เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 99

บทที่ 99 พลังไร้ที่ติ กับการเข้าสู่ขั้นปรมาจารย์ยุทธ์!

เขายืนอยู่ตรงกลาง

แววตาของฉู่โม่วส่องแสงวาบ ในขณะเดียวกัน ชายหนุ่มยืดมือออกไปและกดลูกปัดหยกต้นกำเนิดลงไปที่แผงอก!

ตู้ม!

รัศมีอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกมาในทันใด!

ฉู่โม่วกลั้นหายใจ แววตาของเขาส่องแสงสว่างจ้า

เมื่อลูกปัดหยกต้นกำเนิดเข้าไปในร่างกาย เขาก็สัมผัสได้เพียงแค่ว่าพลังงานไร้ที่สิ้นสุดหลั่งไหลผ่านหน้าอกเข้ามาในร่างกาย

พลังลึกลับไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งไปทั่วทั้งร่างกายของเขา!

ในขณะเดียวกัน พลังชีวิตแห่งสวรรค์และโลกภายในรัศมีร้อยกิโลเมตรเข้ามารวมตัวกัน

พลังไร้ขีดจำกัดพรั่งพรูเข้ามาในตัวฉู่โม่วเพื่อช่วยเขาผสานเข้ากับลูกปัดหยกต้นกำเนิดนี้

ลูกปัดหยกนี้ย่อมไม่ยอมหายไปง่าย ๆ

มันปล่อยพลังอันบริสุทธิ์ออกมาเป็นเกราะป้องกัน!

เพียงแต่ว่า

พลังเหล่านั้นถูกทำลายด้วยอณูแห่งชีวิตอันรุนแรงของฉู่โม่วโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลยสักนิด!

ทั้งสองฝ่ายเริ่มดื้อดึงยื้อแย่งกันเอง

ตอนที่ฉู่โม่วกำลังกลืนกินลูกปัดหยกต้นกำเนิดอยู่นั้น

ตอนนี้ที่ฐานจินหลิง

ข้างในคฤหาสน์ตระกูลสวี่

ทันทีที่ผู้ปลุกพลังของเครือหอการค้าหยกแก้วจากไป หัวหน้าตระกูลสวี่ สวี่หล่างพลันฉุนเฉียวพร้อมตบฝ่ามือลงบนโต๊ะ “จะหน้าด้านไปถึงไหน! เครือหอการค้าหยกแก้วจะชั่วร้ายเกินไปแล้ว!”

เมื่อครู่นี้

เครือหอการค้าหยกแก้วให้ผู้ปลุกพลังนำร่างของสวี่มู่กลับมาส่ง และในขณะเดียวกันก็สอบถามหัวหน้าตระกูลสวี่ว่าทำไมถึงปล่อยให้คนในตระกูลไปหาเรื่องพันธมิตรที่สำนักงานใหญ่ของเครือหอการค้าได้

น่าสงสารจริง ๆ!

เขายังไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ!

ยิ่งไปกว่านั้น ลูกชายของเขาตายแล้ว!

แม้ว่าสวี่มู่จะเป็นแค่ลูกชายขี้อายคนหนึ่งและไม่ได้มีพรสวรรค์มากมายอะไร เขากระทั่งไม่เคยสนใจลูกคนนี้และแทบไม่เจออีกฝ่ายเลยตลอดปีด้วยซ้ำ

แต่ยังไงซะเขาก็ยังเป็นลูกชายของตระกูลสวี่!

เขาคือลูกชายของหัวหน้าตระกูลสวี่ สวี่หล่าง!

โดยเฉพาะตั้งแต่สวี่เฟิง ลูกชายคนโตของเขาเสียชีวิตไป เขาก็เอาใจใส่ลูกชายคนนี้มากขึ้น

แต่ตอนนี้…

สวี่มู่เองก็ตายแล้ว!

และเขายังตายในเครือหอการค้าหยกแก้วด้วย!

แต่แทนที่ไปจับตัวคนร้าย เครือหอการค้ากลับมีหน้ามาถามคำถามแบบนี้กับตระกูลสวี่!

นั่นมันไม่น่าเกลียดเกินไปหน่อยเหรอ?!

“ในฐานะหัวหน้าตระกูลสวี่ ฉัน สวี่หล่าง มีพลังในขั้นนายพลเมือง ในทั่วทั้งฐานจินหลิง ฉันคือผู้ทรงอำนาจคนหนึ่งและมีคนเคารพนับไม่ถ้วน!”

“แต่…”

“ฉันช่วยชีวิตลูกชายของตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ!”

“ไม่นานก่อนหน้านี้ สวี่เฟิง ลูกชายคนโตของฉันเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า จนถึงตอนนี้ก็ยังหาฆาตกรไม่เจอและมันเกิดขึ้นในฐานนี้เอง!”

“ถ้าแก้แค้นไม่สำเร็จแล้วสวี่หล่างจะมีหน้าเป็นหัวหน้าตระกูลสวี่ได้ยังไงกัน?”

“รู้ไหมว่าตระกูลสวี่ของฉันคือหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งฐานจินหลิง?!”

สวี่หล่างกล่าวด้วยใบหน้าเศร้าหมอง

“หัวหน้าหมายความว่ายังไง…”

ในห้องโถง ชายชราคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น

“ไปตามหาแขกของเครือหอการค้าหยกแก้วที่ชื่อว่าฉู่โม่ว ฉันอยากเห็นมันตาย!”

สวี่หล่างกล่าวด้วยเจตนาสังหารรุนแรง

สีหน้าของชายชราเปลี่ยนไป “หัวหน้า ฉู่โม่วคนนั้นคือแขกของเครือหอการค้าหยกแก้ว และสถานะของเขาก็ไม่ธรรมดาเลย ถ้าเครือหอการค้าหยกแก้วรู้เรื่องเข้า ตระกูลสวี่ของเราคงต้องเจอปัญหาใหญ่แน่!”

“มีปัญหาแล้วยังไงล่ะ?”

สวี่หล่างกล่าวอย่างเยือกเย็น “ตราบใดที่เราฆ่าฉู่โม่วสำเร็จ เครือหอการค้าหยกแก้วจะต่อสู้กับตระกูลสวี่เพื่อคนตายเหรอ?”

“เข้าใจแล้วครับ!”

ชายชราพยักหน้าและกล่าว “ฉันจะจัดหาคนออกไปตามตัวฉู่โม่วและฆ่าเขา!”

“อีกเรื่องหนึ่ง…”

ตอนที่ชายชรากำลังจะจากไป สวี่หล่างก็เรียกเขา “ให้สวี่อวี่ป๋อเป็นคนไป!”

ทันทีที่เขาพูดจบ ชายชราก็เปลี่ยนสีหน้าทันที

“หัวหน้า มันจะวุ่นวายเกินไปรึเปล่า?”

“อวี่ป๋อเชี่ยวชาญวิชาหลบซ่อน เราฝึกฝนเขาแบบลับ ๆ มานานและมีพละกำลังถึงขั้นนายพลเมืองแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ ในอนาคตเขาอาจจะพัฒนาขึ้นได้อีกและกลายเป็นไพ่ตายแห่งตระกูลสวี่ของฉัน!”

“แค่ฆ่าแขกคนเดียวไม่จำเป็นต้องถึงมืออวี่ป๋อหรอก!”

“แค่ส่งจอมยุทธ์ไปสักสองถึงสามคนก็ได้ ทำไมมันถึงสำคัญนักล่ะ?”

ผู้อาวุโสหลายคนเอ่ยขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน

แต่…

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น ใบหน้าของสวี่หล่างก็หมองหม่น “ไร้สาระ!”

“ไม่เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่านกเหยี่ยวใช้พลังทั้งหมดไปกับการจับกระต่ายรึไง!”

“แล้วฉู่โม่วก็เป็นถึงแขกของเครือหอการค้าหยกแก้ว ฉันได้ยินมาว่าแม้แต่หมัวซานซานก็สนิทสนมกับเขา เขาต้องมีความสามารถและพรสวรรค์ที่ดีแน่ การฆ่าคนแบบนี้จะประมาทไม่ได้!”

“ถ้าไม่เคลื่อนไหวก็จบ แต่ทันทีที่เคลื่อนไหว นายจะต้องขุดรากถอนโคนให้จบและจะทิ้งหายนะไว้ไม่ได้!”

เมื่อพูดจบ ใบหน้าของสวี่หล่างก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่น้ำเสียงของเขายังคงเคร่งขรึม

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ยิ่งกว่านั้น ในอีกสามเดือน เขตแดนลับเมฆาครามจะเปิดออก!”

“นี่เป็นเขตแดนลับพิเศษและมีแค่ผู้ปลุกพลังที่อายุน้อยกว่าหกสิบปีเท่านั้นที่เข้าไปได้ ตามแผนที่วางเอาไว้ อวี่ป๋อเองก็ไปกับสมาชิกตระกูลสวี่ด้วย หลังจากที่เข้าไป เขาจะลอบสังหารคนที่โดดเด่นจากกองกำลังอื่น ๆ เพื่อกำจัดอุปสรรคให้ลูกหลานตระกูลสวี่!”

“ตอนนี้พวกคุณกำลังปล่อยให้เขาฝึกอยู่ในกำมือ แต่พอเข้าไปในเขตแดนลับก็จะพลาดเพราะขาดประสบการณ์”

เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็นึกได้

“หัวหน้านี่ฉลาดจริง ๆ ฉันเทียบไม่ติดเลย!”

“ฉันจะเรียกอวี่ป๋อมาเดี๋ยวนี้”

ผู้อาวุโสกล่าว

“ไปเร็ว!”

สวี่หล่างพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

ผู้อาวุโสโค้งคำนับและเดินออกจากห้อง

ผู้อาวุโสอีกคนหนึ่งเองก็เดินตามออกไป

สวี่หล่างมองดูพวกเขาจนลับสายตา

อวี่ป๋อเป็นคนมีฝีมือที่ตระกูลสวี่แอบฝึกฝนอย่างลับ ๆ และเป็นมือลอบสังหารชั้นเยี่ยม

ในอดีต เพราะการมีอยู่ของสวี่เฟิง เขาหลบซ่อนอยู่ในความมืดเพื่อร่วมมือกับสวี่เฟิง

ในอนาคตจะต้องมีแสงสว่างและความมืดอยู่ในตระกูลสวี่ของเขา วีรบุรุษทั้งสองสามารถปกป้องตระกูลสวี่ได้อีกหลายพันปี

รัศมีต้นกำเนิดปกคลุมรอบกายเขาทำให้ดูราวกับเวทมนตร์!

เขาดูราวกับเทพเจ้า!

ในตอนนี้

ฉู่โม่วเรียกจิตวิญญาณเพื่อสร้างพลังสำเร็จเรียบร้อยแล้ว

“งั้น… มาเริ่มเลื่อนขั้นกัน!”

ฉู่โม่วหยิบเลือดสัตว์อสูรระดับ 6 ที่ได้รับมาจากถุงเก็บของตระกูลสวี่ออกมา แล้วจึงเริ่มใช้กระบวนท่าฝึกดูดซับอณูแห่งชีวิตเพื่อดูดซับพลังมหาศาลและท้าทายขีดจำกัดของระดับขั้น

ตู้ม!

พลังอันยิ่งใหญ่พลุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างกาย

หลังจากที่พลังก่อตัวแล้วก็ใช้เวลาอีกไม่นานในการทะลวงขั้น

และแล้ว…

ราวกับว่าเขาได้เข้าสู่ระดับขั้นใหม่ พลังอณูแห่งชีวิตนับไม่ถ้วนพรั่งพรูเข้ามาและบ่มเพาะร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว

ความเร็ว การป้องกัน จิตวิญญาณ และกระทั่งพลังอณูแห่งชีวิตของเขาพัฒนาขึ้นอย่างว่องไว

กระบวนการนี้ใช้เวลากว่าครึ่งวันก่อนที่จะค่อย ๆ ผ่อนคลายลง

นี่หมายความว่า

เขาเข้าสู้ขั้นปรมาจารย์ยุทธ์แล้ว!

‘ปรมาจารย์ยุทธ์ ฉันบินบนท้องฟ้าได้และพละกำลังก็เพิ่มขึ้นมหาศาลด้วย!’

‘อายุขัยของฉันเพิ่มขึ้นอีกสามร้อยปี!’

‘พอเข้าสู่ขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ก็จะควบคุมพลังชีวิตแห่งสวรรค์และโลกเพื่อเพิ่มพละกำลังได้และมีพลังที่ยิ่งใหญ่อย่างถึงที่สุด!’

เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็ลืมตาขึ้น

ในสายตาของเขาเปล่งประกายด้วยพลังและดูลึกลับเป็นอย่างมาก

แต่มันก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้นไม่นาน

ลมหายใจของเขาสงบนิ่งลง ฉู่โม่วเริ่มตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง

ผู้ปลุกพลังที่มาถึงขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ได้นั้นถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านพละกำลังครั้งยิ่งใหญ่

ตอนนี้เขาเห็นได้ว่าในเส้นลมปราณในร่างกายกว้างขึ้นและมีพลังชีวิตที่แข็งแกร่งอยู่ในจุดตันเถียน

ราวกับกระแสน้ำที่หลั่งไหลอย่างไร้ที่สิ้นสุด

อีกอย่าง

กระดูกในหน้าอกของเขาก็กลายเป็นกระดูกหยกไปแล้ว

มันมีเนื้อแบบเดียวกับลูกปัดหยกต้นกำเนิดอย่างน่าอัศจรรย์

ความยิ่งใหญ่ไร้ขีดจำกัดแพร่กระจายในร่างกายของฉู่โม่วและค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงร่างกายของเขา

ลูกปัดหยกต้นกำเนิดนั้นเกิดมาโดยธรรมชาติและมีพลังต้นกำเนิด

มันคือสิ่งสร้างกระบวนการหลอมวิญญาณที่ดีเยี่ยมและไร้ที่ติ

ตอนนี้ฉู่โม่วไม่เพียงสร้างพลังที่แข็งแกร่งมา แต่ยังเปลี่ยนพละกำลังกายด้วยรัศมีพลังต้นกำเนิดของลูกปัดหยกนี้ได้ด้วย

มันทำให้ร่างกายของเขามีความพิเศษบางอย่างที่สามารถพัฒนาขึ้นได้อย่างไร้ที่ขีดจำกัดในอนาคต

ท้ายที่สุด

คือการเพิ่มขึ้นของพละกำลังมหาศาล

ก่อนที่จะเลื่อนขั้น เขามีพลัง 10 ช้างสาร แต่ตอนนี้มีพลังเพิ่มขึ้นเท่ากับอีก 10 ช้างสาร ทำให้เขามีพลังเทียบเท่ากับ 20 ช้างสาร ด้วยพลังของร่างกายเพียงอย่างเดียว!

และเขาก็สัมผัสถึงมันได้

ถ้าฝึกฝนต่อไปก็จะเป็นช่วงเวลาที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์