“ใช่...ใช่ค่ะ คุณนายไม่ได้โทรหาป้า ป้าก็โทรไม่ติดเหมือนกัน อาจ...อาจจะบล็อกป้าไปแล้วก็ได้มั้งคะ”
“แกร๊ก”
เจียงเฉินหานวางตะเกียบลง เดินจากไปด้วยสีหน้าเย็นชา
ป้าหลี่ “...”
เธอคิดผิดแล้ว แค่คุณนายทำให้คุณผู้ชายไม่พอใจ เขาก็จะโมโหทันที
เดิมทีป้าหลี่หวังว่าเซ่าเยว่จะปล่อยให้คุณเจียงรอก่อนอีกหลายวัน แต่ตอนนี้ไม่คิดแบบนี้แล้ว
คนนอกอย่างเธอยังดูออกเลยว่าคุณเจียงชอบแบบอ่อนโยน ไม่ชอบแบบแข็งกร้าว เซ่าเยว่คงรู้ดีกว่าใครอยู่แล้ว ตั้งแต่แรกก็ไม่ควรเล่นแผนแสร้งปล่อยเพื่อให้จับแบบนี้เลย
เซ่าเยว่ทำแบบนี้ ทำให้ชีวิตของเธอก็ลำบากขึ้นไปด้วย
ช่างน่ารำคาญจริง ๆ
……
เจียงเฉินหานมาถึงบริษัท หลังจากประชุมประจำวันเสร็จไม่นาน เลขาก็เคาะประตูเข้ามา พร้อมส่งถุงของขวัญมาให้
เจียงเฉินหานเปิดดู
ป็นแหวนเรียบ ๆ วงหนึ่ง
กู้อี้ชวนบอกอีกว่า หลังเซ่าเยว่ขายแหวนแต่งงานไปแล้ว ยังไปเดินดูร้านเครื่องประดับอื่น ๆ อีกด้วย
ดังนั้นสองวันที่หายไป จริง ๆ แล้วรออยู่ที่นี่เหรอ?
อีกเดี๋ยวคงหิ้วข้าวกล่องมาส่งที่บริษัทอีกเหมือนเคยสินะ
เจียงเฉินหานขมวดคิ้วขึ้นในทันที
ปิดกล่องแหวน แล้ววางไว้ข้าง ๆ อย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็ทุ่มเทกับงานต่อ
ผ่านไปสักพัก เขาโทรศัพท์แจ้งสวี่หลินด้วยเสียงเย็นชา “วันนี้ห้ามให้เซ่าเยว่เข้าบริษัทเด็ดขาด!”
เขาไม่ชอบที่เซ่าเยว่ใช้เล่ห์เหลี่ยมเล่นกับเขา
หลังวางสาย เจียงเฉินหานก็โยนกล่องแหวนลงถังขยะอย่างไม่ไยดี
……
วันจันทร์ วันทำงาน
เซ่าเยว่นั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองอย่างตรงเวลา
หลังแต่งงานใหม่ ๆ เธอไม่ได้ไปทำงาน แต่ในงานเลี้ยงครอบครัวครั้งหนึ่ง ขณะที่คุณปู่เจียงไม่ได้อยู่ที่นั่น แม่ของเจียงเฉินหาน ไช่อิ๋ง ก็ได้ตำหนิเธอต่อหน้าคนทั้งงาน
บอกว่าเธอไม่ทำอะไรเลย เอาแต่กินดื่มฟรี ๆ อยู่ที่บ้าน แถมยังไม่มีลูกอีกต่างหาก ดูแลเจียงเฉินหานก็ดูแลไม่ดี เวลาออกไปเจอเพื่อนแล้วพูดถึงสะใภ้คนนี้ ก็ไม่มีหน้าไปอวดใครได้เลย
ตอนนั้นเจียงเฉินหานก็อยู่ด้วย แต่กลับไม่ช่วยออกปากปกป้องเธอ ปล่อยให้แม่ของเขาพูดจาทำร้ายเธออย่างเจ็บแสบ
ในคืนนั้นเอง เซ่าเยว่ส่งเรซูเม่สมัครงานทันที
ไม่ใช่เจียงซื่อกรุป แต่เป็นเอสกรุป
เอสกรุปเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ก่อตั้งมาไม่ถึงห้าปี มีมูลค่าตลาดทะลุห้าล้านล้านบาทไปแล้ว
ในฐานะที่เอสกรุปเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับแนวหน้า แม้แต่ตำแหน่งเลขา ก็ยังต้องเป็นบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศ
เซ่าเยว่จบจากมหาวิทยาลัยเอ วุฒิการศึกษาเพียงพอแล้ว แถมเธอยังเรียนสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่กำลังมาแรงที่สุด จึงสามารถเข้าแผนกวิจัยและพัฒนาได้
แต่โดยทั่วไป งานสายเทคนิคมักจะทำตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงสามทุ่ม หกวันต่อสัปดาห์ ถ้าโปรเจกต์ใหญ่ก็ต้องทุ่มเททำงานกันทั้งวันทั้งคืน แบบนี้ก็ไม่มีเวลาไปดูแลเจียงเฉินหานแล้ว
เซ่าเยว่จึงเลือกตำแหน่งงานฝ่ายบริหารที่ไม่หนักมากนัก กลายเป็นเลขาของสำนักงาน CEO
หลังจากคุณปู่เจียงรู้เรื่อง ก็หวังว่าเธอจะกลับไปที่เจียงซื่อกรุป
ยังไงก็เป็นบริษัทของบ้านตัวเอง ไม่ต้องเคร่งครัดเรื่องเวลาเข้างานหรือเลิกงาน ไม่ลำบากเกินไป และยังมีอิสระอีกด้วย
เซ่าเยว่รู้ดีว่าไช่อิ๋งเกลียดชังเธอมาก ถ้าไปทำงานที่เจียงซื่อกรุป ก็จะยิ่งง่ายต่อการทำให้เธออับอาย แถมยังจะถูกด่าว่าตั้งใจจะยึดทรัพย์สินของตระกูลเจียงอีกด้วย
ที่เอสกรุป ไม่มีเรื่องวุ่นวายเหล่านี้
เพราะเซ่าเยว่ท้อง สัปดาห์ที่แล้วจึงเขียนใบลาออกไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้ไม่คิดจะยื่นแล้ว
เธอต้องเขียนวิทยานิพนธ์ใหม่ จำเป็นต้องเข้าใจข้อมูลในสายงาน เอสกรุปเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุด อาศัยบริษัททำให้ได้รับทรัพยากรและโอกาสจำนวนมาก
งานเลขานุการที่ค่อนข้างสบาย ทำให้เธอมีเวลามากพอที่จะใช้กับการเขียนวิทยานิพนธ์
“เซ่าเยว่ วันนี้ไม่เอาข้าวกล่องมาด้วยเหรอ?”
เพื่อนร่วมงานโต๊ะข้าง ๆ ถามขึ้นด้วยความสงสัย
บางครั้งเซ่าเยว่ก็หิ้วข้าวกล่องกล่องสวย ๆ มาทำงานด้วย แต่พอถึงตอนเที่ยงก็หิ้วข้าวกล่องออกจากบริษัทไป ไม่รู้ว่าไปให้ใคร
ข้าวกล่องนั้น เซ่าเยว่ทำให้เจียงเฉินหาน
เวลาเจียงเฉินหานไปพบปะสังสรรค์เชิงธุรกิจก็มักจะดื่มเหล้า วันต่อมาเธอจะตื่นเช้ามาก ทำข้าวกล่องที่ช่วยบำรุงกระเพาะให้เขา
พอเจียงเฉินหานเห็นเซี่ยอวิ๋นซู ก็วางงานที่กำลังทำอยู่ลงทันที
เซี่ยอวิ๋นซูเดินไปหน้าโต๊ะทำงานของเจียงเฉินหาน ใช้สองมือยันโต๊ะ ร่างกายโน้มไปข้างหน้า ก้มมองนิ้วมือว่างเปล่าที่ไม่มีแหวนของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถามว่า “นายยังไม่ได้รับแหวนเหรอ?”
