เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 74

บทที่ 74 ฉันคือคู่หมั้นของนายนะ

ผู้คนเงียบสงบลงในทันใด

เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจ

ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์อสูรก็ต้องตกตะลึงเมื่อมองไปยังร่างไร้ชีวิตของผู้พ่ายแพ้

โดยเฉพาะเหล่าสัตว์อสูร

สำหรับพวกมัน วานรเผือกอัคนีคือสัตว์อสูรระดับ 5 และความกดดันจากเลือดของมันทำให้เหล่าสัตว์อสูรหวาดกลัววานรเผือกอัคนีไปจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ

และในตอนนี้ หัวหน้าผู้ไร้เทียมทานในใจของพวกมันตายแล้ว! ตายต่อหน้าต่อตา!

“โฮก!”

สัตว์อสูรระดับ 4 ที่ยังมีชีวิตรอดอยู่พลันคำรามลั่น ก่อนกลับหลังหันวิ่งออกไปในทิศทางตรงกันข้ามกับฐานโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

สัตว์อสูรตัวอื่น ๆ เองก็ลุกขึ้นมากลับหลังหันวิ่งหนีไปอย่างบ้าคลั่ง

ตอนแรกก็มีแค่ส่วนหนึ่งที่ทำ แต่แล้วมันก็ค่อย ๆ แพร่กระจายออกไปทุกหนแห่ง ในที่สุดสัตว์อสูรทุกตัวก็เริ่มหนีออกไปทั่วทุกทิศทาง

“พวกเรา…”

“พวกเราชนะเหรอ?”

ขณะที่ยืนมองเหล่าสัตว์อสูรอยู่ที่กำแพงระหว่างที่วิ่งหนีไปทั่วทุกทิศทาง ทุกคนรู้สึกราวกับฝันไปโดยไม่รู้ตัว

พวกเขาชนะ!

พวกเขา… ชนะจริง ๆ!

หลังจากที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้าเป็นเรื่องจริง ความปีติยินดีก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวใจ และความดีใจที่ได้มีชีวิตอยู่ต่อก็ทำให้โห่ร้องออกมาจากหัวใจ

“พวกเราชนะ! พวกเราชนะ!”

“สัตว์อสูรถูกพวกเราไล่ไปแล้ว! เราปกป้องฐานสำเร็จแล้ว!”

ทุกคนต่างกู่ร้องด้วยความดีใจ

แต่นอกจากนั้น พวกเขายังไม่ลืมชายหนุ่มที่ก้าวออกไปช่วยทุกคนในจังหวะที่สำคัญที่สุด

“เทพสงคราม!”

พวกเขาไม่รู้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร แต่ก็มีคนตะโกนเสียงดังสนั่น

หลังจากนั้น

“เทพสงคราม!”

“เทพสงคราม!”

“เทพสงคราม!”

ผู้คนต่างตะโกนอย่างพร้อมเพรียงกันมากขึ้นและมากขึ้น จากที่เป็นเสียงเบา ๆ ก็เริ่มดังสนั่นเลื่อนลั่น

ด้วยเสียงตะโกนนั้น

เสียงทั้งหมดดูพร้อมเพรียงและดังยิ่งขึ้น

ท้ายที่สุดมันก็ประสานกันจนดังขึ้นไปถึงท้องฟ้าเบื้องบน!

ตอนนี้เป็นเวลาเช้าตรู่แล้ว

ท้องฟ้าสว่างสดใสและแสงอาทิตย์ยามเช้าจากทิศตะวันออกส่องลงมาปกคลุมฐานลู่หยาง ที่พึ่งจะผ่านสงครามมาราวกับว่าเมืองถูกคลุมด้วยผ้าบาง ๆ

เงียบสงัด

ฉู่โม่วยืนเอามือไพล่หลังมองดูแสงอาทิตย์ยามเช้าโดยปล่อยผมสีดำปลิวไปตามลม

ตรงหน้าเขาคือวานรเผือกอัคนีร่างใหญ่ยักษ์

ระหว่างที่ตะโกนเสียงดังสนั่น ผู้คนนับไม่ถ้วนหันไปมองฉู่โม่วด้วยความเคารพในสายตา

เมื่อได้ยินเสียงตะโกนรอบกาย ฉู่โม่วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

เขาหันไป…

เมื่อกวาดสายตามองไปทั่วทั้งฝูงชน

ในไม่ช้าก็เห็นหญิงสาวร่างบางคนหนึ่ง

เธอยืนอยู่บนกำแพงที่หักพังและถือกระบี่อยู่ในมือ ใบหน้าเปื้อนไปด้วยเลือดจากการต่อสู้ แต่นั่นยังไม่อาจบดบังความสง่างามของเธอได้

แสงอาทิตย์สาดลงมายังร่างกายของเธอ

ตอนนี้สายตาของทั้งสองมาบรรจบกัน

หญิงสาวพลันยิ้มออกมาราวกับว่าดอกไม้หลายร้อยดอกบานสะพรั่ง แม้แต่สวรรค์และโลกยังสว่างไสวขึ้นในทันใด

ผ่านมาหนึ่งวันแล้วหลังจากที่ฝูงสัตว์อสูรถอยทัพไป

หลังจากที่ฝนตกและท้องฟ้ากระจ่างใส

ผู้คนกับเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ในฐานต่างออกมาทำการฟื้นฟูเมืองหลังเกิดภัยพิบัติ

ครั้งนี้ฝูงสัตว์อสูรแทบจะทำลายฐานลู่หยางและเกิดความเสียหายครั้งใหญ่หลวง

แต่โชคดีที่ฐานยังรอดมาได้และผู้คนก็ยังมีชีวิตอยู่ ตราบใดที่ประชาชนยังอยู่ ความเสียหายก็จะค่อย ๆ ฟื้นฟูกลับมาได้

ตอนนี้

ทั่วทั้งฐานกำลังวุ่นวาย

ผู้คนทั่วไปมาเก็บกวาดซากศพสัตว์อสูร ก่อสร้างบ้านและซ่อมแซมกำแพงเมือง

ผู้ฝึกยุทธ์บางคนรักษาบาดแผล บางคนไปรวบรวมศพสัตว์อสูรและจัดการพวกมันให้เรียบร้อย

ในเวลาไม่นาน

เกิดสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมากมาย จนพวกเขาไม่ได้สนใจเรื่องฉู่โม่วเลย

หลังจากที่ตัดหัววานรเผือกอัคนีแล้ว ฉู่โม่วก็กลับไปที่บ้านและพักฟื้น

การต่อสู้กับวานรเผือกอัคนีทำให้เขาเหนื่อยล้า ชายหนุ่มใช้กำลังและพลังอณูแห่งชีวิตในกายจนหมดและแทบจะเป็นลม

เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่โม่วก็เงียบไปครู่หนึ่ง

หลังจากนั้น เขามองเข้าไปในดวงตาของเฉินซีเวยและกล่าวเอาจริงเอาจัง

“ไม่ต้องห่วง ต่อไปฉันจะไม่เป็นแบบนี้อีกแล้ว!”

เมื่อได้ยินคำพูดของเขา

รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเฉินซีเวย

ภายใต้รอยยิ้มนั้นทำให้จากโลกที่จืดชืดไร้สีสันกลายเป็นโลกที่สดใสขึ้นมาในทันที

“ฉันยังต้องฝึกอีก ฉันไปก่อนนะ อย่าลืมกินซุปเนื้อด้วยละ…”

ทั้งสองพูดคุยกันอยู่พักหนึ่งก่อนที่เฉินซีเวยจะออกไปฝึกยุทธ์

ฉู่โม่วไม่ได้ปฏิเสธอะไร

แต่ก่อนที่เฉินซีเวยจะจากไป

“เดี๋ยวก่อน เธอเอานี่ไปด้วย!”

ฉู่โม่วหยิบเอาขวดหยกสองขวดออกมาและยื่นให้เฉินซีเวย

“นี่มัน…”

เธอเผยสีหน้าสงสัยออกมา

“แก่นแท้แห่งจิตวิญญาณหมื่นปีกับผลึกซวนหยวนน่ะ ฉันให้!”

ฉู่โม่วพูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม

“นี่มัน…”

เฉินซีเวยเบิกตากว้างด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ

เธอเคยได้ยินชื่อของแก่นแท้แห่งจิตวิญญาณหมื่นปีและผลึกซวนหยวนมาแล้ว ทั้งสองอย่างล้ำค่าอย่างถึงที่สุด!

อย่างแรกเป็นสมบัติหายากแห่งสวรรค์และโลกที่สามารถชำระล้างแก่นของตำราแห่งการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาร่างกายแต่กำเนิดของผู้ฝึกยุทธ์ได้!

ตอนแรกเธอตั้งใจว่าจะหาวิธีปรับเปลี่ยนร่างกายของฉู่โม่ว และอยากได้แก่นแท้แห่งจิตวิญญาณหมื่นปีมานานแล้ว

แต่เธอก็หามันมาไม่ได้สักที

เธอจึงไม่คิดว่าจะได้มันมาอยู่ในมือ

ส่วนอย่างหลังเป็นสมบัติที่หายากอย่างถึงที่สุด มันสามารถทำลายขีดจำกัดทางร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์ได้!

หากข่าวคราวของทั้งสองอย่างแพร่กระจายออกไป ไม่ว่าเป็นที่ไหนผู้คนก็ต้องบ้าคลั่งแน่!

แต่ตอนนี้… ฉู่โม่วหยิบมันออกมาและยื่นให้ตรงหน้าเธอ

เมื่อมองดูขวดสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์และโลกทั้งสอง ความประทับใจก็เริ่มเผยออกมาบนใบหน้าของเธอ หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งเธอก็รับมันมาเงียบ ๆ พยักหน้าให้ฉู่โม่วและเดินจากไป

ไม่มีคำขอบคุณหรือคำพูดอื่นใด

แต่ฉู่โม่วกลับยิ้มออกมา เพราะสำหรับพวกเขาแล้วคำพูดนั้นไม่สำคัญเลยแม้แต่น้อย!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์