“ท่านแม่ ท่านแม่ออกไปเถอะ ต่อไปเรื่องในบ้านข้าท่านแม่ไม่ต้องมายุ่ง ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่นับถือท่านแม่นะ!” ซูเหลียนเฉิงกัดฟัน สุดท้ายก็พูดออกมา
แม่เฒ่าเซี่ยงหัวเราะเยาะ นางรู้ดีว่าซูเหลียนเฉิงมีนิสัยเป็นอย่างไร
พูดจริงจังอะไรขนาดนั้น ไม่ได้ทำจริงๆสักหน่อย
“ตอนนี้เจ้ากล้าพูดแบบนี้กับข้าแล้วงั้นรึ ดูแล้วสองแม่ลูกนั่นก็คงจะใส่ยาเสน่ห์ไปไม่น้อยเลยนะ เจ้าสอง เจ้าทำให้ข้าผิดหวังมาก อย่าลืมสิ ข้าเป็นคนที่อุ้มท้องเจ้ามาถึงเก้าเดือนนะ!”
สมองของซูเหลียนเฉิงสับสนเล็กน้อย
เมื่อได้ยินแม่เฒ่าเซี่ยงพูดแบบนั้น นางตะลึงงันและถามไปว่า“ท่านแม่ก็รู้ว่า ข้าเป็นลูกที่ท่านแม่คลอดออกมาด้วยตัวเอง ตั้งแต่ขาของข้าหัก ท่านแม่ไม่เคยมาเยี่ยมข้าสักครั้ง ท่านแม่เป็นแม่จริงๆของจ้าหรือเปล่า?”
แม่เฒ่าเซี่ยงถูกต่อว่าจนรู้สึกละอายใจเล็กน้อย
จากนั้นก็ตะคอกออกมาว่า“ข้าไม่ใช่แม่ของเจ้าแล้วจะเป็นแม่ของใคร แม้ว่าข้าจะไม่มาดูเจ้า แต่ข้าก็ให้เงินอัดเจ้าไปแล้วนี่ เจ้ายังจะต้องการอะไรอีก เจ้าสอง คนเราก็ต้องมีคุณธรรมกันหน่อย โลภมากไปจะทำให้ใครเขารังเกียจเอาได้นะ!”
ซูเหลียนเฉิงเงยหน้าขึ้น และถลึงตาใส่แม่เฒ่าเซี่ยง
และหัวเราะออกมาทันที
มันเหมือนว่าเขาเพิ่งจะเจอกับแม่เฒ่าเซี่ยงครั้งแรก ดวงตาเต็มไปด้วยความแปลกแยก แม่เฒ่าเซี่ยงรู้สึกเย็นยะเยือกเมื่อถูกมอง และยืนอยู่อย่างนั้นโดยไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร
ในขณะนี้ ซูหวั่นก็ได้ถือคีมคีบไฟและเดินเข้ามา
นางพิงกรอบประตูแล้วมองไปที่แม่เฒ่าเซี่ยง“ท่านย่า ท่านย่าต้องการไส้หมูไม่ใช่เหรอ ไปช่วยข้าติดไฟหน่อยสิ มันคงไม่ใช่มารอกินแบบนี้ล่ะมั้ง?”
แม่เฒ่าเซี่ยงไม่ต้องการที่จะอยู่กับซูเหลียนเฉิงอีกต่อไป นางปัดก้นสองสามทีและเดินออกไปข้างนอก“นังเด็กบ้าคนนี้ ยังคิดให้ข้าไปจุดไฟให้อีก ฝันไปเถอะ!”
ซูหวั่นถลึงตาใส่ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยงไปหนึ่งดอก
จากนั้นนางก็มองไปยังซูเหลียนเฉิงที่กำลังนั่งบนเตียงอิฐไฟ แล้วเดินไปรินน้ำให้เขา“ท่านพ่อ ท่านพ่ออย่าคิดมากไปเลย ไม่ใช่ครั้งแรกที่ท่านย่าเป็นแบบนี้สักหน่อย”
ซูเหลียนเฉิงถือถ้วยน้ำชาในมือ
นิ้วมือสั่นระริก หัวใจของเขาเย็นชา และน้ำชาก็พลอยเย็นไปด้วยเช่นกัน
แต่มันกลับทำให้เขาดึงสติกลับมาได้นิดหน่อยแล้ว
แม่เฒ่าเซี่ยงกำลังครุ่นคิดอยู่
เป็นไปได้ไหมที่นางหลี่จะสอนนาง หรือว่าเป็นสูตรลับของตระกูลหลี่จริงๆ?
แล้วทำไมก่อนหน้านี้นางหลี่ถึงไม่ได้นำมันออกมา หรือกลัวว่านางจะขอสูตร ต้องเป็นแบบนี้แน่นอน ไม่คิดเลยว่าสะใภ้รองจะมีความคิดแบบนี้อยู่ด้วย!
ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
ซูหวั่นยุ่งอยู่กับการดูไฟและหม้อ ไม่มีเวลาที่จะสนใจแม่เฒ่าเซี่ยง เพียงพูดแค่ว่า“ข้าทำเอง ไม่มีใครสอนหรอก”
บ้าบอ!
นังเด็กบ้านี่ไม่พูดความจริง จะเป็นไปได้ยังไงที่นางจะทำขึ้นมาเอง?
จะต้องเป็นนางหลี่แน่นอนที่สอนให้นางพูดแบบนี้
แม่เฒ่าเซี่ยงหายใจเข้าลึกๆ ข่มอารมณ์โกรธเอาไว้แล้วถามว่า“งั้นเจ้าก็บอกย่ามาหน่อยสิว่า เจ้าทำยังไงบ้าง?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา