เซ่าเยว่ไม่ได้เถียงกลับ มองรอยที่นิ้วนางที่ยังไม่จางไปในทันที “รอยนี่น่าเกลียดชะมัด น่าจะถอดออกตั้งนานแล้ว”
เฉิงเหยียนโย่วได้ยินที่เธอพูด ก็พอจะรู้ได้ว่ารอบนี้เซ่าเยว่เอาจริง
แม้จะยังรับประกันไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยท่าทีตอนนี้ก็ดีกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา และก็ไม่จำเป็นต้องประชดอะไรอีก แต่ก็ยังอดไม่ได้อยู่ดี
“ความรักของเธอ ยังสู้ข้าวมื้อหนึ่งของฉันไม่ได้เลย”
เซ่าเยว่ไม่ได้อธิบาย “งั้นไปกันเถอะ จะเลี้ยงเธอพอดี”
เฉิงเหยียนโย่วไม่ขยับ เลิกคิ้วมองเธอ “เวลาของฉันมีค่ามากนะ บอกมาก่อนว่าเธอมาหาฉันทำไมกันแน่ จะได้ดูว่าเธอคู่ควรให้ฉันเสียเวลามากินข้าวด้วยหรือเปล่า”
เซ่าเยว่ “...”
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง “วิทยานิพนธ์ที่ฉันค้างเอาไว้ก่อนหน้านี้ กำลังเตรียมจะเขียนใหม่ จำเป็นต้องขอยืมห้องแล็บของเธอใช้เก็บข้อมูล”
การเปลี่ยนแปลงในวงการรวดเร็วมาก ต้องทำการปรับเปลี่ยนหลายอย่าง
เซ่าเยว่ไม่กล้าพูดตรง ๆ ทางโทรศัพท์ เพราะความรู้สึกผิดที่คอยกวนใจ
ด้วยนิสัยของเฉิงเหยียนโย่ว คงจะด่าเธอว่ามัวหายหัวไปไหนมาตั้งนาน ถ้าเธอไม่แต่งงาน วิทยานิพนธ์ก็คงจะได้เผยแพร่ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว
ดังคาด เฉิงเหยียนโย่วมองเธอด้วยสายตาเหมือนเห็นสิ่งแปลกประหลาด “เกิดนึกครึ้มอะไรขึ้นมา?”
เซ่าเยว่ “ฉันจริงจัง”
เฉิงเหยียนโย่วมองเธออย่างพินิจพิเคราะห์
เธออยู่ในวงการนี้มาโดยตลอด เมื่อไม่นานมานี้ งานวิจัยของไต้อวิ๋นหานจากมหาวิทยาลัยเอ ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากบรรดาบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ ๆ
แทบไม่มีใครรู้เลยว่า จุดท้าทายสำคัญของโปรเจกต์ที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้ เซ่าเยว่ทำสำเร็จตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนแล้ว
และลูจิ-เอ็กซ์ฉบับสมบูรณ์ ก็อยู่ที่บริษัทของเธอ
ในฐานะที่เซ่าเยว่เป็นผู้พัฒนาเพียงคนเดียวของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ลูจิ-เอ็กซ์ อุปสรรคมากมายที่เธอเคยฝ่าฟันมา แค่หยิบขึ้นมาสักข้อเดียว ก็สามารถทำให้ทั้งห้องแล็บถึงกับชะงักได้ เซ่าเยว่คืออัจฉริยะระดับท็อปที่สุดที่เฉิงเหยียนโย่วเคยเจอมา
แต่คนอัจฉริยะคนนี้เป็นพวกคลั่งรัก ไปแต่งงานก็พอว่า แต่ตอนนี้งานที่ทำกลับตกต่ำจนต้องเป็นแค่เลขาตัวเล็ก ๆ ที่คอยเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟชาให้คนอื่น
ไม่ยอมทุ่มเทให้กับสายงาน ปล่อยให้พรสวรรค์สูญเปล่า เฉิงเหยียนโย่วไม่เข้าใจเลยจริง ๆ
“เธอหยุดไปสามปี เธอแน่ใจเหรอว่าวิทยานิพนธ์จะยังมีค่าอยู่?”
เซ่าเยว่ “ฉันจะปรับแก้บางส่วน รอให้อาจารย์ออกมา ยืนยันแนวทางการวิจัยกับท่าน ถ้าผ่านแล้วฉันจะทำต่อเลย”
เงื่อนไขคือ อาจารย์ต้องเต็มใจพบเธอก่อน
เฉิงเหยียนโย่ว “งั้นเธอก็คงต้องรออีกนาน อาจารย์อุทิศตนทำวิจัยเพื่อชาติ ช่วงนี้คงไม่ได้ออกมาง่าย ๆ หรอก”
เซ่าเยว่ “ฉันค่อย ๆ รอได้”
เมื่อไม่ยึดติดกับเรื่องที่เจียงเฉินหานจะรักเธออีกต่อไป สิ่งที่เธอมีมากที่สุดก็คือเวลา
เฉิงเหยียนโย่วยังอยากพูดอะไรอีก แต่เธอรู้ดีว่า ถึงแม้เซ่าเยว่จะไม่ได้อยู่ในวงการมาหลายปี แต่สิ่งที่เธอจะวิจัยนั้น ด้วยเทคนิคของตนแล้ว ไม่สามารถให้คำแนะนำอะไรเธอได้เลย
โลกของอัจฉริยะ มันสุดโต่งอยู่แล้ว
เฉิงเหยียนโย่วไม่โน้มน้าวอีก “ข้าวมื้อนี้ ฉันกินกับเธอได้”
เฉิงเหยียนโย่วปากแข็งแต่ใจอ่อน ภายนอกดูเหมือนจำใจ แต่จริง ๆ แล้วแค่แกล้งทำ ถ้าไม่กินด้วยก็คงไม่มาที่นี่เป็นเพื่อนเธอหรอก
เซ่าเยว่ยิ้มเบา ๆ แล้วพูดว่า “ขอบคุณประธานเฉิงที่ให้เกียรติค่ะ”
......
กู้อี้ชวนพาแฟนสาวเน็ตไอดอลที่เพิ่งยืนยันความสัมพันธ์เมื่อชั่วโมงก่อนออกไปเดินชอปปิง แต่กลับไม่คาดคิดว่าจะเจอคนรู้จัก
กำลังจะตามไป คนก็หายไปแล้ว
เขาเดินเข้าไปในร้านขายอัญมณีนั้น ปล่อยให้แฟนสาวเลือกของที่ชอบไปพลาง สอบถามกับพนักงานร้านไปพลาง
ฟังไปฟังมา ก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว
ไอ้สารเลวเจียงเฉินหานนี่ ถึงขั้นหลอกเขา!
ถ้าเซ่าเยว่กลับไปตามง้อแต่โดยดีตั้งแต่เช้าตรู่จริง จะยังขายแหวนแต่งงานได้อีกเหรอ?
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็หันไปนัดเพื่อนกลุ่มหนึ่งออกมา
ตอนกลางคืน ทุกคนกำลังดื่มกันอย่างสนุกสนาน
ในที่สุด เจียงเฉินหานก็โผล่มา
พอเห็นเขา กู้อี้ชวนก็แกล้งพูดเสียงดังขึ้นมา “พวกนายว่า จู่ ๆ เซ่าเยว่ก็ขายแหวนแต่งงานแบบนี้ นี่กำลังแสดงละครบทไหนอยู่นะ?”
