เมื่อเห็นพวกหมอหางกลั้นหัวเราะ ก็เห็นได้ชัดว่าเข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของอวิ๋นฝูหลิง
หมอซุนจึงโกรธเกรี้ยวขึ้นมาโดยพลัน แต่เมื่อเห็นสีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าลู่ไม่สู้ดีนัก เขาก็ไม่กล้าสร้างปัญหาต่อเช่นกัน
ถึงอย่างไรยามนี้ชีวิตของคุณชายน้อยลู่ก็ตกอยู่ในอันตราย เขาจะเย้ยหยันแม่นางอวิ๋นสักสองสามประโยคก็แล้วไปเถอะ แต่หากขัดขวางการวินิจฉัย จนทำให้การรักษาคุณชายลู่ล่าช้า สกุลลู่ต้องไม่ละเว้นเขาเป็นแน่
สกุลลู่เป็นตระกูลที่ทรงอิทธิพลในพื้นที่ ในครอบครัวมีมากกว่าสิบคนที่อยู่ในราชสำนัก ลูกชายคนโตของฮูหยินผู้เฒ่าลู่ก็เป็นเสนาบดีฝ่ายขวาด้วย
แม้เขาจะอาศัยทักษะแพทย์ที่ยอดเยี่ยมของตัวเอง จนได้รับความเคารพจากคนในเขตปกครองเจียงหนิง แต่ก็มิใช่ทายาทสายตรงของสำนักช่วยชีพ เป็นเพียงหมอที่ให้การรักษาในสังกัดของสำนักช่วยชีพ
หากทำให้ตระกูลลู่ขุ่นเคืองจริง สำนักช่วยชีพย่อมไม่ยอมต่อกรกับตระกูลลู่เพื่อเขาเป็นแน่
อวิ๋นฝูหลิงก้าวไปข้างหน้าเพื่อจับชีพจรของคุณชายน้อยลู่ก่อน หลังจากนั้นก็หยิบเข็มทองซึ่งพกติดตัวไว้ออกมา
เมื่ออวิ๋นฝูหลิงฝังเข็มลงไปทีละเข็ม ไม่นานคุณชายน้อยลู่ก็ไม่อาเจียนเป็นเลือดอีก
ท่านหมอหางและคนอื่น ๆ มีสีหน้าแปลกใจเป็นอย่างมาก
แม่นางอวิ๋นผู้นี้ ค่อนข้างมีความสามารถจริง ๆ
ก่อนหน้านี้ท่านหมอเจิ้งก็ลองฝังเข็มห้ามเลือดแล้ว แต่ไม่สำเร็จ
เขาแปลกใจ และแอบจดจำจุดที่อวิ๋นฝูหลิงฝังเข็มไว้ โดยวางแผนว่าหลังจากนี้จะหาโอกาสขอคำแนะนำจากอวิ๋นฝูหลิงเป็นการส่วนตัว
ชายหน้าเหลี่ยมผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่ที่มุม สวมชุดหมอสีเทากำลังมองวิธีการฝังเข็มของอวิ๋นฝูหลิง ก่อนจะค่อย ๆ เบิกตากว้างขึ้น
เขาเบนสายตาไปที่ใบหน้าของอวิ๋นฝูหลิง เมื่อพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก็ข่มกลั้นความตื่นเต้นเอาไว้ไม่ได้โดยพลัน
มือทั้งสองข้างของเขากำแน่น และข่มกลั้นความรู้สึกของตัวเองอย่างยากลำบาก แต่ในดวงตากลับเปียกชื้นขึ้นมา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องกับพระชายาพาลูกหนีภัยธรรมชาติ