บทที่ 88 พรสวรรค์พิเศษชิ้นแรก และย้อนกลับฐาน
ฉู่โม่วไล่ล่าหงส์เพลิง ไปตามทิศทางที่มันหนีอย่างไม่ลดละ
ระหว่างทางนั้น ปรากฏหลุมขนาดใหญ่จำนวนมากกระจายตามพื้นดิน
ทั้งหมดนี้เกิดจากหยดเลือดของหงส์เพลิงตัวนั้น
เห็นชัดได้ว่าอาการบาดเจ็บของนกตัวนั้นสาหัสมาก ขนาดที่ว่าไม่อาจปกปิดบาดแผลไว้ได้ ซึ่งนั่นถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับฉู่โม่ว
ผ่านไปครู่หนึ่ง
ชายหนุ่มติดตามหงส์เพลิงไปจนถึงภูเขาเพลิง เขาลังเลสักพัก ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไป
ด้วยสภาพของหงส์เพลิงในตอนนี้ ต่อให้เขาต้องเผชิญหน้ากับมันก็คงไม่น่ากลัวเท่าไร
แต่หากมันคิดจะแลกตาย คงต้องเปิดใช้พรสวรรค์แห่งห้วงมิติเพื่อหลบหนีจากที่นี่
ภูเขาเพลิงนี้มีขนาดมหึมา
ทันทีที่ก้าวเข้าไปก็พลันสัมผัสได้ถึงความร้อนปะทะกาย
เวลาผ่านไปนานเพียงไหนไม่อาจร่วงรู้ ในที่สุดฉู่โม่วก็หยุดลง ณ ทะเลสาบลาวา เขาเห็นหงส์เพลิงที่ได้รับบาดเจ็บกำลังแนบกายสนิทกับพื้น ลมหายใจของมันขาดห้วงไม่ประติดประต่อ ค่อย ๆ ตะเกียกตะกายสู่ผืนน้ำลาวา
“อ๊ะ!”
“มันกำลังจะลงไปในลาวาแล้ว ต้องหยุดไว้!”
หงส์เพลิงมีเลือดที่ทำให้มันสามารถเกิดใหม่จากขี้เถ้าได้
ทะเลสาบลาวาแม้จะเป็นอันตรายกับสัตว์อสูรอื่น ๆ แต่สำหรับหงส์เพลิงแล้วที่นี่เป็นเหมือนยาศักดิ์สิทธิ์ใช้รักษาโรคภัย
หากมันลงไปในนั้นแล้ว ฉู่โม่วก็ไม่อาจทำอะไรได้อีกแล้ว
นอกจากนี้ หงส์เพลิงที่ได้รับการรักษาจากลาวานั้น ย่อมกลายเป็นภัยต่อเขาแน่
เห็นดังนั้น ชายหนุ่มจึงเปิดใช้พรสวรรค์ธาตุลมเพื่อพุ่งเข้าหามันทันที
ตึ้ง!
เมื่อหงส์เพลิงสัมผัสได้ถึงสิ่งแปลกปลอม มันก็หันกลับมาด้วยความระแวดระวัง เมื่อเห็นว่าเป็นมนุษย์อ่อนแอ แววตาเย็นเยียบก็ฉายวาบ มันอ้าจะงอยขึ้น ปล่อยเปลวเพลิงอันน่าสะพรึงยังคนแปลกหน้านั่น
ทันทีที่เปลวเพลิงปรากฏขึ้น พื้นที่โดยรอบก็ร้อนขึ้นฉับพลัน
ฉู่โม่วรู้สึกคล้ายผิวหนังและโลหิตทั่วร่างกำลังถูกหลอมมอดไหม้!
“ว่าแล้วเชียว! มันต้องเป็นสัตว์อสูรระดับ 6 แน่ ๆ! แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
ฉู่โม่วชะงักงัน
แม้ว่าฝนดาวตกจะน่ากลัวยิ่งกว่า แต่มันก็อยู่ห่างไปหลายร้อยกิโลเมตร
ผิดกับเปลวเพลิงเบื้องหน้าที่แม้จะทรงพลังน้อยกว่าแต่กลับประชิดนัก รุนแรงพอที่จะสร้างอันตรายในเวลารวดเร็ว
ฉู่โม่วตระหนักโดยทันที
หากสัมผัสเข้ากับมัน มีเพียงความตายที่เป็นคำตอบ
เขาไม่ลังเลใด ๆ อีก
ถึงเวลาต้องหงายไพ่ตายอย่างพรสวรรค์แห่งห้วงมิติแล้ว
เทเลพอร์ต!
