เข้าสู่ระบบผ่าน

ย่างก้าวสู่วิถีเซียน นิยาย บท 120

บทที่ 120 แผนซ้อนแผน ชีวิตของใบ้น้อย

“ฟ่านเสียวอวี่มีของชิ้นนี้ด้วย!!”

หลินอวี้เอ่ยด้วยความประหลาดใจ นางเกิดความรู้สึกอยากซื้อเล็กน้อย

เสิ่นม่านอวิ๋นก็ไม่ต่างกัน

เพราะเมื่อครู่ ฟ่านเสียวอวี่บอกว่าชุดตัวในกับชุดชั้นในที่ทำจากวัสดุยืดหยุ่นยอดเยี่ยมเข้าร้านเป็นจำนวนมาก

ไม่เพียงแต่ใส่สบายเท่านั้น สิ่งสำคัญก็คือมันช่วยเพิ่มขนาดหน้าอกด้วย!

ของล่อตาล่อใจเช่นนี้จะมีสตรีใดต้านทานได้

ภรรยาทั้งสองต่างต้องการเพิ่มขนาดหน้าอก

ถึงอย่างไร หลังจากเปรียบเทียบกับหลินหวั่นชิงเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งคู่ต่างรู้สึกถึงความด้อยกว่า

แม้สวี่หยางจะรู้สึกถึงบางอย่างในใจ แต่ก็คิดว่าการไปดูของที่ภรรยาทั้งสองชอบคงไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร

แต่ตอนนี้ร้านกำลังยุ่ง ดังนั้นจึงทำได้เพียงรอให้ผ่านช่วงเย็นไปก่อน

ในตอนเย็น สวี่หยางมาถึงที่ประตูร้านของฟ่านเสียวอวี่

ใบ้น้อยนั่งยองอยู่ที่ทางเข้าประตูในสภาพดวงตาไร้ชีวิต จนกระทั่งเงาของสวี่หยางบดบังการมองเห็นจึงทำให้นางเงยหน้าด้วยความสับสน

ทันใดนั้น ความหวาดกลัวก็ฉายผ่านดวงตาของนาง “อาบาอาบา!!”

ยามใบ้น้อยอ้าปากก็จะมองเห็นลิ้นที่อยู่ข้างใน ถึงกระนั้นนางก็ไม่สามารถส่งเสียงเป็นคำได้ นับว่าแปลกประหลาดนัก

“เถ้าแก่เนี้ยอยู่ไหนหรือ ข้าอยากดูเสื้อผ้าน่ะ” สวี่หยางถามด้วยรอยยิ้ม

“อาบาอาบา!”

ใบ้น้อยชี้ไปข้างใน ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัวขณะศีรษะสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว

สวี่หยางขมวดคิ้ว ใบ้น้อยมีอะไรอยากจะพูดงั้นหรือ?

เขาไม่ได้คิดมากก่อนจะเดินเข้าไป

“สหายเต๋าฟ่าน!”

“สหายเต๋าสวี่ เหตุใดเจ้ามาที่นี่ แล้วภรรยาของเจ้าเล่า?”

น้ำเสียงไพเราะเสนาะหูดังมาจากด้านใน

“ภรรยาข้าจัดข้าวของในร้านอยู่ หากเสร็จแล้วก็คงจะตามมา”

สวี่หยางยิ้ม “เสื้อผ้าอยู่ไหนหรือ?”

“สหายเต๋าสวี่ช่างน่าสนใจนัก ผู้ชายเช่นเจ้ามาร้านของข้าเพื่อดูเสื้อผ้าผู้หญิง มันไม่ดูไม่ดีไปหน่อยหรือ?”

สวี่หยางเอ่ยคำอย่างสงบ “เป็นอะไร ตอนข้ากลับมาในคราวนี้ ข้าบอกภรรยาแล้วว่าเจ้าสนใจในตัวข้า ซึ่งพวกนางต่างเต็มใจที่จะยอมรับเจ้าเช่นกัน”

“หา?”

ฟ่านเสียวอวี่ตกตะลึงชั่วขณะ อึดใจต่อมาก็คลี่ยิ้มบาง “งั้นก็ได้ สหายเต๋าสวี่เชิญเข้ามา”

ภายในลานบ้าน

ฟ่านเสียวอวี่เอนกายกับเก้าอี้ นางสวมกระโปรงผ้าโปร่งสีแดงผ่าข้าง เผยให้เห็นต้นขายาวขาวราวหิมะ ชวนกระตุ้นจินตนาการของผู้คนทั้งหลาย

“ชุดของสหายเต๋าฟ่านงดงามยิ่งนัก”

“คิกคิก สหายเต๋าสวี่ ขอเพียงเจ้าชอบข้า ขอเพียงเจ้าเต็มใจที่จะรับข้าเป็นภรรยาน้อย ทุกสิ่งที่เป็นของข้าก็จะเป็นของเจ้า”

ฟ่านเสียวอวี่ยิ้มขณะลอบคิดกับตัวเองว่าชายตรงหน้าผิดปกติ สวี่หยางเป็นคนจริงจังกว่านี้

ตอนอยู่บนเกาะซวงจื้อ นางเชื้อเชิญสวี่หยางไปทำเรื่องสนุกที่โรงเตี๊ยม แต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธ

ตอนนี้ดูเหมือนว่าไม่ใช่สวี่หยางไม่ชอบนาง เขาเพียงกลัวภรรยาก็เท่านั้น

ตอนนี้นางล่อลวงสวี่หยางสำเร็จแล้ว ดูท่าแผนนั้นยังไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว

สวี่หยางเดินไปมาขณะมองฟ่านเสียวอวี่ซึ่งขยิบตาและเผยรอยยิ้มยั่วยวนมากขึ้น “เจ้าพูดแบบนี้ พ่อบุญธรรมจะไม่ว่าอะไรหรือ?”

“พ่อบุญธรรมหรือ??”

ฟ่านเสียวอวี่ตกตะลึงสักพัก จากนั้นก็กลับมามีสติก่อนจะอธิบาย “แน่นอนว่าพ่อบุญธรรมจะต้องให้การสนับสนุนข้าอย่างเต็มที่”

“โห จริงหรือ เช่นนั้นเหตุใดเขาถึงไม่ออกมาพบข้าเล่า?” ใบหน้าของสวี่หยางพลันเย็นชา

ทันทีที่สิ้นคำ ใบหน้างดงามของฟ่านเสียวอวี่ก็ถอดสี “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่ามีคนอื่นอยู่ที่นี่??”

ปัง!

ประตูห้องด้านหลังถูกเปิดออก ผู้บำเพ็ญมนุษย์ในเสื้อคลุมสีม่วงมองสวี่หยางด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเสือกแทงดาบยาวเข้ามาโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

ตึง!

โล่ไม้ศิลาปกป้องร่างกายของสวี่หยางเอาไว้ ชายหนุ่มร่นถอยพลางกล่าว “ฮ่าฮ่าฮ่า สมกับเป็นฟ่านเสียวอวี่ เจ้าพาข้าไปเพื่อให้ได้พบกับคนผู้นี้สินะ”

ผู้บำเพ็ญมนุษย์ในเสื้อคลุมสีม่วงตรงหน้าคือคนที่บอกว่าจะระดมเงินทุนในการกลั่นยาสร้างรากฐานให้!!!

สองคนนี้รู้จักกันจริงด้วย

ตอนแรกสวี่หยางสงสัยว่ามีการฉ้อโกงอยู่เบื้องหลังการระดมทุนสร้างรากฐาน ตอนนี้ดูเหมือนว่าการคาดเดาของเขาจะถูกต้อง

เป็นอีกครั้งที่ความระมัดระวังช่วยเขาเอาไว้

“ปล่อยเขาไปไม่ได้!”

ฟ่านเสียวอวี่กัดฟันขณะเปิดใช้งานค่ายกลในลานบ้าน

ทว่าความรู้สึกเจ็บปวดกลับแล่นพล่านไปทั่วกาย เมื่อก้มมองก็เห็นสองรูปรากฏบริเวณช่วงท้อง พร้อมกับลำไส้และโลหิตทะลักออกมา

หัวใจของนางดิ่งวูบ “เป็นไปได้อย่างไร พ่อบุญธรรมช่วยข้าด้วย!!”

ผู้บำเพ็ญมนุษย์ในเสื้อคลุมสีม่วงมองนางอย่างเย็นชาก่อนจะโยนโอสถให้

จากนั้นเขาก็หยิบขลุ่ยหยกออกมา

ขลุ่ยหยกดำ!!!

“กะแล้วเชียวว่าเจ้าคือมือขลุ่ยชั่วร้าย”

ใบหน้าของสวี่หยางเคร่งขรึม

ตอนที่พบว่าหลินเวยซึ่งเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลหลินรู้จักกับซ่งผิง แล้วมาทราบทีหลังว่าอีกฝ่ายกำลังกลั่นยาสร้างรากฐานเพื่อใครบางคน เขาก็สงสัยอยู่แล้วว่าคนผู้นี้น่าจะเป็นมือขลุ่ยคนนั้น

เพราะหลินเหวินผิงบอกว่าทั้งนางกับลุงใหญ่ต่างสงสัยว่ามือขลุ่ยต้องมีความข้องเกี่ยวกับผู้อาวุโสสูงสุดหลินเวยแน่

หลินเวยต้องการยืมมือของมือขลุ่ยผู้นี้สังหารหลินหวั่นชิง

ในทางกลับกัน เขาจะขอให้ซ่งผิงช่วยกลั่นยาสร้างรากฐานให้มือขลุ่ยเป็นการแลกเปลี่ยน

เมื่อมองดูตอนนี้ มันก็เป็นเช่นนั้นจริง

มือขลุ่ยขอให้ฟ่านเสียวอวี่เข้าใกล้เขาเพื่อวัตถุดิบสำหรับยาสร้างรากฐาน ซึ่งจะถูกส่งต่อให้ซ่งผิงเพื่อนำไปกลั่น

นี่คือเป้าหมายของพวกเขา

เพียงแต่อีกฝ่ายคาดไม่ถึงว่าเขาจะเปลี่ยนใจ มันทำให้มือขลุ่ยวิตกกังวล จนต้องขอให้ฟ่านเสียวอวี่มาเกลี้ยกล่อมเขา

“สวี่หยาง ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะฉลาดขนาดนี้ แต่ถึงเจ้าจะรู้ตัวตนของข้าไปก็เปล่าประโยชน์ ในค่ายกลนี้ ต่อให้เจ้ากรีดร้องจนสุดเสียง คนข้างนอกก็ไม่มีทางได้ยิน เจ้าตายแน่”

สายตาของมือขลุ่ยชั่วร้ายเย็นชาขณะยกขลุ่ยหยกดำด้วยมือทั้งสอง

เขาตัดสินใจที่จะสังหารสวี่หยาง จากนั้นไปที่ร้านของอีกฝ่ายเพื่อชิงถุงเก็บของมา ปิดท้ายด้วยการไปเกาะซวงจื้อเพื่อส่งมอบสมุนไพรให้กับซ่งผิง

สวี่หยางมองไปทางร้านก่อนจะพบร่างไร้ชีวิตของฟ่านเสียวอวี่ ร่างกายของนางไม่มีโลหิต ใบหน้าขาวซีดราวกับกระดาษ

นางไม่ทราบว่าสวี่หยางล่วงรู้แผนการของตนได้อย่างไรจนกระทั่งถึงแก่ความตาย

ทันใดนั้น เขาสังเกตเห็นว่าใบ้น้อยที่อยู่หลังประตูกำลังสั่นสะท้านขณะมองสวี่หยางด้วยความหวาดกลัว

“ใบ้น้อย บอกทุกอย่างเกี่ยวกับฟ่านเสียวอวี่มา แล้วข้าจะยอมปล่อยเจ้าไป!”

สวี่หยางเอ่ยคำ เขาสงสัยว่าใบ้น้อยคือเด็กที่ถูกฟ่านเสียวอวี่ลักพาตัวมา

สรุปก็คือฟ่านเสียวอวี่ไม่ได้ทำตัวดีต่อใบ้น้อยเลย เรื่องนี้สามารถสังเกตได้จากสายตากระสับกระส่ายของอีกฝ่าย

ใบ้น้อยมองสวี่หยางราวกับไม่เชื่อใจ แต่ในตอนนี้ หลินหวั่นชิงก้าวมาข้างหน้าแล้วกระซิบสองสามคำ

หลังจากนั้นใบ้น้อยก็ถูกหลินหวั่นชิงพาตัวไป

ผ่านไปสักพัก หลินหวั่นชิงกลับมาแล้วเล่าเรื่องใบ้น้อยให้สวี่หยางฟัง

สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือใบ้น้อยคือบุตรของตระกูลขอบเขตกลั่นลมปราณขนาดเล็ก ส่วนฟ่านเสียวอวี่เคยเป็นสาวใช้ในตระกูลนี้!

ตระกูลขนาดเล็กที่นางอยู่ทำกิจการเกี่ยวกับเครื่องนุ่งห่มเป็นหลัก พวกเขามีทักษะในการตัดเย็บเสื้อผ้าอันยอดเยี่ยม

“ฟ่านเสียวอวี่เคยเป็นสาวใช้งั้นหรือ?” สวี่หยางรู้สึกประหลาดใจ

“ถูกต้อง ใบ้น้อยคือลูกสาวอาจารย์ของฟ่านเสียวอวี่ อาจจะด้วยความเกลียดชังต่ออาจารย์ ทำให้นางลักพาตัวใบ้น้อยแล้วหลบหนีออกมา จากนั้นก็ได้พบกับมือขลุ่ยก่อนจะยอมรับอีกฝ่ายเป็นพ่อบุญธรรม แต่แท้จริงแล้วทั้งสองเป็นคู่รักกัน ในช่วงหลายปีมานี้ ฟ่านเสียวอวี่ซ่อนตัวอยู่ที่นี่โดยไม่เปิดเผยตัวตน ซึ่งแท้จริงแล้วนางคือเบี้ยของมือขลุ่ย!”

“มือขลุ่ยมอบเสื้อคลุมที่ปล้นมาให้ฟ่านเสียวอวี่ขายหาเงินให้เขา ก่อนจะเกิดเป็นวงจรอุบาทว์”

“ในตอนนั้น เจ้าบอกอะไรกับใบ้น้อย? นางดูจะเชื่อใจเจ้ามาก”

สวี่หยางถาม

“ไม่มีอะไร ข้าแค่บอกว่านางไม่ได้ทำอะไรผิดและข้าจะไม่ทำอะไรนาง”

ขณะทั้งสองกำลังสนทนา หลินซวี่จือก็เข้ามาพลางเหลือบมองสวี่หยาง

“ท่านลุงใหญ่ เขาคือสวี่หยางที่บอกเบาะแสกับข้า!”

ใบหน้างดงามของหลินหวั่นชิงกลับมาสงบขณะเอ่ยคำกับหลินซวี่จือ

“ผู้อาวุโสสาม” สวี่หยางประสานมือทักทาย

“อืม ที่นี่คนเยอะ ตามข้ามาก่อน”

หลินซวี่จือลูบเคราขณะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันหลังจากไป

สวี่หยางบอกให้ภรรยาทั้งสองปิดร้านก่อนเวลา จากนั้นจึงตามอีกฝ่ายไป

ผ่านไปสักพักก็มาถึงศาลาริมทะเล

“ท่านลุงใหญ่ ข้าเคยโดนพิษมาก่อน แล้วสวี่หยางก็เป็นคนให้การช่วยเหลือ ภายหลัง เขาไปทำให้ตระกูลหวงขุ่นเคืองที่เมืองสวีเจียฟาง เขาจึงไม่มีที่ไปจนมาลงเอยที่นี่ ซึ่งบังเอิญว่าข้าเองก็ขาดกำลังคนพอดี…”

ความจริง หลินหวั่นชิงบอกเรื่องนี้กับหลินซวี่จือแล้ว คราวนี้นางเพียงทวนซ้ำเท่านั้น

“อืม สวี่หยาง เจ้าเก่งไม่เบา ครั้งนี้เจ้าจับมือขลุ่ยได้ ทำให้หวั่นชิงสร้างความดีความชอบครั้งใหญ่กับตระกูล!”

“มันเป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว คุณหนูหลินช่วยเหลือข้าและให้ที่อยู่อาศัย น้ำใจอันยิ่งใหญ่นี้มิอาจลืมเลือน”

สวี่หยางเล่าเหตุการณ์ที่ประสบมาด้วยกัน

เนื่องจากยังไม่แข็งแกร่ง ทั้งเขากับหลินหวั่นชิงจึงเลือกที่จะปกปิดความสัมพันธ์

“ส่วนรางวัล ข้าจะให้เจ้ากับภรรยาดูแลร้านนี้โดยไม่เสียค่าเช่าเป็นเวลายี่สิบปี!”

“ขอบคุณผู้อาวุโสสาม”

เมื่อเห็นว่าหลินซวี่จือไม่คิดจะสนทนาอีก สวี่หยางจึงเป็นฝ่ายจากไป

ตอนที่กำลังจากไป หลินหวั่นชิงก็ขยิบตาให้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน