แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เรื่องราวกลับแพร่กระจายออกไป กลายเป็นข่าวครึกโครม
ไทเฮาไม่สามารถทนดูคุณหนูใหญ่อวิ๋นเสียชื่อ จึงมีพระบัญชาประทานงานแต่งให้คนทั้งสอง
ใครจะรู้ว่าพระบัญชาเพิ่งไปถึงจวนจี้ชุนโหว ก็มีข่าวคุณหนูใหญ่อวิ๋นท่านนั้นไม่สามารถทนต่อความอัปยศ ภายใต้ความอับอาย จึงจุดไฟเผาตัวเอง
ต่อมาหลังจากเซียวจิ่งอี้สืบพบความจริง ในใจรู้สึกผิดต่อคุณหนูใหญ่อวิ๋นท่านนั้นมาก
พอดีกับช่วงนั้นเขาไม่อยากอยู่ในเมืองหลวง เพื่อหลีกเลี่ยงการต่อสู้ระหว่างเหล่าองค์ชายด้วยกัน จึงอาศัยเรื่องนี้ไปที่ชายแดนเหนือ
ปัจจุบันเซียวจิ่งอี้นึกถึงภาพเหตุการณ์ในวันนั้น จำได้เพียงภายใต้ความโกรธที่ตัวเองหลงกลอุบายของผู้อื่น ไม่อยากมองหน้าคุณหนูใหญ่อวิ๋นท่านนั้นแม้แต่แวบเดียว
เรื่องราวผ่านไปนานเช่นนี้แล้ว ปัจจุบันเขาย่อมจำไม่ได้ว่าหน้าตาของคุณหนูใหญ่อวิ๋นท่านนั้นเป็นอย่างไรแล้ว
เดิมทีเรื่องนี้ถูกเขาฝังไว้ในส่วนลึกของความทรงจำแล้ว แต่ตั้งแต่พบว่าอวิ๋นจิงมั่วมีหกนิ้ว จู่ๆในใจของเขาก็เกิดความสงสัย
คุณหนูใหญ่อวิ๋นอาจจะยังไม่ตาย!
บางทีแม่นางอวิ๋นท่านนั้น ที่จริงก็คือแม่นางอวิ๋น!
เขาไม่ได้บอกการคาดเดาในใจของตัวเองกับจั่วเยี่ยน กล่าวเพียง “ข้ามีเหตุผลของข้า เจ้าไปตรวจสอบก็พอ!”
“ตรวจสอบให้ละเอียดหน่อย แล้ววาดภาพเหมือนของคุณหนูใหญ่อวิ๋นมาด้วยหนึ่งภาพ”
“ใช่แล้ว ลองตรวจสอบจวนจี้ชุนโหวด้วย โดยเฉพาะนายท่านรองท่านนั้นของจวนจี้ชุนโหว!”
เขาจำได้หลังจากจี้ชุนโหวตาย นายท่านรองอวิ๋นท่านนั้นก็เป็นคนดูแลจวนจี้ชุนโหว
ถ้าหากแม่นางอวิ๋นก็คือคุณหนูใหญ่อวิ๋น นางแกล้งตายเพื่อหลบหนี และปกปิดชื่อแซ่ที่ข้างนอก เบื้องหลังนี้ต้องมีสาเหตุแน่ๆ
แม้จั่วเยี่ยนไม่เข้าใจเหตุใดจู่ๆ เซียวจิ่งอี้ก็อยากตรวจสอบคุณหนูใหญ่อวิ๋นกับจวนจี้ชุนโหว แต่ก็ยังขานรับทันที
ขณะเดียวกัน นอกเรือนสองห้องโถงหลังหนึ่งที่อยู่ห่างจากโรงเตี๊ยมของเซียวจิ่งอี้สองถนน ชายชุดดำและสวมผ้าคลุมคนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตู ใช้นิ้วมือเคาะประตูเป็นจังหวะหลายที เหมือนเป็นรหัสลับ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องกับพระชายาพาลูกหนีภัยธรรมชาติ