ร่างของเขาหายไปทันที ก่อนจะปรากฏตัวอีกครั้งที่ด้านหลังของหงส์เพลิง
“ตายซะ!”
เสียง ‘ชิ้ง!’ ของกระบี่ที่ถูกชักออกจากฝักสอดประสานเสียงคำรามลั่น
เลือดลมทั่วร่างสั่นสะท้าน พลังปราณกระบี่ไหลเวียนทั่วร่างอย่างบ้าคลั่ง กระทั้งมันเคลื่อนสู่วงแขนและเข้าไปภายในกระบี่บนมือ!
พลังธาตุโลหะ! อสนีบาตคงกระพัน!
สายลมกระโชกแรงพัดพาคมกระบี่ให้พุ่งออกไป!
เจตจำนงกระบี่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่รุนแรงนัก!
ทันใดนั้น
ปราณกระบี่อันทรงพลังยากหาใครเทียบกวาดออกไปประหนึ่งจะตัดผ่านผืนฟ้าให้แยกเป็นสอง มันพุ่งเข้าไปตัดหัวของหงส์เพลิงในพริบตา!
ฉับ!
ความคมจากเจตจำนงกระบี่ 30% กอปรกับพลังอันรุนแรงจากพรสวรรค์ธาตุโลหะ ทำให้กระบี่ของฉู่โม่วสับลงคอของหงส์เพลิงไม่ต่างสายฟ้าฟาด
มีเพียงเสียง ‘ชิ้ง!’ ที่เล็ดลอดออกมา ก่อนจะตามด้วยเสียงของโลหะและทองดังสนั่น
ชั่วขณะ เสียงของคมกระบี่ที่เสียดสีเนื้อจึงแผดก้อง
ฉู่โม่วสัมผัสได้ถึงความเฉื่อยของกระบี่ยาว ก่อนที่มันจะซัดลงเป้าหมายอย่างเรียบราบคล้ายงานประณีตศิลป์ของเหล็กเนื้อดี เลือดของหงส์เพลิงกระเซ็นสาดตามแรงโจมตี
ความเจ็บปวดนั้นผลักให้มันกรีดร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด
ในตอนนั้นเอง ฉู่โม่วฟันลงอีกครั้งอย่างไม่ลังเล คมกระบี่สะบัดลงยังตำแหน่งเดิมไม่ผิดเพี้ยน
กึก
หัวของหงส์เพลิงขาดออกจากร่าง กลิ้งถลาไปตามพื้นแข็ง
ดวงตากลมโตของมันเบิกกว้างแม้ยามสิ้นลมหายใจ มันไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าเหตุใดชีวิตจึงมาจบด้วยน้ำมือของ ‘มดปลวก’ ที่อ่อนแอเช่นนี้
“เฮ้อ…”
ฉู่โม่วถอนหายใจ ก่อนจะพยายามหายใจเข้าออกลึก ๆ เพื่อสงบจิตที่ยังสั่น
การลอบโจมตีสัตว์อสูรระดับ 6 แม้ว่ามันจะอยู่สภาพบาดเจ็บสาหัสแต่ก็นับว่าเสี่ยงไม่น้อย!
ความประมาทเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่จุดจบ!
เหตุนี้ ฉู่โม่วไม่กล้าจะละเลยความระมัดระวังและเลือกที่จะโจมตีอย่างสุดพลังในทีเดียว!
แน่นอนว่าผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ
ชัยชนะเป็นของเขา!
“ต้องรีบกลืนกิน!”
ฉู่โม่วเริ่มกลืนกินพรสวรรค์ของสัตว์อสูรตัวนี้ทันที
ที่นี่เป็นรังซ่อนตัวของหงส์เพลิง ดังนั้นไม่จำต้องกลัวว่าสัตว์อสูรตัวอื่นจะบุกเข้ามา
ดังนั้นฉู่โม่วจึงเริ่มกลืนกิน
เขาวางมือบนซากของหงส์เพลิงก่อนจะรำพันเบา ๆ ในใจ ครู่หนึ่งฝ่ามือสีทองก็ปรากฏขึ้นและช้อนร่างนั้นไว้
[กลืนกินสำเร็จ!]
[ได้รับพรสวรรค์ : ธาตุไฟระดับ 5!]
[ต้องการหลอมรวมหรือไม่!]
“พรสวรรค์ธาตุไฟระดับ 5!”
