อวิ๋นฝูหลิงไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใด นางฟังอีกฝ่ายเงียบ ๆ
ผ่านไปครู่ใหญ่ อวิ๋นฝูหลิงถึงได้กล่าวออกมา
“ข้าจำท่านไม่ได้แล้ว ท่านคือใครหรือ?”
“หลังจากที่ฝางมามาช่วยชีวิตข้าออกมาจากกองเพลิงได้ เพราะได้รับบาดเจ็บหนัก ความทรงจำบางอย่างของข้าเลยขาด ๆ หาย ๆ ไม่ชัดเจน”
แม้ว่าอวิ๋นฝูหลิงจะฟื้นฟูความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมได้มาเป็นส่วนใหญ่แล้ว ทว่ายังมีความทรงจำบางอย่างที่ยังคงเลือนรางไม่ชัดเจน
และใจคนนั้นเปลี่ยนง่าย
แม้ว่าคนตรงหน้านางจะให้ความรู้สึกคุ้นเคย แต่ในใจของนางก็ยังไม่ละความระแวดระวัง
บุรุษชุดเทาถึงกับชะงักงัน จากนั้นก็ร้องห่มร้องไห้ออกมายกใหญ่
มิน่าสายตาของคุณหนูใหญ่ยามที่มองเขาถึงได้ดูไม่คุ้นเคยขนาดนั้น ที่แท้ก็สูญเสียความทรงจำนี่เอง
หลายปีมานี้ คุณหนูใหญ่ต้องอยู่ข้างนอกและได้รับความทุกข์ตรมมากเป็นแน่
“คุณหนูใหญ่ ข้าน้อยชื่อหลิงโหยวขอรับ”
“แต่เดิมข้าน้อยถูกท่านโหวผู้เฒ่าเลือกมาจากชนบท ให้มาเป็นผู้ติดตามของท่านโหวขอรับ”
“ข้าน้อยโชคดีนัก ได้เล่าเรียนตำราและวิชาแพทย์กับท่านโหว”
“ต่อมาได้รับความไว้วางใจจากนายท่านเหมิงโหว ให้คอยช่วยท่านโหวดูแลจัดการสำนักช่วยชีพขอรับ”
......
จากคำบอกเล่าของหลิงโหยว พอนำมาผูกเข้ากับความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมแล้ว อวิ๋นฝูหลิงก็เรียบเรียงออกมาได้เป็นเรื่องราวของการฮุบสมบัติฉบับโบราณ
ก่อนจะถึงวันนี้ อวิ๋นฝูหลิงไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนเลยว่า ผู้อาวุโสอวิ๋นและจี้ชุนโหวผู้เฒ่าที่นางเคยได้ยินจากปากของนายท่านหางนั้นจะเป็นถึงปู่ทวดของร่างนี้
ท่านโหวผู้เฒ่าติดตามองค์ไท่จูสู้ศึกไปทั่วทั้งเหนือใต้ด้วยฐานะหมอทหาร จนได้รับความไว้วางใจจากองค์ไท่จูเป็นอย่างมาก
หลังจากก่อตั้งราชวงศ์ฉีขึ้นใหม่ ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นจี้ชุนโหวเพราะได้สร้างคุณงามความดีไว้
ท่านโหวผู้เฒ่านั้นมีทายาทน้อยนัก มีเพียงช่วงปีสุดท้ายของชีวิตที่เขาได้มีบุตรสาวเพียงหนึ่งนาง เขาจึงรักใคร่ราวกับไข่มุกเลอค่า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องกับพระชายาพาลูกหนีภัยธรรมชาติ