เจียงเฉินหานชะงักไปเล็กน้อย “เธอเป็นคนส่งมาเหรอ?”
ไม่ใช่เซ่าเยว่ที่ซื้อให้เขาเหรอ?
“เมื่อคืนฉันสัญญาว่าจะไปกินข้าวกับนาย แต่ทางศาสตราจารย์ไต้มีเรื่องด่วนกะทันหัน ปล่อยให้นายรอเก้อแล้ว เลยให้ของขวัญนายเป็นการชดเชยน่ะ”
เซี่ยอวิ๋นซูโชว์แหวนที่นิ้วนางให้ดู “แหวนผู้ชายของแบรนด์นี้มีไม่มาก รุ่นเดียวที่ฉันถูกใจคือรุ่นคู่รักนี้ ฉันน่ะแค่ใส่เล่น ๆ ส่วนที่ให้นายก็เลือกแบบที่ดูดีมีรสนิยมแล้ว นายไม่ว่าอะไรใช่ไหม?”
ถึงจะพูดแบบนี้ แต่เธอรู้ดีว่าเจียงเฉินหานจะไม่ว่าอะไรแน่นอน
เจียงเฉินหานดึงสติกลับมา จึงนึกขึ้นได้ว่าโยนกล่องแหวนลงถังขยะไปแล้ว เขาก้มตัวลงไปเก็บขึ้นมา วางไว้ในมืออย่างตั้งใจดู สีหน้าไม่ได้แสดงความรังเกียจเหมือนเมื่อครู่แล้ว
เซี่ยอวิ๋นซูสีหน้าแข็งทื่อเล็กน้อย “นายทิ้งแล้ว?”
เจียงเฉินหานมองเธอแวบหนึ่ง เก็บความรู้สึกเล็ก ๆ ของเธอไว้ในสายตา
จากนั้นเปิดกล่อง หยิบแหวนออกมา แล้วสวมที่นิ้วนางข้างซ้าย
เจียงเฉินหานแววตาอบอุ่น “ไม่รู้ว่าเธอเป็นคนส่งมา”
สีหน้าของเซี่ยอวิ๋นซูจึงดูดีขึ้นมาบ้างในที่สุด
กู้อี้ชวนเคยพูดว่า เจียงเฉินหานไม่เคยใส่แหวนแต่งงานเลย เว้นแต่ว่าจะมีสถานการณ์ที่จำเป็นจริง ๆ
สาเหตุในเรื่องนี้เดาได้ไม่ยากเลย
เจียงเฉินหานถาม “เธอโกรธเหรอ?”
เซี่ยอวิ๋นซูส่ายหน้า “ไม่โกรธหรอก นายไม่ได้ไม่ชอบแหวนวงนี้ซะหน่อย”
แต่เป็นคนต่างหาก
เซี่ยอวิ๋นซู “ชอบไหม?”
“สวยมาก” เจียงเฉินหานพยักหน้า แล้วถามต่อว่า “เมื่อวานเธอยุ่งอะไรเหรอ?”
เซี่ยอวิ๋นซู “โปรเจกต์ของศาสตราจารย์ไต้ติดขัดอยู่จุดหนึ่ง ฉันกลับบ้านไปดูข้อมูลทั้งคืนแต่ยังไม่มีไอเดียดี ๆ โชคดีที่บริษัทของเพื่อนร่วมชั้นฉันเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนี้พอดี ฉันตั้งใจว่าจะหาเวลาไปปรึกษาเขาดู”
เถ้าแก่ของบริษัทนี้ชื่อเฉิงเหยียนโย่ว บังเอิญมากที่เป็นศิษย์จากมหาวิทยาลัยเอเหมือนกัน แถมยังเป็นรุ่นน้องของเธออยู่ไม่กี่รุ่นอีกด้วย
ในเมื่อเป็นศิษย์จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน การจะผูกมิตรกับเธอจึงง่ายมาก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี