมาด้วยแรงที่มากกว่าทุกที มันทลายกำแพงเสียงและพุ่งลงพื้นดินด้วยเสียงที่ดังกังวาน
ห้วงอากาศที่ขวางกั้นเป็นแรงเสียดทานทางธรรมชาติ ไม่มีผลอะไรเลยกับกำปั้นที่ลุกท่วมไปด้วยไฟนี้ พลังทำลายล้างของมันแม้แต่ห้วงมิติที่มองไม่เห็นยังต้องสั่นสะเทือนไปด้วย
…
ฉู่โม่วยังคงไว้ซึ่งท่วงท่าเช่นเดิม นั่นเพราะสติของเขากำลังเข้าสู่โลกที่แสนวิเศษอยู่
ไม่ต้องสงสัย
โลกแสนวิเศษนี้คือ แดนกระบี่!
ภายในโลกแห่งนี้ อุดมไปด้วยคลื่นกระบี่มากมายนับไม่ถ้วนที่กำลังวิ่งแล่นไปมาราวกับปลาในบ่อน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งแม้จะดูเหมือนไร้ซึ่งจุดหมาย ทว่าแท้จริงแล้วกำลังหลั่งไหลเข้ามาในร่างของเขาอยู่
ทันทีที่ฉู่โม่วสัมผัสได้ถึงจิตที่สั่นไหว เลือดในกายของเขาก็เริ่มเคลื่อนไหวโดยที่ไม่ได้กระตุ้น มันสูบฉีดนำแก่นแท้ของพลัง และจิตวิญญาณให้มาบรรจบรวมกันเป็นหนึ่ง อณูแห่งชีวิตที่หลั่งไหลเข้ามาในร่างกาย จากแต่เดิมที่เคยปั่นป่วนไปทั่ว บัดนี้กำลังกลั่นเอาพลังอันไร้ขีดจำกัดออกมาด้วย!
ทันใดนั้น ดวงตาที่หลับนิ่งก็ลืมตาตื่น!
ความเข้าใจเมื่อครู่ถูกกลั่นใช้ในพริบตา ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่กำปั้นของวานรเผือกอัคนีกำลังพุ่งลงมาเหนือหัวด้วยความเร็วสูง
สายลมที่กดทับลงมาเฉกเช่นก่อนหน้าเกิดขึ้นอีกครั้ง มันรุนแรงและกดร่างของฉู่โม่วไว้ไม่ให้หนีออกจากจุดปะทะได้ระดับที่แม้แต่พื้นดินเบื้องล่างยังแตกร้าวออกมา
ทว่าฉู่โม่วไม่ได้หวาดกลัว
เขากระชับมือให้เข้ากับด้ามกระบี่จนสามารถกำด้ามนั้นไว้เต็มฝ่ามือ
แกร๊ก!
เสียงคมเหล็กถูกขยับดังขึ้น
วินาทีต่อมา
ด้วยระยะที่ห่างกันไม่ถึงร้อยเมตร ไม่ว่าจะเป็นผู้คนบนกำแพงฐานหรือภายในตัวฐาน กระบี่ทุกเล่มที่อยู่ในมือของผู้ฝึกยุทธ์ต่างสั่นสะท้านกันขึ้นมาทีละนิด
กระบี่เหล่านี้กำลังหวาดกลัว!
หรืออีกนัยหนึ่ง
พวกมันกำลังเทิดทูนบางสิ่งบางอย่างที่เปรียบเสมือนเจ้าเหนือหัวอยู่!
สิ่งนี้ทำให้หลายคนประหลาดใจ
อะไรกันที่กระบี่ของพวกเขากำลังหวาดกลัว? หรือกระบี่เหล่านี้กำลังสักการะสิ่งใดอยู่?
ความสงสัยที่เกิดขึ้นนี้ ไม่นานนักก็ได้คำตอบ
แกร๊ก! แกร๊ก! แกร๊ก!
ความสั่นสะเทือนที่ออกมาจากกระบี่ของพวกเขาเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น
จากช้าเป็นรวดเร็ว
จากอ่อนไหวเป็นรุนแรง!
เมื่อเสียงของกระบี่ที่สั่นระรัวนี้เร็วและแรงอยู่ระยะหนึ่ง มันก็ผสานรวมกันเป็นเสียงที่เหมือนกระบี่เล่มยักษ์ที่กำลังถูกชักออกจากฝัก กระบี่ขนาดใหญ่ที่พร้อมจะฟาดฟันทั้งโลกและสวรรค์ไปพร้อม ๆ กัน!
ตอนนั้นเอง
กำปั้นของลิงยักษ์ปะทะลงมาเบื้องล่าง
เปรี้ยง!
ราวกับเสียงของสายฟ้าฟาดที่ผ่าลงมาในฤดูใบไม้ผลิ หรือไม่ก็เสียงของเทือกเขาขนาดใหญ่ที่ถูกผ่าแยกออกเป็นสองส่วน ที่แท้จริงแล้วมันเกิดจากเสียงกระบี่ที่อยู่ในมือของฉู่โม่วที่ซึ่งตอนนี้ ทั้งเขาและมันรวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว!
พริบตาต่อมา
อ๊ากกกกกกก!
ด้วยปากแผลกว้างและลึกนั้นทำให้ร่างของวานรเผือกอัคนีสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านจากแผลบนลำคอทำให้สะท้านไปทั่วทั้งหลัง
“น… นี่มัน…”
“เจ้าหนุ่มนั่น ทำให้วานรเผือกอัคนีบาดเจ็บได้จริง ๆ ด้วย!”
“นั่นน่ะสัตว์อสูรระดับ 5 เลยนะ! พลังของมันเทียบเท่ากับนายพลเมืองซี่เฟิงเลยมั้ง!”
เสิ่นจิ้นและเหล่าปรมาจารย์ยุทธ์คนอื่น ๆ ตกตะลึงแบบสุด ๆ ดวงตาของพวกเขาเบิกโพลง มันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
รอยแผลกว้างบนลำคอของสัตว์อสูรระดับ 5 นี้ ทำเอาทั้งอสูรตนอื่นและมนุษยชาติพากันตกใจกลัว
ร่างของลิงยักษ์นั้น แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่มันก็ยังไม่ยอมแพ้!
ทว่า… เท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้วานรเผือกอัคนีหวาดกลัวและตระหนักได้ถึงความตายที่กำลังเข้ามาใกล้แล้ว!
“ไอ้เจ้ามนุษย์! ไอ้เจ้ามนุษย์! บัดซบ!”
มันกรีดร้องและดุร้ายขึ้นในทันที
ภายในถ้อยคำเหล่านั้น นอกเหนือจากความโกรธ สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนไม่แพ้กันเลยก็คือ… ความกลัว!
ตอนนั้นเอง
เพลิงที่ร้อนระอุลุกท่วมร่างของมัน เพลิงเหล่านั้นพุ่งกระจายออกมาเหมือนฝนดาวตกที่พุ่งลงมาจากฟากฟ้า ฝนดาวตกที่มีขนาดมหึมาหมายจะทำลายทุกสิ่งอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง
ใครก็ตามที่สัมผัสถูกมันก็จะถูกแผดเผาเป็นเถ้าถ่านได้ไม่ยาก!
แต่ถึงอย่างนั้น ฉู่โม่วยังคงไม่หนี
เขากระชับกระบี่ในมือให้แน่นแล้วพุ่งตรงเข้าไปที่คอของวานรเผือกอัคนีโดยตรง
“ไอ้หนอนแมลง!”
คลื่นกระบี่สามารถตัดคอของสัตว์อสูรที่น่ากลัวตนนี้ลงได้ในที่สุด เส้นชีวิตต่าง ๆ ของมันถูกสะบั้นจนไม่อาจขยับได้อีกต่อไป
เพราะงั้นแล้วเสียงร้องคำรามของมันจึงถูกหยุดลงไปทันที
ฝนดาวตกที่เตรียมจะเข้าปะทะกับสรรพสิ่งบนพื้นโลกก็พลอยสลายไปเหมือนไอน้ำตามเจ้าของพลังไปด้วย
ท่ามกลางความเหลือเชื่อของทุกสายตาที่จับจ้องมา พวกเขาเห็นรอยแผลใหญ่เกิดขึ้นที่รอบคอของวานรเผือกอัคนี จากนั้นก็ตามด้วยเลือดที่พุ่งกระจายออกมาจากรอยแผล และ… ตามด้วยการที่หัวกับตัวของมันเริ่มแยกออกจากกันทีละนิด
จนกระทั่ง
ตึง!
ด้วยเสียงอันดังกึกก้อง
หัวขนาดใหญ่ของวานรยักษ์ร่วงลงมากับพื้น
ส่วนร่างที่ไร้เศียรของมันยืนโงนเงนอยู่เช่นนั้นอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะล้มลงไปในเวลาไล่ ๆ กัน
สัตว์อสูรระดับ 5 วานรเผือกอัคนีล้มลงแล้ว!
และเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาทุกคน ว่ามันตายลงอย่างสมบูรณ์!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์