บทที่ 89 สัตว์เลี้ยงตัวที่สาม อีกาสามขาทองคำ!
เมื่อกลับถึงบ้าน เขาพบว่าเฉินซีเวยไม่อยู่
กระนั้นเธอก็ทิ้งโน้ตไว้ให้เขาแผ่นหนึ่ง เขียนไว้ว่า เธอออกไปฝึกวิชา ไม่ต้องกังวล
แต่ฉู่โม่วไม่อาจวางใจได้
ในป่านั่นอันตราย สำหรับเฉินซีเวยที่มีพลังระดับนั้นดูไม่ปลอดภัยแม้แต่น้อย
ยิ่งคิดก็ยิ่งเป็นห่วง
ฉู่โม่วสั่งให้พญาหงส์ปีกทองคำออกตามหาหญิงสาวและคอยปกป้องเธออย่างลับ ๆ
“นายท่านอย่าห่วงไป ข้าจะไม่ปล่อยให้นายหญิงเป็นอะไรไปแน่!”
มันคุ้นกลิ่นของเธอดี
กอปรกับสายตาอันแหลมคม มันง่ายต่อการระบุตัวตนเฉินซีเวยไม่น้อย
ด้วยการปกป้องของเทียนเผิง เฉินซีเวยจะปลอดภัยยิ่งขึ้น แม้จะต้องเผชิญกับสัตว์อสูรระดับ 4 ก็จะไม่เป็นอันตรายใด ๆ
เมื่อคิดได้แบบนั้น ฉู่โม่วก็รู้สึกสบายใจขึ้นมา
เขานั่งลงในห้องที่เงียบงัน
ฉู่โม่วตั้งใจจะฝึกฝนวิชาพร้อมทั้งศึกษาเลือดของหงส์เพลิงที่เก็บมาได้จากตัวหงส์เพลิง
นับแต่ที่เขาเริ่มกลืนกินมานี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับของล้ำค่าเช่นนี้ เขาต้องพยายามค้นหาว่ามันทำอะไรได้บ้าง
แต่เมื่อเขาจะหยิบมันออกมาจากพื้นที่เก็บของ เขาก็ต้องตกใจเมื่อหาเท่าไรก็หาไม่พบ!
“บ้าน่า! ฉันก็ใส่ไว้ในนี้นี่!”
เขาจำได้ว่าเขาใส่มันไว้กับอัตลักษณ์แห่งอสูรของสัตว์อสูรระดับ 6 ไว้ในที่เก็บของส่วนตัวนี้
ทว่าอัตลักษณ์แห่งอสูรยังคงอยู่ ในขณะที่เลือดของมันหายไปแล้ว!
เด็กหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น
เขาค้นไปค้นมาอยู่พักใหญ่ ก็ไม่มีวี่แววจะเจอมันแม้แต่น้อย
“แล้วตรงอื่นละ!”
“นี่มัน…”
ตอนนั้นเอง ฉู่โม่วเหลือบไปเห็นไข่ที่มีแสงสีแดงส่องประกายตรงมุมห้อง
มันเป็นไข่ของอสูรรับใช้ที่เขาได้รับเมื่อครั้งทำภารกิจของซูเสี่ยวเสี่ยวในโถงยุทธภัณฑ์
หลังจากที่ได้รับมันมา เขาก็ศึกษามันอย่างระมัดระวัง แต่ไม่ว่าจะทำเช่นไร เจ้าไข่นั่นก็ไม่เคยตอบสนอง
ฉู่โม่วจึงล้มเลิกความสนใจและวางมันไว้ใต้กล่องรักษาความดัน
ทว่า…
ทันใดนั้นเด็กหนุ่มก็สังเกตุเห็นความผิดปกติเล็กน้อยที่เกิดกับไข่อสูรรับใช้นี้
เมื่อถือมันไว้ในมือ เขาสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่ทรงพลังจากภายใน ทั้งยังรู้สึกถึงจังหวะการเต้นหัวใจที่รุนแรงผ่านฝ่ามือมา
ไม่เพียงแค่นั้น ความร้อนของเปลือกไข่ค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้น
“พลังของไข่นี่รุนแรงมาก หรือว่า…”
จู่ ๆ ฉู่โม่วก็นึกขึ้นมาได้บางอย่าง
เลือดของหงส์เพลิงจะถูกไข่อสูรรับใช้ดูดซับ!
นี่มัน… นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
ไข่ที่ยังไม่ฟักสามารถดูดกลืนเลือดได้เองเนี่ยนะ?
ใครมันจะไปเชื่อกัน!
ที่สำคัญก็คือแม้ว่าเลือดของหงส์เพลิงนั้นจะมีเพียงหยดน้อย แต่ก็มีพลังงานที่มหาศาลยิ่ง
นั่นก็เพราะหยดเลือดนี้ที่ทำให้หงส์เพลิงเจริญเป็นสัตว์อสูรระดับ 6 ที่มีพลังไร้ขีดจำกัดมากพอที่จะทำลายภูเขาและผืนทะเล
ทว่าไข่นี้สามารถดูกลืนมันเข้าไปได้
นี่มันอะไรกันแน่?
ฉู่โม่วเริ่มกวาดตาสำรวจ
“ดูเหมือนว่ามันจะฟักแล้ว…”
เด็กหนุ่มรับรู้ถึงความร้อนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่าอสูรรับใช้ภายในกำลังจะออกมา
เขาพอจะรู้ว่าสัตว์จำพวกที่ต้องฟัก จะนับสิ่งมีชีวิตใด ๆ ที่มันเห็นเป็นครั้งแรกหลังจากฟักตัวเป็นครอบครัวของตน
ฉู่โม่วยังไม่ทำสัญญาวิญญาณกับสัตว์อสูรตัวนี้ หากเขาไม่อยู่ข้างๆ ๆ ตอนมันฟัก ก็นับว่าพลาดครั้งใหญ่
ดังนั้นในวันต่อมาฉู่โม่วจึงไม่ออกไปไหนและเฝ้ารออย่างอดทน
เวลาผ่านไป
พลังชีวิตของไข่อสูรรับใช้นี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แรงกดดันที่มันได้รับก็ยิ่งมากขึ้นเช่นกัน แม้แต่ฉู่โม่วเองก็เริ่มรู้สึกแย่เล็กน้อย
แต่ยิ่งเป็นเช่นนั้น ใจของเขาก็ยิ่งเปี่ยมด้วยความหวัง
ด้วยความดันที่มากขึ้น เขาเกรงว่าสัตว์อสูรนี้จะส่งเสียงร้องลั่นเมื่อออกมา และจะทำให้คนอื่น ๆ แอบมาสอดส่องมัน
เหตุนี้ เขาทุ่มเงินจำนวนมากไปกับแนวป้องกันและแผ่นซับกลิ่นอายพลังจากหอการค้าหยกแก้ว เพื่อเอามาตั้งไว้รอบบ้าน
ผ่านไปไม่กี่วัน
ในวันนี้ฉู่โม่วซึ่งกำลังทำสมาธิภายในห้อง ก็พลันรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวประหลาดของไข่สีแดงเบื้องหน้า
ฉู่โม่วลืมตาและมองไปทางนั้นทันที
สัตว์อสูรตัวนี้กำลังจะออกมา!
อย่างที่คาดไว้เลย
ไม่นานนัก ไข่อสูรรับใช้ก็เริ่มสั่น
คราแรก มันสั่นเพียงเล็กน้อย ก่อนจะสั่นแรงขึ้นเมื่อเวลาผ่าน
ทันใดนั้น
แกรก!
เสียงการกะเทาะเปลือกดังขึ้น
รอยแตกบนเปลือกไข่ปรากฏขึ้น เมื่อผ่านไปครู่ใหญ่มันก็ขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ กระจายไปทั่วเปลือกสีแดง
“มันจะเป็นสัตว์อสูรแบบไหนกันนะ”
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เขาก็เริ่มเกิดความหวัง
ความคิดหนึ่งปรากฏในใจของเขา
ตอนนั้นเอง อีกาสามขาทองคำก็มองไปรอบ ๆ กระทั่งเห็นเปลือกไข่ที่แตกอยู่จึงเดินเข้าไปจิกกิน
เปลือกไขพวกนั้นมีพลังมหาศาล เมื่อมันกินเข้าไป ความแข็งแกร่งของมันก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้น
เอิ๊ก!
เมื่อกินเปลือกจนหมด มันก็เรอออกมาด้วยความพึงใจ
ไม่นานไอพลังรุนแรงก็ปะทุออกมาจากร่างกาย
พร้อมกันนั้นเอง พลันปรากฏเปลวไฟสีดำลุกโชนอยู่เบื้องหลัง
ทันทีที่เปลวไฟก่อกำเนิด ฉู่โม่วสัมผัสได้ทันทีถึงความร้อนรอบกาย กลิ่นอายพลังที่หนาแน่น
แนวป้องกันและแผ่นซับลมหายใจที่ซื้อมาเริ่มสั่น มันคงต้านเอาไว้ได้ไม่นาน
โชคดีที่เปลวไฟพวกนั้นถูกดูดกลับเข้าไปในกายของเจ้าของได้ทันเวลา
ไม่อย่างนั้นเขาคงได้กลายเป็นคนไร้บ้านแน่!
ถึงอย่างนั้น เด็กหนุ่มก็ตกใจไม่หาย
เขารู้สึกถึงพลังที่น่าสะพรึงอย่างยิ่งออกมาจากร่างของมัน ราวกับ… พลังของสัตว์อสูรระดับ 4!
“เพิ่งจะเกิดก็กลายเป็นสัตว์อสูรระดับ 4 แล้วเนี่ยนะ!”
“สมกับเป็นอีกาสุริยัน!”
“เป็นพรสวรรค์ที่ทรงพลังจริง ๆ!”
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาตกใจจนตัวชา
อีกาสามขาทองคำบินขึ้นไปอยู่บนไหล่ของฉู่โม่ว เอียงหัวของตนถูไถกับศีรษะฝ่ายเพื่อสางขน
ภาพที่เห็นทำให้ฉู่โม่วอดยิ้มไม่ได้
เขาลูบหัวของมันก่อนจะพูดขึ้น “ในเมื่อรู้ว่าฉันเป็นเจ้านาย งั้นฉันจะตั้งชื่อให้แกก็แล้วกัน… ต่อไปนี้แกมีชื่อว่าเสี่ยวอู๋!”
“ก้า ก้า!”
อีกาทองคำสามขาเข้าใจในสิ่งที่ฉู่โม่วพูด มันร้องออกมาด้วยความดีใจ
หลังจากนั้น ชายหนุ่มจึงเริ่มฝึกสิ่งต่าง ๆ ให้กับเสี่ยวอู๋ภายในบ้าน
แม้ว่ามันจะมีต้นกำเนิดที่วิเศษ แต่อย่างไรมันก็เพียงสัตว์แรกเกิดเท่านั้น พลังปัญญาจึงยังไม่สูงเท่าไรนัก ดังนั้นฉู่โม่วจึงเลี้ยงมันด้วยข้าววิญญาณและของเสริมพลังฟ้าดินที่เขาได้รับมาจากเขตแดนลับ
กล่าวได้ว่าเสี่ยวอู๋ไม่ดื่มเลือดของสัตว์อสูร แม้แต่เนื้อของสัตว์อสูรระดับ 5
มีเพียงน้ำพุวิญญาณ ของเหลววิญญาณ หรือสมบัติแห่งสวรรค์และโลกบางอย่างเท่านั้นที่มันจะกลืนลงไป
แต่อย่างไรก็ดี การเลี้ยงด้วยวิธีเช่นนี้สิ้นเปลืองทรัพยากรในแต่ละวันไม่ใช่น้อย
โชคยังดีที่ฉู่โม่วมีของมากมายที่ได้มาจากในเขตแดนลับ และจากฐานจินหลิง ไม่อย่างนั้นเขาคงเลี้ยงมันไม่ไหว
ถึงอย่างไร แม้ว่าจะต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก แต่สำหรับฉู่โม่วก็นับว่าคุ้มค่า
จากการเลี้ยงดูด้วยสมบัติแห่งสวรรค์และโลกที่มากมาย เสี่ยวอู๋เติบโตอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้มันแข็งแกร่งยิ่งกว่าสัตว์อสูรในระดับเดียวกันและกำลังจะเข้าสู่ระดับที่ 5 แล้ว!
ที่น่ายินดีกว่านั้นก็คือเสี่ยวอู๋ได้ทำพันธสัญญาวิญญาณกับเขาแล้ว
นั่นหมายความว่าต่อแต่นี้พวกเขาคือเจ้านายและสัตว์เลี้ยงที่ร่วมสุขร่วมทุกข์ และจะไม่มีวันทรยศต่อกัน!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์