หญิงงามผู้หนึ่งยืนอยู่ด้านข้าง กำลังกำผ้าเช็ดหน้าพลางร้องไห้อย่างโศกเศร้า ทั้งยังสะอื้นไห้กับชายหนุ่มบนเตียงไม้เป็นครั้งคราว “ลูกชายของแม่...”
ห่างออกไปไม่ไกลจากเตียงไม้มีเก้าอี้ไท่ซือตัวหนึ่งอยู่ ซึ่งหญิงชราผู้น่าเกรงขามผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้
แม้ในแววตาของนางจะมีความวิตกกังวล แต่กลับมั่นคงกว่าหญิงสาวผู้นั้น
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ท่านหมอเจิ้งผู้มีเคราแพะก็เปลี่ยนสีหน้า “นี่ เลือดนี่มันไม่หยุดเลย!”
หมอคนอื่นซึ่งเห็นปริมาณเลือดที่กำลังไหลออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ ก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนักเช่นกัน
“หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป...”
หมอผู้นั้นไม่ได้เอ่ยจนจบประโยค แต่หมอทุกคนที่นี่ต่างเข้าใจความหมายท่อนหลังที่ยังพูดไม่จบ
หากเลือดยังไหลไม่หยุดเช่นนี้ จะต้องเสียเลือดมากเกินไปจนสิ้นใจแน่นอน
ยามนี้เอง ฮูหยินผู้เฒ่าลู่ก็ลุกขึ้นยืนโดยพลัน แต่เป็นเพราะเคลื่อนไหวเร็วเกินไป ทำให้ร่างกายโซเซ
สาวใช้ด้านข้างรีบพยุงนางไว้
ฮูหยินผู้เฒ่าลู่ผลักมือสาวใช้ ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าอย่างสั่นเทา
“ทุกท่าน หลานชายข้าปีนี้เพิ่งจะอายุสิบเจ็ด อายุยังน้อยนัก ทุกท่านโปรดช่วยชีวิตเขาด้วยเถิด!”
กล่าวจบ ร่างของฮูหยินผู้เฒ่าลู่ก็ค้อมลง กำลังจะคุกเข่า
ฮูหยินลู่ที่อยู่ด้านข้างเห็นเช่นนั้น ก็คุกเข่าลงไปเช่นกัน พลางพูดขอร้องทั้งน้ำตา “พวกท่านโปรดช่วยลูกชายของข้าด้วย...”
ท่านหมอเจิ้งที่อยู่ด้านหน้าตาไวมือไว จึงรีบพยุงฮูหยินผู้เฒ่าลู่ไว้
“ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากช่วย แต่คุณชายน้อยบาดเจ็บสาหัสเกินไปจริง ๆ ทั้งยังเลือดไหลไม่หยุด ข้าไม่อาจทำสิ่งใดได้อีกแล้ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องกับพระชายาพาลูกหนีภัยธรรมชาติ