บทที่ 84 จอมยุทธ์ระดับสูง และพลังของธาตุน้ำและธาตุเหล็ก!
ฉู่โม่วไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลสวี่
ในตอนนี้
เขาเลือกที่จะกลับไปยังฐานลู่หยางก่อน
ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่ออกมาฝึกฝนตนเองและกำจัดสัตว์อสูร เขาได้อะไรต่อมิอะไรกลับมามากมาย รวมไปถึงเลือดสัตว์อสูรระดับ 5 ถึงสองขวดด้วย ไหนจะเลือดสัตว์อสูรระดับ 4 อีกนับไม่ถ้วน ดังนั้นฉู่โม่วในตอนนี้น่าจะไม่ขาดวัตถุสำหรับช่วยในการฝึกฝนร่างกายไปอีกพักใหญ่ ๆ
เพราะงั้นแล้วในเวลาไม่นาน เขาน่าจะเข้าระดับสูงของขั้นจอมยุทธ์ได้แล้ว
ผ่านไป เพียงพริบตาเดียวเวลาสองเดือนก็ผ่านพ้นไป
ในวันนี้
ฉู่โม่วใช้กระบวนท่าฝึกฝนร่างกาย ดื่มเลือดสัตว์อสูร พักผ่อน และกลับไปบ่มเพาะ
ด้วยวิธีการฝึกเช่นนี้ ทำให้เส้นลมปราณของฉู่โม่วเด่นชัดขึ้น ราวกับว่ามีท่อลำเลียงขนาดเล็กอยู่ภายใต้ผิวหนังกำลังส่งอณูแห่งชีวิตไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งด้วยกระบวนการส่งพลังนี้ มันก็ส่งเสียงเสมือนว่ากำลังระบายอากาศออกมาทางผิวหนังด้วย
ผ่านไปพักใหญ่ พลังงานจากเลือดของสัตว์อสูรก็ถูกดูดกลืนจนหมด ฉู่โม่วจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ
“ฟู่…”
เขาพ่นลมหายใจทางปากที่ร้อนระอุจนเกิดเป็นไอร้อนจาง ๆ ฉู่โม่วทดลองออกหมัด แล้วก็พบว่าพลังอันมหาศาลหลั่งไหลออกมาจากร่างกายของเขา มันทรงพลังจนประเมินไม่ได้ว่ามากกว่าเดิมขนาดไหน
แต่นี่ก็ยังดูจะไม่เพียงพอสำหรับเขา ชายหนุ่มขมวดคิ้วเป็นปม
เป็นเวลากว่าสองเดือนแล้วที่ฝึกฝนอย่างไม่หยุดหย่อน!
ความแข็งแกร่งของฉู่โม่วพัฒนาขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ทว่าอย่างไรก็ตาม
หนทางของเขากลับไม่ราบรื่นนัก ก้าวสุดท้ายกลายเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมาเสียแล้ว
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เพราะฉู่โม่วใช้เลือดของสัตว์อสูรช่วย มันจึงเป็นเหตุให้ร่างกายของเขาสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาสองเดือนเช่นนี้
ในยามปกติ ชายหนุ่มสามารถเพิ่มมันได้อย่างรวดเร็วด้วยความสามารถของเขาเอง
แต่ในตอนนี้ เขาพบกับทางตันที่ไม่ว่าฉู่โม่วจะฝึกฝนอย่างไร มันก็ไม่มีการขยับเพิ่มเลยแม้แต่น้อย
ความพยายามหาวิธีฝึกฝนมาตลอดครึ่งเดือน ไม่ได้ช่วยให้เขาหลุดพ้นจากจุดนี้ไปได้เลยจริง ๆ!
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ฉู่โม่วขมวดคิ้ว หากจะบอกว่านี้เป็นขีดจำกัดของความสามารถ มันก็ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะว่าถ้าเขายังไม่สามารถเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ได้ โลกนี้ก็ไม่น่าจะมีใครทำได้แล้วละ!
‘คงต้องลองไปถามพวกปรมาจารย์ยุทธ์ภายในฐานดูแล้วมั้ง… ในเมื่อคนเหล่านั้นสามารถขึ้นเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ได้ แสดงว่าพวกเขาก็อาจจะเจอเรื่องแบบนี้กันมาก่อนเหมือนกัน’
ฉู่โม่วคิดในใจ แม้จะเป็นก้อนหินแต่พวกเขาก็ไม่ได้ด้อยค่าไปกว่าเม็ดหยก
ถึงแม้เหล่าปรมาจารย์ยุทธ์ภายในฐานนี้จะไม่ได้แข็งแกร่งเทียบเท่าเขา แต่พวกเขาเหล่านี้ก็น่าจะมีประสบการณ์การฝึกฝนมากกว่าตนอย่างแน่นอน
คิดได้เช่นนั้น
ลูกบอลน้ำก็ปรากฏขึ้นมาข้างกายเขา มันเริ่มทำความสะอาดคราบฝุ่นรวมไปถึงสิ่งสกปรกต่าง ๆ บนร่างกายชายหนุ่มจนสะอาดสะอ้านในเวลาไม่นาน
นี่เป็นหนึ่งในทักษะการควบคุมพลังน้ำที่ฉู่โม่วนำมาประยุกต์ใช้หลังจากที่เขาได้ธาตุน้ำมาครอบครอง
อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่าเมื่อสองเดือนก่อน ฉู่โม่วเข้มงวดกับการฝึกของตนเองมาก เขาฝึกฝนตลอดเวลา
เมื่อไหร่ก็ตามที่ระบบกลืนกินพร้อมใช้งาน เขาจะออกไปที่ด้านนอกฐานเพื่อหาสัตว์อสูรที่มีความสามารถตามที่ต้องการและสังหารมันเสีย
ดังนั้นแล้วในเวลาสองเดือนนี้ มันจึงมากพอที่จะทำให้เขาสามารถใช้ระบบกลืนกินได้ถึงสองครั้ง
สิ่งที่เขาได้มานั้นคือ ธาตุใหม่สองธาตุ ธาตุน้ำและธาตุเหล็กที่ซึ่งเขาต้องการมันมานานแล้ว
[เป้าหมาย : ฉู่โม่ว]
[ระดับร่างกายย : อสนีบาตคงกระพัน]
[พรสวรรค์ : ธาตุไฟระดับ 5, วิชากระบี่ระดับสูง, ธาตุไม้ระดับ 4, ธาตุน้ำระดับ 4, ธาตุเหล็กระดับ 3, ธาตุลมระดับ 3, ธาตุดินระดับ 3, ห้วงมิติระดับ 3]
…
ธาตุน้ำระดับ 4 นั้นทำให้ฉู่โม่วสามารถควบคุมน้ำได้
ไม่เพียงแต่หายใจในน้ำ แต่สามารถใช้คุณสมบัติของน้ำได้อีกหลายอย่างด้วย
อย่างเช่น การควบคุมมวลน้ำที่อยู่รอบ ๆ ตัวสร้างเป็นคลื่นอัดกระแทกออกไปเป็นวงกว้างเพื่อทำให้ศัตรูเคลื่อนที่ได้ช้าลง
ขณะเดียวกันนั้น ถ้าหากฉู่โม่วกระตุ้นอณูแห่งชีวิตไปกับการใช้พลังธาตุละก็ มันจะทำให้ขีดจำกัดของพลังและความแข็งแกร่งของธาตุน้ำแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก
เทียบกับธาตุอื่นอย่างธาตุสายฟ้าหรือไม่ก็ธาตุไฟแล้ว ธาตุน้ำดูจะเป็นธาตุที่สามารถช่วยเหลือในการต่อสู้ได้ดีกว่า ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ธาตุที่มีพลังทำลายล้างสูงที่สุด แต่ก็ทำให้การต่อสู้ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น
เมื่อเข้าไปภายในนั้น มันมีคนที่มายืนอยู่ก่อนแล้วภายในห้องดังกล่าวราว ๆ สิบกว่าคน
นอกจากเสิ่นจิ้นยังมีปรมาจารย์ยุทธ์อีกสามคน และเหล่าผู้บริหารระดับสูงทั้งหมดในฐานลู่หยางหรือไม่ก็เหล่าผู้ปลุกพลังที่มีขั้นวรยุทธ์สูงส่ง
หลังจากที่ได้เห็นฉู่โม่ว พวกเขาทุกคนก็ก้มหน้าให้ความเคารพอย่างพร้อมเพรียงกัน “กำลังรออยู่เลยครับ คุณฉู่!”
ถึงแม้ว่าในตอนนี้เขาจะยังไม่สามารถขึ้นเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ได้ แต่พลังของเขาก็ก้าวนำเหล่าปรมาจารย์ยุทธ์คนอื่น ๆ ไปไกลแล้ว แล้วยิ่งเขาได้แสดงให้เห็นว่าตนสามารถกำจัดสัตว์อสูรระดับ 5 นั้นได้ มันก็ทำให้ทุกคนได้ประจักษ์ มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะให้ความเคารพนับถือเช่นนี้
“ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้ครับ”
ฉู่โม่วโบกมือแล้วหันไปมองเสิ่นจิ้นก่อนจะถาม “อาจารย์ใหญ่เสิ่น เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”
จังหวะนั้น ต่อให้ฉู่โม่วไม่ถาม เสิ่นจิ้นก็เตรียมจะพูดพอดี “คุณฉู่ การที่พวกเราทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ในวันนี้ รวมถึงท่านด้วย มันเป็นเพราะพวกเราพบรอยแยกมิติปรากฏขึ้นที่ด้านนอกฐานลู่หยางเมื่อไม่นานมานี้!”
“รอยแยกมิติ!?”
ชายหนุ่มหลุดอุทาน เขาถามยืนยันเพราะยังไม่อยากจะเชื่อ “มั่นใจเหรอครับ?”
“ไม่ผิดแน่! ปรมาจารย์ยุทธ์สีอิ้งกับข้าได้ไปเห็นสิ่งนั้นด้วยตาตนเองมาแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะยังเล็กอยู่ แต่มันเป็นรอยแยกมิติจริง ๆ!”
เสิ้นจิ้นพูด สีหน้าของเขาดูเคร่งขรึมกว่าปกติ
ได้ยินแบบนั้น สีหน้าของฉู่โม่วเองก็ดูจริงจังขึ้นด้วยเช่นกัน
อย่างที่รู้กันดี
ตั้งแต่ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่บนดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงนี้ มันทำให้มีมิติแยกเกิดขึ้นทั่วทุกแห่งหนบนโลก รอยแยกเหล่านั้นปลดปล่อยสัตว์อสูรออกมา เช่นเดียวกับที่ปลดปล่อยอณูแห่งชีวิตออกมาอันเป็นต้นเหตุให้ดาวดวงนี้ถูกธรรมชาติยึดคืนไปอย่างรวดเร็ว
การปรากฏตัวของรอยแยกทุกแห่ง มันทำให้จุดจุดนั้นเต็มไปด้วยสัตว์อสูรที่น่ากลัว
ยิ่งบางรอยแยกสามารถปลดปล่อยสัตว์อสูรระดับสูงออกมาได้ นั่นก็ทำให้มนุษย์รับมือสิ่งเหล่านี้ยากขึ้นไปอีก
และในตอนนี้
รอยแยกที่ไม่มีใครอยากเห็นก็ดันมาปรากฏที่ใกล้ ๆ ฐานลู่หยางเสียแล้ว
หากมันขยายใหญ่จนสามารถปลดปล่อยสัตว์อสูรที่อยู่ภายในออกมาได้ละก็ ฐานลู่หยางที่อยู่ใกล้ที่สุดจะต้องถูกทำลายลงอย่างง่ายดายแน่ ๆ!
ไม่มีใครสามารถต้านทานสัตว์อสูรจำนวนมหาศาลที่หลุดพรวดมาจากรอยแยกได้แน่นอน!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์