ทุกครั้งที่ปาร์ตี้กัน ทุกคนก็มักจะหาเรื่องแซวเซ่าเยว่กันเป็นเรื่องสนุก ตอนแรกก็ยังกังวลว่าเจียงเฉินหานจะไม่พอใจอยู่หรอก
ถ้าเจียงเฉินหานขมวดคิ้วนิดเดียว ก็คงไม่มีใครกล้าพูดอะไรต่อ แต่ปรากฏว่าพวกเขาคิดมากกันไปเอง
เจียงเฉินหานไม่แคร์เลยสักนิด แม้แต่แซวกันต่อหน้าก็ยังไม่มีปัญหา
แต่วันนี้ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้พูดอะไร เจียงเฉินหานก็เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “แสดงให้ฉันดูนี่แหละ”
ที่เซ่าเยว่พูดในร้านกาแฟ สวี่หลินเล่าให้เขาฟังหมดทุกอย่างแล้ว
เขาไม่แปลกใจเลยว่านั่นเป็นการแสร้งทำ
แต่เขาก็คิดเหมือนสวี่หลิน เซ่าเยว่คงโดนกระตุ้นถึงได้เป็นแบบนี้
การขายแหวนแต่งงาน ก็ย่อมเป็นกลยุทธ์ของเธออยู่แล้ว
กู้อี้ชวน “ฉันเอง โทษที พี่เจียงดื่มหนักไปหน่อย... เอ่อ สุขสันต์วันเกิดนะ”
เซ่าเยว่เงียบไปไม่กี่วินาที ราวกับยอมรับเรื่องที่สามีลืมวันเกิดของเธอได้ทั้งหมด จากนั้นก็ฝากให้เขาดูแลเจียงเฉินหานให้ดี ไม่บ่นแม้แต่คำเดียว
ตอนนั้นกู้อี้ชวนคิดในใจว่า เซ่าเยว่ช่างเป็นนักรักคนหนึ่งจริง ๆ
......
เวลาเช้ามืด เจียงเฉินหานเลิกจากปาร์ตี้ของกู้อี้ชวนแล้วกลับถึงบ้าน
ตอนเดินผ่านห้องนั่งเล่น เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมา แล้วเหลือบมองไปที่โซฟา
ไม่เห็นเงาร่างที่คุ้นเคย
พอขึ้นไปชั้นบน ห้องรับรองแขกที่ปลายสุดของทางเดินก็มืดสนิท
นี่คือห้องของเซ่าเยว่ เป็นห้องที่อยู่ชั้นสองและไกลจากห้องนอนหลักมากที่สุด
ผ่านไปหนึ่งวันแล้ว เธอก็ยังไม่กลับมา
เจียงเฉินหานไม่ได้ใส่ใจ หันหลังกลับเข้าไปในห้องนอนหลัก
วันจันทร์ วันทำงาน
เจียงเฉินหานล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้วก็ลงมาข้างล่าง ป้าหลี่ยุ่งอยู่กับการจัดเตรียมอาหารเช้าเต็มโต๊ะให้เขา เขาเหลือบมองแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอยากกินนัก แต่ก็ยังนั่งลงที่โต๊ะอาหารอยู่ดี
ป้าหลี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอกในที่สุด
สองวันที่คุณนายไม่อยู่บ้าน แต่ละวันผ่านไปอย่างยากเย็นเหลือเกิน
เจียงเฉินหานเป็นคนที่ได้รับการอบรมมาดี แทบไม่เคยระเบิดอารมณ์ใส่คนใช้เลย แต่ก็ไม่อาจต้านทานกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวเขาได้ สำหรับคนตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ แค่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็รู้สึกกดดันไม่น้อยแล้ว
“คุณผู้ชาย ค่อย ๆ ทานนะคะ”
อาหารก็ไม่ได้ถึงกับกินไม่ได้ แต่ถ้าเทียบกับของเซ่าเยว่แล้ว มักจะขาดอะไรบางอย่างอยู่เสมอ
เพียงแค่สองวัน เจียงเฉินหานก็เริ่มคิดถึงอาหารเช้าที่เซ่าเยว่ทำให้บ้างแล้ว “เธอโทรหาป้าบ้างไหม?”
ป้าหลี่กำลังจะออกไป จู่ ๆ ก็สะดุ้งขึ้นมา “อะ อะ...อะไรนะคะ?”
เจียงเฉินหานขมวดคิ้ว
ป้าหลี่ “!”
เธอรีบตั้งสติทันที แล้วรีบพูดว่า “เปล่าค่ะ!”
เจียงเฉินหานขมวดคิ้วแน่นขึ้นกว่าเดิม “ไม่สักครั้งเลยเหรอ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี