“ท่านเคยเดินบนเส้นทางจ้าวสูงสุดไหม?” อู๋เป่ยถาม
ฟางลี่ทำหน้าเก้อ ๆ “ทำให้นายท่านขบขันเสียแล้ว ผู้น้อยแม้พรสวรรค์พอใช้ได้ แต่ก็ไม่กล้าก้าวขึ้นสู่เส้นทางจ้าวสูงสุด คนที่จะเข้าไปในเส้นทางจ้าวสูงสุดได้ ไม่เพียงต้องมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ ยังต้องมีศรัทธาแน่วแน่หรือความมั่นใจอันเด็ดเดี่ยว สมัยก่อนผู้น้อยไม่มีใจจะไปต่อกรกับเหล่าเทียนเฉียวบนเส้นทางจ้าวสูงสุดเลย”
“เจ้าหมายถึงต้อง ‘ต่อกร’ อย่างนั้นหรือ?” อู๋เป่ยจับได้คำสำคัญ
ฟางลี่พยักหน้า พลางทอดถอนใจ “ใช่แล้ว เส้นทางจ้าวสูงสุดเต็มไปด้วยโอกาส แต่คนแย่งชิงก็มีมหาศาล ทุกครั้งที่สมบัติล้ำค่าปรากฏ ย่อมมีเหล่ายอดฝีมือมากมายกรูกันเข้าไปช่วงชิง ระหว่างนั้นย่อมเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายไม่ได้”
พอพูดถึงตรงนี้ สีหน้าของเขาก็เศร้าหมองลง “ข้าเคยมีลูกชายคนหนึ่ง พรสวรรค์ของเขาเหนือกว่าข้าหลายเท่า ข้าไม่เคยเหยียบขึ้นเส้นทางจ้าวสูงสุด จึงฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่ตัวเขา ข้าคุมเขาอย่างเข้มงวด ทุ่มเททรัพยากรทุกอย่างที่มีช่วยให้เขาเติบโต ทว่าท้ายที่สุดเขากลับไปได้แค่ด่านที่สาม แล้วถูกเทียนเฉียวเผ่าจิ้งจอกสวรรค์คนหนึ่งสังหารในด่านนั้น ปีนั้นเขาเพิ่งจะยี่สิบสองปีเท่านั้นเอง! ข้าแค้นนักว่าทำไมถึงไม่ได้เคล็ดวิชาขั้นจักรพรรดิมาให้เร็วกว่านั้น ถ้าเขาได้ฝึกศาสตร์ต้องห้ามจนกลั่นกลายสำเร็จ ป่านนี้คงไม่ต้องมาตายดับบนเส้นทางจ้าวสูงสุด!”
อู๋เป่ยก็ไม่รู้จะปลอบอย่างไรดี จึงเอ่ยว่า “อย่าได้โศกนัก อย่างน้อยเขาก็ได้พยายามแล้ว กล้าที่จะเผชิญหน้ากับอันตรายตรง ๆ เขานับว่ายอดเยี่ยมมาก”
ดวงตาของฟางลี่แดงก่ำ “ใช่ เขาแข็งแกร่งกว่าข้ามาก!”
แล้วเขาก็หันไปพูดกับอู๋เป่ย “นายท่าน ผู้น้อยไม่มีข้อเรียกร้องอื่นใด อีกหน่อยหากท่านได้เป็นจ้าวสูงสุดแล้ว ท่านพอจะชุบชีวิตลูกของผู้น้อยได้หรือไม่?”
อู๋เป่ยมองเขา “จ้าวสูงสุดทำให้คนที่ตายแล้วฟื้นได้หรือ?”
ฟางลี่พยักหน้า “จ้าวสูงสุดสามารถกำหนดวัฏสงสารได้ ขอเพียงนายท่านไปถึงขอบเขตนั้น เท่านี้ก็ช่วยให้ลูกของผู้น้อยฟื้นคืนได้แล้ว!”
อู๋เป่ียเงียบไปครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าเรื่องนี้คงไม่ง่ายเหมือนที่พูดออกมา ทว่าฟางลี่ก็รับเขาเป็นนายท่าน แถมยังมอบทรัพยากรทั้งหมดให้ เขาเองก็ไม่อาจปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยได้
“ได้ ข้ารับปาก หากวันหนึ่งข้าบรรลุเป็นจ้าวสูงสุด จะทุ่มเทสุดกำลังช่วยให้ลูกเจ้าฟื้นคืนชีพ”
ฟางลี่ซาบซึ้งใจยิ่งนัก “ขอบคุณนายท่าน!”
อู๋เป่ยว่า “ฟางลี่ เจ้าทำตัวเป็นแบบนี้อยู่เรื่อยไปก็ดูไม่เข้าท่า รีบงอกเนื้อหนังให้ครบทั้งร่างเสียที”
ฟางลี่เอ่ยว่า “นายท่าน พลังที่ทำลายร่างกายของผู้น้อยยังไม่ถูกกำจัดหมดสิ้น ดังนั้นก็เลย…”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวข้าช่วยเคลียร์ให้สะอาดเอง” อู๋เป่ยพูดจบก็ยื่นมือไปกดลงบนศีรษะนั้น
พลังของผีเสื้อปีศาจโบราณหลั่งทะลักเข้าไปโดยตรง พลังที่เหลือค้างอยู่ภายในจึงแตกสลายหายไปในชั่วพริบตา
ฟางลี่รู้สึกตัวเบาสบายขึ้นมาทันที ใจพลันปลื้มปิติ “ขอบคุณนายท่าน!”
อู๋เป่ยกล่าวต่อ “ในมือข้ามีสมุนไพรอยู่ไม่น้อย ตอนนี้จะหลอม ‘โอสถหยกแตก’ ให้เจ้าเม็ดหนึ่ง กินเม็ดนี้แล้ว ภายในสามวันเจ้าจะงอกเงื้อเนื้อหนังกลับมาเป็นร่างมนุษย์ที่สมบูรณ์ อีกทั้งร่างใหม่ยังจะเหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรมากกว่าร่างเดิมของเจ้าเสียอีก”
ดวงตาฟางลี่ส่องประกาย “ดีกว่าร่างเดิมของข้าเสียอีกหรือ?”
อู๋เป่ยพยักหน้า “โอสถเม็ดนี้ ต้องทลายก่อนแล้วค่อยสร้าง ต้องทำลายร่างเดิมให้สิ้น แล้วค่อยหล่อร่างขึ้นใหม่ ทว่าเจ้าไม่มีร่างกายอยู่แล้ว ก็เท่ากับข้ามขั้นตอนนี้ไปได้หนึ่งเปลาะ”
เห็นว่าบริเวณนี้เงียบสงบดี เขาจึงหยิบเตายาออกมา จากนั้นคัดเลือกสมุนไพรล้ำค่า เริ่มลงมือหลอมโอสถหยกแตกให้ฟางลี่
ผ่านไปสามเค่อ เตายาก็ส่งเสียงตูม! ดังลั่น สามลำแสงพุ่งพรวดออกมา แยกเป็นแสงแดง แสงม่วง และแสงน้ำเงิน อู๋เป่ยเหยียดมือคว้าจับแสงสีม่วงเอาไว้ ปล่อยให้แสงสีแดงกับสีน้ำเงินบินลับไป
ฟางลี่มองจนตาค้าง ก่อนเอ่ยถามอย่างงุนงง “นายท่าน แสงสองสายที่บินหนีไปเมื่อครู่คืออะไรหรือ?”


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดคุณหมอตาวิเศษ
เรื่องนี้ไม่มีเปิดให้อ่านฟรีประจำวันแล้วเหรอครับ *-*...
ทำไมบางตอนถึงสั้นจังครับ...
เสียตังด้วยออ...
ก็แค่นิยายก๊อปปี้เนื้อเรื่องกันไปมาทำไมต้องเสียตังอ่าน😛😛😛...
ชอบอ่านฟรีมากกว่า555...
เวปนี้เสียเงินด้วยหรือผมอ่านมาหลายเรื่องแล้วผึ่งมาเจอระยะหลังต้องเสียเงิน...
น่าจะมีหักทาง ทรูมันนี่วอเล็ตบ้างนะคับ...
ใครเคยเติมบ้างแล้วครับ เติมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง...
แล้วเติมเหรียญยังงัย...
อ่านมาเพิ่นๆหลังๆมาเสียตังซะแล้ว...