แววตาของฉู่โม่วทอประกายด้วยประหลาดใจเล็กน้อย
นี่เป็นเรื่องจริงเหรอ!
“ขอบคุณอาจารย์ใหญ่เสิ่นที่เป็นห่วง แต่ผมสบายดี” ฉู่โม่วกล่าว
พวกเขาทั้งห้าเดินกลับไปตามทางเดิม
คนที่เหลือเลือกที่จะไม่ถามว่าฉู่โม่วไปทำอะไรมาก่อนหน้านั้น อย่างไรโดยปกติแล้วชายหนุ่มผู้นี้ก็ไม่ใช่คนช่างพูดอะไร
พวกเขาเดินทางด้วยความระมัดระวัง
สองชั่วโมงต่อมา
ในที่สุดพวกเขาก็เดินไปถึงทางออกของรอยแยกโดยไม่เผชิญกับอันตราย ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวออกไปทีละคน
“เฮ้อ…”
“กลับมาจนได้!”
“ได้ออกมาจากนรกแตกนั่นสักที!”
“ตอนที่สัตว์อสูรสองตัวสู้กัน ฉันละกลัวสุด ๆ ไปเลย!”
“พูดตรง ๆ น่ากลัวแบบนี้ ให้ไปอีกก็ไม่เอาแล้ว!”
ภายในป่า หลายคนอดทอดถอนใจไม่ได้
แม้ว่ารอยแยกจะไม่มีอันตราย แต่ทำให้พวกเขาแทบจะกลั้นหายใจตลอดทาง อีกทั้งภาพของสัตว์อสูรทั้งสองตัวก็ติดตรึงเข้าไปในห้วงความคิดเสียแล้ว
เมื่อได้ออกมาแล้ว พวกเขาจึงค่อนข้างจะเบาใจและมีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น
“ขอบคุณ คุณฉู่ที่ให้ความช่วยเหลือตลอดทาง ฉันแทบรอไม่ไหวที่จะตอบแทนแล้ว!”
ตอนนั้นเอง เสิ่นจิ้นเดินเข้ามาหาฉู่โม่วและกล่าวด้วยความนอบน้อม
ทั้งสีอิ้ง หลู่ฉือ และหยวนตงเฟย ต่างก็เดินเข้ามาขอบคุณเขา
“อย่าเกรงใจกันเลยครับ”
ฉู่โม่วโบกมือไหวๆ “จริง ๆ แล้ว ผมก็ไม่ได้ช่วยอะไรนักหรอก”
“จะพูดอย่างนั้นไม่ได้”
สีอิ้งพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ในนั้นเต็มไปด้วยอันตราย ตัวฉันเองไม่ได้แข็งแกรงนักทั้งยังหวาดกลัว คุณฉู่ทั้งเข้มแข็งทั้งแข็งแกร่ง การที่มีคุณร่วมทางนั้นทำให้พวกเราอุ่นใจและมั่นใจมากขึ้น นั่นช่วยได้เยอะเลย”
“เอาน่า… การไม่ทำอะไรเลยมันดีที่สุดแล้วนี่นา”
“อย่างน้อยนั่นก็ไม่ทำให้พวกเราซวยไง!”
ฉู่โม่วเองก็เห็นด้วยกับคำพูดนี้
คนที่เหลือสองสามคนเดินพูดคุยกันไปยังฐานลู่หยาง
ไม่นานก็ไปถึง
หลังจากนั้นเสิ่นจิ้นได้พูดขึ้น “คุณฉู่ ผมต้องรายงานเรื่องที่ค้นพบไปยังฐานจินหลิงตอนนี้ คงต้องขอตัวไปก่อน… ว่าแต่คุณมีแผนจะทำอย่างอื่นต่ออีกไหม”
“ผมอาจจะไปที่ฐานจินหลิงสักพักเพื่อหาวิธีบรรลุขั้น!”
ฉู่โม่วพูดไปตามความจริง
“ถ้าแบบนั้นฉันก็ขอให้คุณฉู่สมหวัง จะไปเมื่อไรก็บอกมาได้เสมอ พวกเราจะได้พาคุณไปที่นั่น!” เสิ่นจิ้นกล่าว
“ขอบคุณมากครับ”
ฉู่โม่วยิ้ม
เสิ่นจิ้นพยักหน้า ก่อนจะจากไปกับคนทั้งสาม
เดินหนุ่มมองดูแผ่นหลังของพวกเขาไปจนสุดสายตา เมื่อพวกเขาพ้นระยะสายตาแล้ว ฉู่โมวจึงมุ่งหน้ากลับบ้าน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์