บทที่ 119 ปฏิเสธฟ่านเสียวอวี่อย่างสุภาพ
การค้นพบนี้ทำให้สวี่หยางตกตะลึง
ก่อนหน้านี้เขาทราบมาว่าตระกูลหลินไม่เป็นหนึ่งเดียวกันจนมีการต่อสู้ภายในเพื่อแย่งชิงอำนาจอย่างดุเดือด
ทั้งผู้อาวุโสใหญ่และผู้อาวุโสรองต่างขับไล่หลินหวั่นชิง
แต่เขาไม่คาดคิดว่าคนจากตระกูลเดียวกันจะอยากสังหารหลินหวั่นชิงถึงเพียงนี้
“เมื่อครู่นี้ หลินเวยกับซ่งผิงบอกว่ากำลังกลั่นยาสร้างรากฐานให้เขา เขาที่ว่าคือใคร? ซ่งผิงอยากกลั่นยาสร้างรากฐานล่วงหน้างั้นหรือ?”
“หรือว่าเขาอยากกลั่นยาสร้างรากฐานให้กับลูกชาย?”
หลังจากครุ่นคิด สวี่หยางก็ส่ายหน้า
เป็นไปไม่ได้
ตามกฎของตระกูลหลิน หากมีการกำหนดทายาทคนต่อไป ตระกูลหลินจะต้องมอบยาสร้างรากฐานหนึ่งเส้นวิถีให้
นี่คือเป้าหมายที่ทั้งสามฝ่ายกำลังต่อสู้กัน
ซ่งผิงสามารถกลั่นยาสร้างรากฐานได้ แต่คุณภาพของการกลั่นอยู่ในขั้นปานกลาง ทำให้ผู้อาวุโสใหญ่อาจดูแคลนก็เป็นได้
“แล้วยาสร้างรากฐานมีไว้เพื่อใคร?”
ทันใดนั้น สีหน้าของสวี่หยางเปลี่ยนไปก่อนจะคาดเดาถึงความเป็นไปได้
“หรือว่าเพื่อตัวเอง??”
อยู่ที่นี่นานกว่านี้ไม่ได้แล้ว
ต้องแจ้งข่าวนี้ให้หลินหวั่นชิงทราบโดยเร็วที่สุด
ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว
สวี่หยางเรียกหนูสุ่ยหลิง
ขณะอยู่ที่ท่าเรือ มันวิ่งมาหาสวี่หยางแล้วมุดเข้าไปในอ้อมแขน
คราวนี้ เขาไม่เลือกที่จะจ้างเรือ แต่ใช้เรือเหาะที่ได้รับมาจากหลินหวั่นชิงเพื่อออกจากที่นี่
…
หลังจากกลับมาที่บ้านชิงเฟิง
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือฟ่านเสียวอวี่ยังไม่กลับมา
เขาไม่ได้ถามว่าฟ่านเสียวอวี่ไปไหน แต่เลือกที่จะติดต่อหาหลินหวั่นชิงแทน นางบอกว่าคืนนี้ว่าง พร้อมบอกว่าจะมาที่เกาะหงเยี่ยเพื่อพบกับเขา
ตกเย็น
เนื่องจากหลินหวั่นชิงกำลังจะมา เสิ่นม่านอวิ๋นกับหลินอวี้จึงนำสุราและอาหารเลิศรสขึ้นโต๊ะ
ทุกร้านค้าบนท้องถนนปิดไปหมดแล้ว มีเพียงร้านของสวี่หยางเท่านั้นที่ยังคงเปิดอยู่ หลังจากรออยู่สักพัก ในที่สุดหลินหวั่นชิงก็เข้ามาในบ้าน
หลินอวี้ปิดประตูอย่างรู้งาน
“สามี”
สวี่หยางขยับจมูกเพื่อสูดดมกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์
“หวั่นชิง วันนี้เจ้าก็ตัวหอมอีกแล้ว”
สวี่หยางรู้สึกประทับใจเล็กน้อย
หลินหวั่นชิงเหลือบมองเขาแล้วเอ่ยตามความจริง “เจ้าเป็นผู้ชายของข้า เจอกันทั้งที ข้าจึงเลือกกลิ่นนี่มาเป็นพิเศษเลยละ”
“กินข้าวกันก่อนเถอะ ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอก”
เสิ่นม่านอวิ๋นรินสุราให้หลินหวั่นชิง ทั้งสี่คนใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุข
ระหว่างรับประทานอาหาร สวี่หยางเล่าเหตุการณ์ที่เจอบนเกาะซวงจื้อให้ฟัง
สิ้นคำ เขาตกรางวัลให้หนูสุ่ยหลิงที่นอนอยู่มุมหนึ่งของโต๊ะด้วยปลาเขียววิญญาณทั้งตัว
“จี๊ด จี๊ด จี๊ด!!”
เมื่อเห็นว่าเจ้าของใจดีถึงขนาดมอบปลาเขียววิญญาณให้ หนูสุ่ยหลิงแทบกระโดดตัวลอยด้วยความตื่นเต้นขณะคาบมันไปที่มุมหนึ่งแล้วเริ่มกิน
“จะว่าไป ความสัมพันธ์ระหว่างซ่งผิงกับหลินเวยถูกค้นพบได้ก็ต้องขอบคุณหนูสุ่ยหลิง”
หนูสุ่ยหลิงมีขนาดเล็กและสามารถปกปิดกลิ่นอายได้ดียิ่ง มันซ่อนอยู่ใต้ดินจนยากที่คนอื่นจะตรวจจับได้!
ดังนั้น แม้แต่คนที่มีอำนาจอย่างหลินเวยก็ยังยากที่จะตรวจจับตัวตนของหนูสุ่ยหลิงพบ
“หวั่นชิง หลังจากนี้เจ้าจะจัดการกับหลินเวยอย่างไร? เขาสมคบคิดกับคนนอกเพื่อมาทำร้ายเจ้า มันเป็นเรื่องที่ไม่อาจอภัยให้ได้” เสิ่นม่านอวิ๋นเอ่ยคำอย่างเกรี้ยวกราดทันที
หลินหวั่นชิงถอนหายใจ “ที่จริงแล้วลุงใหญ่กับข้าคาดเดากันเอาไว้แล้ว พวกข้าสงสัยว่ามือขลุ่ยชั่วร้ายเองก็มีความสัมพันธ์กับหลินเวย! เป้าหมายของมันคือการกำจัดข้าเพื่อนำยาสร้างรากฐานขั้นหนึ่งเส้นวิถีไปให้ลูกชาย!”
“ตอนนี้ยาสร้างรากฐานอยู่ในกำมือของผู้นำตระกูล หลังจากเอาชนะผู้สืบทอดอีกสองคนได้ภายในห้าปี ยานั่นจะเป็นของข้า”
สวี่หยางเอ่ยคำ “เจ้าได้คุยเรื่องนี้กับลุงใหญ่แล้วแจ้งผู้นำตระกูลหรือยัง”
“ข้าเกรงว่ากว่าผู้นำตระกูลจะเดินทางไปถึงเกาะซวงจื้อ ซ่งผิงคงจะหนีไปไกลแล้ว! ยิ่งกว่านั้น ต่อให้ซ่งผิงใช้ชีวิตอยู่บนเกาะซวงจื้อ หลินเวยก็คงทำไม่รู้ไม่เห็น ถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้อาวุโสสูงสุด หากไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด แม้แต่ผู้นำตระกูลก็ทำอะไรไม่ได้”
หลินหวั่นชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงซับซ้อน
“หมายความว่าพวกเราตั้งรับได้อย่างเดียวหรือ?”
เสิ่นม่านอวิ๋นตบโต๊ะอย่างเกรี้ยวกราด
“เอาเถอะ หลังจากกลับไปพรุ่งนี้ ข้าจะไปคุยกับลุงใหญ่ให้ก่อน ส่วนสามี เจ้าต้องไม่ไปเกาะซวงจื้ออีก มีคนในตระกูลเริ่มระแคะระคายความสัมพันธ์ของเราแล้ว หากผู้อาวุโสใหญ่คิดว่าเจ้าอยู่ข้างข้า เขาอาจจะหันมาเล่นงานก็ได้”
หลินหวั่นชิงเตือน
“อื้ม ข้าจะระวัง”
หลังจากดื่มไปสามรอบ ภรรยาทั้งสามก็เมามายเล็กน้อย
ก่อนจะมีเวลาเก็บกวาดอาหาร เสิ่นม่านอวิ๋นก็เป็นฝ่ายคร่อมตักสวี่หยาง
“สหายเต๋าสวี่ แม้ตอนนี้จะมีหวั่นชิงแล้ว แต่เจ้ายังไม่ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การต่อสู้กับข้าและพี่อวี้เอ๋อร์มาพักใหญ่แล้วนะ”
ลมหายใจของเสิ่นม่านอวิ๋นประหนึ่งกล้วยไม้ขณะกลิ่นหอมจางของสุราแผ่ซ่านออกมา
สิ้นคำ นางก็สวมกอดสวี่หยาง
“ไม่ต้องทำความสะอาดแล้ว เข้าไปข้างในก่อนเถอะ”
สวี่หยางสะบัดมือขณะดึงเสิ่นม่านอวิ๋นเข้าไปในห้อง
หลินอวี้รู้สึกตื้อชาขณะรีบกล่าว “พวกเจ้าเข้าไปก่อน ข้าจะไปล้างจาน… ไอ้หยา…”
ก่อนจะทันเอ่ยคำจบ สวี่หยางก็ดึงนางเข้าไปในห้องเช่นกัน
หลินหวั่นชิงยิ้มขณะตามเข้าไปในห้อง
ไม่ช้าก็มีเสียงครวญครางดังขึ้นภายในห้อง
…
ในตอนเช้า หลินหวั่นชิงจากไปก่อนจะถึงรุ่งสาง
สวี่หยางเปิดประตูขณะลมอุ่นพัดเข้ามาในบ้าน ทำให้อากาศสดชื่นประหนึ่งสายลมวสันต์
สวี่หยางเหลือบมองฝั่งตรงข้ามถนนก่อนจะพบว่าร้านของฟ่านเสียวอวี่เปิดแล้ว
ใบ้น้อยนั่งอยู่ที่ประตูเพียงลำพังขณะจับคางและจ้องมองถนนอย่างเหม่อลอย
ราวกับเห็นว่าสวี่หยางกำลังมองมา สาวน้อยก็พึมพำก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน
“ใบ้น้อย”
หลังจากนั้นก็ผ่านไปอีกหลายวัน
สวี่หยางได้รับจดหมายสามฉบับ
มันถูกส่งมาจากสำนักชิงหยาง
เขาเปิดจดหมายฉบับแรกซึ่งมาจากหวงเสี่ยวเหมย
นางบอกว่าเพิ่งกลับจากดินแดนลับและได้ผลประโยชน์มากมาย ตอนนี้ตนเองกำลังฝึกฝนระดับเก้า ถึงกระนั้นก็ยังไม่สัมผัสถึงคอขวด
ทว่านางยังคงวางแผนที่จะเตรียมสมุนไพรสร้างรากฐานเอาไว้ล่วงหน้า อีกฝ่ายคร่ำครวญผ่านจดหมายว่าของเหล่านี้ค่อนข้างแพงจนพึ่งพาได้เพียงตัวเอง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากลำบากนัก
ในช่วงเวลานี้ นางอาจจะไปเมืองเป่ยไห่เพื่อหาซื้อสมุนไพรวิญญาณ
ในจดหมายยังบอกอีกว่านางได้รับของดีมาจากดินแดนลับ ซึ่งจะเอามามอบให้ด้วยตัวเอง แทนคำขอบคุณ
…
“สมกับเป็นสำนักใหญ่ พวกเขาปล่อยให้ศิษย์เข้าดินแดนลับเพื่อฝึกฝนอยู่เสมอ”
สวี่หยางรู้สึกอิจฉา
ดินแดนลับเหล่านี้คือถ้ำที่บรรพชนรุ่นก่อนหลงเหลือเอาไว้ แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ผลประโยชน์ที่ได้ก็มหาศาล
จากนั้น เขาดูจดหมายฉบับที่สองซึ่งมาจากหวังสวี่เฉียง
เขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหวังสวี่เฉียง มิตรภาพเดียวที่มีร่วมกันก็คือหนี้บุญคุณ ถึงอย่างไรตนเองก็มอบความดีความชอบในการสังหารปราชญ์หน้าหยกให้กับอีกฝ่าย
หวังสวี่เฉียงได้รับรางวัลจากสำนักจนได้ผลประโยชน์มหาศาล
หวังสวี่เฉียงเป็นคนค่อนข้างตรงไปตรงมา ในเมื่อสวี่หยางมอบความดีความชอบดังกล่าวให้ เขาย่อมไม่เนรคุณ
เขาทราบผ่านจดหมายว่าอีกฝ่ายอยู่ที่นี่ ดังนั้นตนเองจึงวางแผนจะมาเยี่ยมเยียนพร้อมกับใช้โอกาสดังกล่าวเพื่อซื้อของไปในตัว
นอกจากนี้เขายังให้ค่ากับสวี่หยาง ที่แม้จะเป็นผู้บำเพ็ญธรรมดาแต่กลับสามารถประสบความสำเร็จมากมายและมีภรรยาที่เก่งกาจ แสดงว่าอีกฝ่ายต้องมีหนทางบางอย่างเป็นแน่
บุคคลเช่นนี้คู่ควรกับมิตรภาพอันลึกซึ้ง
ดังนั้นในจดหมาย หวังสวี่เฉียงจึงกล่าวอย่างสุภาพว่าเขาจะมาเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดร้านใหม่ ทั้งยังมีการพูดติดตลกว่าถึงตอนนั้นก็อย่าลืมให้ส่วนลดด้วย เนื่องจากไม่นานมานี้ ตนเองต้องให้การดูแลศิษย์ในตระกูลจนฐานะการเงินไม่สู้ดีนัก
…
ในที่สุดก็เป็นจดหมายของหลินไห่ถัง
หลินไห่ถังยินดียิ่งเมื่อทราบว่าสวี่หยางปลูกหญ้าอวี๋ซิงกับหลินจือแดงได้สำเร็จ นางจึงบอกว่าจะไปหาพร้อมกับหวงเสี่ยวเหมยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
นอกจากนี้ ยังมีการฉลองการเปิดร้านใหม่ของเขาด้วย
ที่จริง สวี่หยางไม่อยากจัดงานเปิดร้านใหม่แต่อย่างใด
แต่เขาไม่คาดคิดว่าคนเหล่านี้จะมาเพื่อเฉลิมฉลองด้วย
“ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน”
ภายหลัง เขาเขียนตอบทั้งสามทีละฉบับ โดยบอกว่าพวกเขาสามารถมาพร้อมกันได้
หลังกลับมาจากการส่งจดหมาย สวี่หยางก็ได้รับการติดต่อจากฟ่านเสียวอวี่
“สหายเต๋าสวี่ เสื้อผ้าชุดใหม่เพิ่งเข้าร้านพอดี ให้อวี้เอ๋อร์กับอวิ๋นเอ๋อร์มาดูได้”
อวี้เอ๋อร์กับเสิ่นม่านอวิ๋นก็ได้รับการติดต่อเช่นกัน
“ไม่เป็นไร เสื้อผ้าที่ซื้อมาคราวที่แล้วยังไม่มีเวลาใส่เลย”
เสิ่นม่านอวิ๋นกับอวี้เอ๋อร์ปฏิเสธพร้อมกัน
ไม่ใช่เพราะกังวลอะไร เพียงแต่พวกตนเองอยากประหยัดเงินเท่านั้น
แต่ประโยคต่อมาทำให้สตรีทั้งสองไม่อาจสงบลงได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน