แม่เฒ่าเซี่ยงเคยต้องการส่งซูหวั่นไปเป็นคนรับใช้ในครอบครัวคนใหญ่คนโต
นางไม่เห็นด้วย เพราะกลัวว่าท่านชายพวกนั้นจะทำตัวไม่ดี
แต่ตัวเลขเหล่านั้นนางกลับจำได้ดี...
เมื่อซูหวั่นได้ยินดังนั้น นางก็รู้บางอย่างในใจแล้ว“งั้นเราก็ยึดตามนี้ก็ได้นะคะ คนที่ได้รับคะแนนการทำงานมากที่สุดก็ได้ห้าร้อยสตางค์ต่อเดือน ส่วนที่เหลือก็สี่ร้อยสตางค์ค่ะ”
นางหลี่ไม่คัดค้านเรื่องนี้ และพยักหน้ากับซูเหลียนเฉิง
ซูลิ่วหลางที่อยู่ข้างๆฟังด้วยความกระตือรือร้น และก็เอานิ้วออกมานับเป็นครั้งคราว
ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและจริงจัง
ซูหวั่นยังได้พูดต่อไปอีกว่า“พวกเรารับสมัครคนงานห้าคนก่อน ทำผลงานออกมาได้สวย ทักษะการใช้มีดดี ไม่ขี้เกียจ และก็เชื่อฟังคำสั่ง”
“มันก็ควรที่จะต้องเป็นแบบนี้จริงๆ”
หากหาคนอย่างนางหวางมาแล้วละก็ โรงงานก็คงจะเจ๊งอย่างแน่นอน
หลังจากพวกเขาทั้งสี่คนปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว นางหลี่ก็ลุกขึ้น“อาหวั่น งั้นข้าไปถามป้าฟางของเจ้าก่อนนะ ดูว่าพวกนางจะยอมตกลงหรือเปล่า ส่วนเจ้าก็ไปบ้านป้าหวังก็แล้วกัน”
“ท่านแม่ งั้นด้านคนงานก็เป็นหน้าที่ของท่านแม่ก็แล้วกันนะคะ ท่านแม่รู้นิสัยของพวกนางชัดเจนกว่าข้ามาก” ซูหวั่นไม่ได้คิดที่จะควบคุมทุกอย่าง
เพราะนางหลี่อยู่ที่นานกว่านางมาก
มันจึงทำให้นางเข้าใจนิสัยของคนในหมู่บ้านได้เป็นอย่างดี คนที่นิสัยแย่ๆไม่จำเป็นต้องเอาเข้ามา พวกเขาหาคนมาทำงาน ไม่ได้ทำองค์กรสงเคราะห์สักหน่อย
“ได้สิ แม่จะไปเดี๋ยวนี้แหละ”
นางหลี่จัดระเบียบชายเสื้อและเดินออกไป ซูหวั่นก็ตามไปดูพื้นที่ที่ซูเหลียนเฉิงพูดถึงเช่นกัน
ส่วนซูลิ่วหลางก็อยู่ดูแลซูเหลียนเฉิงที่บ้าน คอยยื่นแก้วน้ำและดูแลเล็กๆน้อยๆ
พวกเขาแบ่งงานกันทำได้อย่างชัดเจน
นางหลี่กลับมาด้วยสีหน้าที่มีความสุข หลังจากจัดการกับทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางเดินไปหาซูหวั่นที่กำลังล้างไส้หมูอยู่ที่แม่น้ำ แล้วพูดว่า“อาหวั่น ป้าทั้งสองคนตกลงแล้วนะ”
“แม่ของเจ้าไม่ใช่คนหรือไง?” นางหลี่เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ เพราะทักษะการใช้มีดของนางก็ดีเช่นกัน “ถ้ารวมแม่ด้วย ก็เหลือแค่คนเดียวเท่านั้น”
“ท่านแม่!”
ซูหวั่นรู้สึกหมดหนทาง คนท้องคนไส้อย่างนางจะเข้ามาร่วมวงทำไมกัน?
“ท่านแม่ทำไม่ได้ ท่านแม่ทำได้แค่ควบคุมงานเท่านั้น ท่านแม่ไม่สามารถทำงานหนักได้” เมื่อเห็นว่านางหลี่ไม่พอใจ ซูหวั่นก็พูดขึ้นมาว่า“หากท่านแม่มาทำงานแบบนี้ แล้วใครจะดูแลท่านพ่อล่ะคะ?”
จู่ๆสีหน้าของนางหลี่ก็สับสนขึ้นมา
นางหั่นไส้หมูในมือ พยักหน้าแล้วพูดว่า“อาหวั่น แม่รู้แล้วล่ะ แม่จะช่วยเจ้าควบคุมนะ จริงด้วยสิ พรุ่งนี้เจ้าจะไปขายอีกงั้นเหรอ”
“พรุ่งนี้ขายวันสุดท้ายค่ะ ต้องบอกลูกค้าพวกนั้นก่อน”
ซูหวั่นนึกถึงป้าๆพวกนั้น ในใจก็อบอุ่นขึ้นมาทันที“ท่านแม่ พรุ่งนี้ท่านแม่พาพวกลุงชิงไปที่สถานที่ก่อนนะคะ ปรับพื้นที่ให้สะอาด กันแดดกันฝนก็พอแล้ว”
“จริงด้วย ของที่กินเข้าไปในปากจะต้องสะอาด ไม่อย่างนั้นจะล้มป่วยเอาได้นะคะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา