หลังจากจัดการเรียบร้อย อวิ๋นฝูหลิงก็ล้างมือด้วยน้ำร้อน และจับชีพจรของคนไข้อีกครา
จากนั้นจึงหันหลังมากล่าวกับฮูหยินผู้เฒ่าลู่ว่า “ฮูหยินผู้เฒ่า เลือดหยุดไหลแล้ว อาการของคุณชายน้อยลู่ก็ค่อนข้างคงที่ หลังจากนี้ขอเพียงใส่ใจให้มาก ตราบใดที่บาดแผลไม่อักเสบ ก็นับว่าช่วยชีวิตคนไว้ได้แล้วเจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าลู่ดีใจจนหลั่งน้ำตาโดยพลัน ก่อนจะท่องบทสวดไม่หยุด หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งจึงเพิ่งตอบสนอง โดยการคว้ามือของอวิ๋นฝูหลิงไว้พลางกล่าว “ขอบคุณมากแม่นางอวิ๋นที่ช่วยชีวิตหลานชายข้าไว้ ข้ารู้สึกขอบคุณมากจริง ๆ!”
ฮูหยินลู่ก็มากล่าวขอบคุณด้านข้างเช่นกัน
หมอเจิ้งกับคนอื่น ๆ ก็ถือโอกาสมาจับชีพจรของคุณชายน้อยลู่ แม้ชีพจรจะอ่อน แต่คนก็ยังมีชีวิตอยู่จริงๆ
หมอซุนอดไม่ได้ที่จะพึมพำเสียงเบาว่า “ยามนี้ยังมีชีวิต ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีชีวิตไปตลอด”
พวกหมอเจิ้งหาได้สนใจหมอซุน
สตรีย่อมอ่อนแอในวงการแพทย์ ก่อนหน้านี้พวกเขาก็สงสัยในทักษะทางการแพทย์ของอวิ๋นฝูหลิง แต่หลังจากได้เห็นอวิ๋นฝูหลิงผ่าเปิดท้องด้วยตาตัวเอง ในใจก็มั่นใจแล้ว
กล่าวถึงทักษะแพทย์ แต่ไหนแต่ไรก็เป็นการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดเสมอ และย่อมมีคนอื่นที่เก่งกว่า
หมอซุนดูแคลนฐานะสตรีของอวิ๋นฝูหลิง อีกทั้งในยามนี้ยังพูดจาอย่างดื้อดึง ไม่ช้าก็เร็วในอนาคตจะต้องประสบเรื่องร้ายเป็นแน่
หมอซุนเห็นว่าครานี้ไม่มีผู้ใดคล้อยตามเขา ในใจก็หดหู่เป็นอย่างยิ่ง
ทว่าคำพูดสั้น ๆ ที่เขาพึมพำออกมา เขากลับไม่กล้าพูดอีก ไม่เช่นนั้นหากคนสกุลลู่มาได้ยินเข้า คงคิดว่าเขาสาปแช่งคุณชายน้อยลู่เป็นแน่
บนท้องของเขาถูกเปิดช่องใหญ่ขนาดนั้น ทั้งยังเป็นในช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าว เขาไม่เชื่อว่าจะสามารถช่วยชีวิตคนกลับมาได้จริงๆ!
ยามนี้คนแค่ดูเหมือนยังมีชีวิตเท่านั้น ไม่แน่อาจเป็นเพียงวิธีตบตาของแม่นางอวิ๋นก็เป็นได้
เขาจะรอดูว่าหลังจากบาดแผลอักเสบขึ้นมา แม่นางอวิ๋นจะมีวิธีรักษาอย่างไร?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องกับพระชายาพาลูกหนีภัยธรรมชาติ