จั๋วซือหรานแต่งกายด้วยชุดสีขาวบาง คุกเข่าอยู่ที่หน้าประตูของจวนจั๋ว
นางพูดกับผู้ที่เฝ้าหน้าประตูว่า "กรุณาบอกผู้อาวุโสใหญ่ว่า จั๋วจิ่วกลับมาเพื่อขออภัยโทษแล้ว"
องครักษ์กำลังจะเข้าไปรายงาน ทว่ากลับถูกใครบางคนห้ามไว้
“ห้ามไป” เจียงซาน ซึ่งเป็นคนของบิดาจั๋วหรูซิน เขาห้ามยามที่เฝ้าหน้าประตูไว้
เจียงซานพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ว่า "คุณหนูจิ่วไม่เชื่อฟังแม้แต่ผู้อาวุโส ทั้งยังไม่สนใจชื่อเสียงของตระกูลด้วยซ้ำมิใช่หรือ ในเมื่อตอนนี้ออกเรือนแล้ว กลับมาด้วยเหตุใด"
จั๋วซือหรานเกิดมาพร้อมกับผิวพรรณเกลี้ยงเกลา คิ้วงดงามดังภาพวาด ด้วยรูปลักษณ์สตรีเช่นนี้ จึงเป็นเรื่องง่ายที่ถูกมองเป็นสตรีผู้แสนน่าสงสารและอ่อนแอ
แต่นางไม่ใช่สตรีอ่อนแอ
เห็นได้ชัดว่า นางกำลังคุกเข่าอยู่ แต่บุคลลิกของนางดูสูงส่งกว่าตอนที่นางยืนด้วยซ้ำ นางพูดอย่างเย็นชา "เจ้ามีฐานะเช่นใด เจ้ากล้าเยาะเย้ยข้าหรือ เหรือจ้าคิดว่า ข้าเป็นคนอ่อนแอที่กลั่นแกล้งง่ายเช่นนั้นหรือ"
เจียงซาน "ผู้อาวุโสไม่อยากเห็นหน้าเจ้าเลย ต่อให้เจ้าคุกเข่าที่หน้าประตูจนตายก็ไร้ประโยชน์"
จั๋วซือหรานพูดอย่างเย็นชา"เจ้าควรพิจารณาให้ดีเสียก่อนว่า ผู้อาวุโสไม่อยากพบข้าเสียจริง และเจ้าต้องแน่ใจได้ว่า ข้าจะไม่มีวันกลับมาอีก มิเช่นนั้น..."
“คุณหนูจิ่วไม่จำเป็นต้องข่มขู่ข้าหรอก เจ้าปกป้องตัวเจ้าเองยังยากเลย”
เจียงซานเยาะเย้ยด้วยเสียงต่ำ "ตระกูลจั๋วไม่ปกป้องเจ้า และตระกูลเฟิงก็เกลียดเจ้า เมื่อคุณหนูของเราแต่งงานกับท่างอ๋องเฟิงแล้ว จะไม่มีใครจำได้ว่า คุณจั๋วจิ่วเป็นผู้ใด เจ้ายังกล้าที่จะข่มขู่ข้าอยู่อีกหรือ”
เจียงซานกำลังรอนางอโกรธเคือง รอนางคำรามออกมา และรอนางกระทำความอัปลักษณ์ทุกอย่าง
แต่นางเพียงแค่เสาะยิ้ม รอยยิ้มของนางแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์เล็กน้อย นางพูดออกมาเสียงดังว่า "อ้าว ที่แท้จั๋วหรูซินอยากแต่งงานกับเฟิงเหยียนหรือ"
เจียงซานตระหนักว่า ตนเองเผลอพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา เขาตกใจไปชั่วขณะ
เดิมที่รอบข้างมีคนเฝ้าดูเรื่องน่าขันนี้อยู่แล้ว
แม้ระดับเสียงของจั๋วซือหรานไม่ดังหรือเบาเกินไป แต่เสียงนั้นสามารถทะลุทะลวงออกมาอย่างหนักแน่น โทนเสียงนั้นพอที่จะให้คนรอบข้างได้ยินคำพูดของนางอย่างชัดเจน
“ในเมื่อจั๋วหรูซินอยากแต่งงานกับท่านอ๋องเฟิง ให้นางอธิบายให้ชัดเจนสิ ผู้อาวุโสอาจให้นางสมปรารถนาก็ได้ ทำไมนางถึงใจร้ายกับข้าขนาดนี้กันนะ ใจร้ายเสียจนต้องใช้หนอนพิษกู่ดินแดนทางใต้”
“เมื่อวานนี้ หลายคนเห็นภาพที่ท่านอ๋องเฟิงกำจัดหนอนพิษกู่ให้ข้าแล้ว คนใช้ของข้าก็สารภาพมาว่า นางได้สินบนจากจั๋วหรูซิน”
จั๋วซือหรานเอาคิ้วลง นางมีสีหน้าที่ซีดเผือกเนื่องจากนางมีอาการป่วย
“ข้าถูกหนอนพิษกู่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บภายใน และยังไม่หายดี ข้าตื่นขึ้นมาก็รีบกลับมาเพื่อขออภัยโทษ นางกลับสั่งเจ้าห้ามข้าไว้ที่นี่ ไม่ให้ยามเข้าไปรายงาน เราเป็นพี่น้องกัน พี่ลิ่วทำมากเกินไปหรือเปล่า"
เจียงซานโกรธหุนหันพันแล่น รอบจวนของตระกูลจั๋วเป็นเรือนของขุนนางใหญ่ และคนส่วนใหญ่ที่ยืนดูเรื่องน่าขันนั้นนั้นต่างเป็นผู้ที่มาจากตระกูลใหญ่
ตราบใดที่คำพูดของจั๋วซือหรานในประเดี๋ยวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ในสังคมของผู้คนชนชั้นสูงของเมืองหลวง คุณหนูของเขาสูญเสียชื่อเสียงอย่างแน่นอน
เจียงซานรีบกล่าวมา "เจ้ากำลังพูดถึงเรื่องไร้สาระอะไรอยู่"
ทันใดนั้นท้องฟ้าที่มีเมฆจำนวนอย่างมากมีน้ำฝนตกลงมาอย่างกะทันหัน
น้ำฝนที่เย็นฉ่ำทำให้หญิงสาวเปียกโชกไปทั้งตัว นางตัวสั่นแทบจำเป็นลม
ในที่สุดนางไอเบา ๆ เลือดสดที่นางไอออกเปื้อนเสื้อผ้าสีขาวของนาง และสีโลหิตนั้นกลายเป็นสีแดงที่ทำให้คนสะเทือนใจอย่างมาก
จั๋วหรูซินรีบกลับไปที่จวน เมื่อนางกลับถึงจวน นางได้ยินเสียงกระซิบจากผู้เห็นเหตุการณ์รอบข้าง
“ตายแล้ว คุณหนูลิ่วใจร้ายเสียจริง อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ คนยังบาดเจ็บอยู่ ยังคุกเข่าอยู่ที่นี่ แถมตัวยังถูกน้ำฝนเปียกโชกอีก แต่คนรับใช้ของคุณหนูลิ่วยังห้ามยามเฝ้าประตูไปรายงานอีก คนที่มีบิดาคุมครองไม่เหมือนกันเสียจริง"
“เจ้าพูดถูกนะ ต่อให้จั๋วจิ่วจะมีความสามารถเก่งแค่ไหน เด็กที่ไม่มีพ่อก็จะถูกรังแกได้ง่าย ๆ”
เมื่อจั๋วหรูซินได้ยินคำพูดของผู้คน นางโกรธอย่างมาก แต่นางทำได้เพียงอดไว้เท่านั้น
นางรีบวิ่งไปช่วยพยุงจั๋วซือหราน "เสี่ยวจิ่ว เสี่ยวจิ่ว เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม อย่าทำให้พี่ลิ่วตกใจสิ พี่ลิ่วจะพาเจ้าเข้าไปเดี๋ยวนี้ พี่จะช่วยพูด เให้ผู้อายุโสยกโทษให้เจ้า"
“พอเหอะ” มีผู้หนึ่งห้ามนางไว้
ผู้อาวุโสใหญ่ จั๋วหลาน เดินเข้ามา เขามองไปที่จั๋วซือหราน และพูดโดยไม่โศกเศร้าหรือดีใจว่า "เจ้ายังรู้กลับมาอีกหรือ"
“ผู้อาวุโสใหญ่เจ้าคะ ข้ากลับมาคราวนี้เพื่อสารภาพความผิดและขอให้ท่านรักษาความยุติธรรม คราวนี้ข้าถูกคนทรยศทำร้าย และข้าเกือบถูกผู้ร้ายเหล่านั้นทำลายไปตลอดชีวิต”
จั๋วซือหรานกล่าว และนางค่อย ๆ จัดเสื้อที่เปียกชื้นขึ้น และค่อย ๆ คุกเข่าลงต่อหน้าผู้อาวุโสใหญ่
ผู้อาวุโสใหญ่จั๋วหลานมีความยุติธรรมมาโดยตลอด จั๋วซือหลานไม่ทันคุกเข่าลง เขาโบกมือแล้วพูดว่า "เจ้ามิต้องพิธีมาก แต่ผละกระทบที่ไม่ดีที่เจ้าสร้างแก่ตระกูลนั้นไม่สามารถลบล้างได้"
“ข้าเต็มใจที่จะรับการลงโทษเจ้าค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็ไปที่ห้องโถงบรรพบุรุษเพื่อรับกฎตระกูลด้วยตัวเอง เสี่ยวจิ่ว อย่าโทษข้าที่โหดร้ายเลย เพราะบ้านเมืองมีขื่อมีแปร ตระกูลก็มีกฎเกณฑ์ด้วย”
“ข้ายอมรับผิดอันดี ข้าไม่ต่อต้าน”
“ส่วนของความยุติธรรม แม้ว่าคนของเจ้าได้พาสางรับใช้มา และรายงานว่า สางรับใช้คนนั้นติดสินบนมา ข้าจะฟังคำพูดของเจ้าเพียงฝ่ายเดียวมิได้ เมื่อข้าสืบสวนและได้ความจริง ข้าจะให้ความยุติธรรมแก่เจ้า”
“ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโส” จั๋วซือหรานกล่าวคำนับ
จั๋วหรูซินอยู่ด้านข้าง นางถามด้วยเสียงต่ำ "อะไรนะ... ถึงถูกฆ่าโดยคนทรยศ คนใช้อะไรที่ติดสินบน เรื่องของเสี่ยวจิ่ว เป็นเพราะบัณฑิตฉินมีเจตนาชั่วร้ายมิใช่หรือ"
จั๋วหรูซินด่าเจียงซานในใจ นางด่าเขาช่างไม่ได้เรื่องเสียจริง เฝ้าที่หน้าประตู และห้ามจั๋วซือหรานเข้าบ้าน แล้วช่วยอะไรได้ล่ะ หลิ่วเย่ถูกปล่อยเข้าไปได้อย่างไร
“เจ้า” จั๋วหรูซินพูดด้วยความโกรธ “เจ้าหมายความว่า ข้าอยากฆ่าเจ้าหรือ เราเป็นพี่เป็นน้องกัน เป็นสมาชิกของตระกูลจั๋วด้วยกัน หากข้าทำร้านเจ้า ข้าจะได้ประโยชน์อะไร แถมหากช้าทำเชานนั้นเสียจริง กลายเป็นว่า ข้าทำลายชื่อเสียงของครอบครัวเปล่า ๆ "
จั๋วซือหรานยิ้มและพูดว่า "ใช่สิ เจ้าจะได้ประโยชน์อะไรกัน นอกเสียจากในการฝึกฝนของตระกูลที่กำลังจะมาถึง เจ้าไม่มีคู่แข่งอย่างข้า"
จั๋วซือหรานหรี่ตาลงเล็กน้อย นางโกรธเคืองอย่างมาก คำพูดของนางแทบจะถูกบีบออกมาจากช่องว่างของฟันของนาง "ข้าจะไม่มีวันลืมสิ่งที่พี่ลิ่วทำ ไม่ต้องกังวล ต่อให้ข้าจะป่วยมากแค่ไหน ต่อให้ข้าต้องคลาน ข้าก็ต้องคลานให้ถึงที่สนามการฝึกฝนของตระกูล มิฉะนั้น ก็จะเสียดายน้ำใจของเจ้า ในเมื่อเจ้าอุส่าห์วางแผนอย่างรอบครอบ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง