เข้าสู่ระบบผ่าน

ย่างก้าวสู่วิถีเซียน นิยาย บท 118

บทที่ 118 นอนกับเจ้าก็ใช่เป็นไปไม่ได้

“สหายเต๋าสวี่ ข้าจะไปขอคำแนะนำ รอเดี๋ยวนะ”

ฟ่านเสียวอวี่ก้าวเข้าไป แล้วผู้บำเพ็ญไร้สังกัดทั้งสองก็หันมองพวกเขาโดยไม่พูดจา

ทันทีที่ฟ่านเสียวอวี่เข้าไป สวี่หยางก็ใช้จิตเทวะตรวจสอบ

น่าเสียดายที่ค่ายกลที่นี่หาธรรมดาไม่ ทันทีที่จิตเทวะของเขาเข้าไป มันก็เหมือนจมหายลงทะเล ไร้ปฏิกิริยาใด ๆ

สวี่หยางต้องรอ

ขณะเดียวกัน จิตเทวะของเขาก็ออกตรวจสอบทิศทางอื่น ๆ หากมีเหตุผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว เขาก็จะออกจากที่นี่ หนีเข้าตลาด เปลี่ยนรูปลักษณ์ให้ผู้อื่นจำไม่ได้

ครู่ต่อมา ฟ่านเสียวอวี่ก็กลับออกมา

สวี่หยางสังเกตเห็นฟ่านเสียวอวี่คลับคล้ายอารมณ์ดี จึงทราบได้ว่าน่าจะเป็นข่าวดี

จริงเช่นนั้น ฟ่านเสียวอวี่มาอธิบายว่า “เราโชคดี จากคำอธิบายของนักปรุงยาเฒ่า พอดีมีสหายเต๋าอีกคนที่จะทำยาสร้างรากฐาน เราสามคนจึงร่วมมือกันได้”

สวี่หยางกล่าว “แต่วัตถุดิบทำยามีพอหรือ?”

“สหายเต๋าท่านนั้นให้รายชื่อวัตถุดิบมาแล้ว สหายเต๋าสวี่ดูสิ”

สวี่หยางกวาดตามองผ่าน ๆ และพบว่าอีกฝ่ายรวบรวมวัตถุดิบมาแล้วเจ็ดส่วน

หลายรายชื่อเป็นสมุนไพรวิญญาณอันมีมูลค่าสูงยิ่ง

“เมื่อรวมกับของข้า ก็ได้เป็นเก้าส่วนแล้ว มีเจ้าอยู่ก็น่าจะครบ ถึงเวลาเราสามคนก็ระดมทุนกันได้”

สวี่หยางกล่าว

การทำยาสร้างรากฐานหนึ่งครั้งให้ได้ยาสร้างรากฐานสองเม็ดนั้นยังมีโอกาสมากพอสมควร แต่ยาสร้างรากฐานสามเม็ดในครั้งเดียวนั้นมีโอกาสริบหรี่

เมื่อเห็นความกังวลของสวี่หยาง ฟ่านเสียวอวี่ก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น “สหายเต๋าท่านนั้นบอกว่าเขาเคยสร้างรากฐานแล้วครั้งหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่ล้มเหลว ครั้งนี้เขาจึงไม่ได้จะขอยาสร้างรากฐาน หวังเพียงขายวัตถุดิบเหล่านี้ในราคาดีเท่านั้น”

สวี่หยางไม่ได้พูดอะไรมาก กล่าวเพียง “เข้าไปกันก่อนเถอะ แล้วค่อยคุยกัน”

“ได้”

ทั้งสองเดินเข้าไป

ในสวนมีผู้บำเพ็ญชุดม่วงผู้หนึ่งยืนอยู่ เขาดูมีอายุแล้ว ปราณคลุมเครือ และมีท่าทีเจ็บป่วย

สิ่งนี้สอดคล้องกับคำพูดของฟ่านเสียวอวี่ คนผู้นี้เคยสร้างรากฐานล้มเหลว ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บภายใน

“มาแล้วหรือ”

ขณะนั้น ชายชราผมขาว ร่างผอมผู้หนึ่งเดินออกมาจากห้องหลอมโอสถด้านหลัง ปราณพลังยุทธ์จากกายบ่งบอกว่าเขาเป็นผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐาน

สวี่หยางใช้จิตเทวะตรวจสอบ และพบปัญหาหนึ่งทันที

ใบหน้าของชายชราร่างผอมมีร่องรอยการใส่หน้ากาก แม้จะซ่อนเสียแนบเนียน แต่จิตเทวะของสวี่หยางก็ยังตรวจเจอ

‘อยู่ในบ้านตัวเองแต่กลับใส่หน้ากาก มีความลับที่ผู้อื่นไม่ทราบอยู่หรือ?’

สวี่หยางครุ่นคิดในใจ เดาหนึ่งความเป็นไปได้ขึ้นมา

แต่ก็ยากจะทราบจริงเท็จ

“นักปรุงยาเหอ นี่คือสหายที่จะระดมทุนหลอมโอสถกับข้า”

ฟ่านเสียวอวี่กล่าวอย่างนอบน้อม

พลังวิญญาณสายหนึ่งแผ่ออกจากร่างของนักปรุงยาเหอ ผ่านร่างของสวี่หยางไป “ในเมื่อมากันครบแล้ว เขียนรายชื่อวัตถุดิบที่นำมาให้ข้าสิ”

แล้วเขาก็ส่งกระดาษกับพู่กันมาให้

สวี่หยางรับมาและเริ่มเขียน

เขาจงใจเขียนถึงสมุนไพรวิญญาณที่ไม่มีค่ามากนัก หลังจากนั้นเขาก็ส่งคืนให้กับนักปรุงยาเหอ

“หือ?”

เมื่อเห็นรายชื่อสมุนไพรวิญญาณที่สวี่หยางนำมา เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

แม้สมุนไพรวิญญาณที่สวี่หยางเขียนไว้จะนับเป็นห้าส่วนของวัตถุดิบทำยาสร้างรากฐาน แต่พวกมันล้วนธรรมดาหาได้ง่าย

แล้วเขาก็อ่านรายชื่อของฟ่านเสียวอวี่

“ไม่ผิด ดอกเสวียนหวงและผลหลิ่วเยี่ยล้วนเป็นของระดับสอง เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างแร้นแค้น โลกเซียนแดนเหนือเรามีน้อยนัก ไม่คาดเลยว่าเจ้าจะได้มันมา”

หลังออกความเห็นสองสามคำ เขาก็อ่านรายชื่อสมุนไพรจากผู้บำเพ็ญชุดม่วง “อื้อ วัตถุดิบเตรียมมาเยอะดีมาก แต่น่าเสียดายที่วัตถุดิบของพวกเจ้าทั้งสามรวมกันได้แค่ราว ๆ แปดส่วนครึ่ง ไม่อาจทำยาสร้างรากฐานได้”

เมื่อได้รับผลลัพธ์นี้ ฟ่านเสียวอวี่และชายชุดม่วงดูประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองสวี่หยางเป็นตาเดียว

สวี่หยางไหวไหล่อย่างจนใจ “สมุนไพรหลักมันหายากนี่นา”

นักปรุงยาเหอยิ้มบาง “ไม่เป็นไรหรอก พอดีข้ามีสมุนไพรส่วนที่ขาดไป”

ฟ่านเสียวอวี่และผู้บำเพ็ญชุดม่วงปรีดาขึ้นมาทันที

สวี่หยางขมวดคิ้ว หนนี้ที่เขามา หลัก ๆ ก็เพื่อทำความรู้จักนักปรุงยาผู้นี้ ไม่ได้อยากระดมทุนด้วยจริง ๆ

ยามนี้เขาคิดหาวิธีปฏิเสธอย่างสุภาพแล้ว

“สหายเต๋าทั้งสามท่าน วัตถุดิบทำยาก็นำมาแล้ว ดังนั้นกล่าวถึงกฎเกณฑ์ก่อนแล้วกัน ตาเฒ่าผู้นี้จะทำยาสร้างรากฐานทุกปี ตามปกติแล้ว ตาเฒ่าผู้นี้ประกันได้ว่าจะได้ยาสร้างรากฐานอย่างน้อยหนึ่งเม็ด! ส่วนโอกาสผิดพลาดนั้นแทบไม่เคย”

“นานทีปีหน หากโชคดีชะตาส่ง ก็มีโอกาสได้ยาสร้างรากฐานสองเม็ดในคราวเดียว โอกาสมีราวสี่ห้าส่วน ส่วนการได้ยาสร้างรากฐานสามเม็ดในคราวเดียวนั้นก็ยังมีโอกาส แต่เพียงราว ๆ ส่วนเดียวเท่านั้น”

นักปรุงยาเหอกล่าวถึงสัจธรรมอันโหดร้ายออกมาตรง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุแตกหักกัน

“แน่นอน หากโชคร้าย ไม่ได้ยาสร้างรากฐานเลยสักเม็ด ข้าก็ต้องขออภัยด้วย และประกันได้เพียงจะไม่คิดราคาใด ๆ จากพวกเจ้า”

ฟ่านเสียวอวี่รีบร้อนกล่าว “นักปรุงยาเหอวางใจเถิด เรื่องเช่นนี้เราเข้าใจ”

“ไม่ผิด หากเกิดอุบัติเหตุใด ข้าจะไม่เอาความแน่นอน” ชายชุดม่วงกล่าวด้วยสีหน้าเยือกเย็น

ในฐานะผู้บำเพ็ญไร้สังกัด การหานักปรุงยาที่สามารถทำยาเลื่อนขอบเขตได้นั้นไม่ง่ายเลย นักปรุงยาที่เชื่อใจได้ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่

“เอาละ ข้าพูดไปหมดแล้ว ยามนี้ถึงคราวพวกเจ้าตกลงแบ่งกันเองแล้ว”

นักปรุงยาเหอหันไปกล่าวกับสวี่หยางยิ้ม ๆ

ฟ่านเสียวอวี่และชายชุดม่วงเดินมารวมกับสวี่หยาง

ทั้งสามพินิจรายชื่อวัตถุดิบ

ฝั่งฟ่านเสียวอวี่เตรียมวัตถุดิบมาเยอะที่สุด รองลงมาคือชายชุดม่วง และสวี่หยางให้วัตถุดิบน้อยที่สุด

“เช่นนั้นข้าพูดก่อนเลยนะ” ฟ่านเสียวอวี่กวาดสายตามองคนทั้งสอง “ข้านำวัตถุดิบมาเยอะที่สุด มีสิทธิ์เลือกก่อน! ขณะเดียวกัน ข้าก็มีเงินจ่ายค่าวัตถุดิบส่วนที่นักปรุงยาเหอจะเสริมให้ และรับซื้อสมุนไพรส่วนของพวกเจ้าด้วยราคาสูงกว่าท้องตลาดสามส่วนได้”

“ได้” ชายชุดม่วงพยักหน้า ก่อนจะหันไปกล่าวกับสวี่หยาง “หากมียาสร้างรากฐานเม็ดที่สอง เจ้าก็รับไปได้ หรือจะขายวัตถุดิบในราคาสูงกว่าตลาดสามส่วนก็ได้”

“วิธีการเช่นนี้นับว่าไม่เลว ข้าไม่มีปัญหา”

สวี่หยางไม่ได้สนใจ

ไม่ว่าอย่างไร ยามนี้ตอบตกลงไปก็ไม่ใช่ปัญหา

แต่สวี่หยางรู้สึกเสมอว่าไม่อาจเชื่อถือนัก

อย่างชายชุดม่วง

อีกฝ่ายเตรียมวัตถุดิบมามากมาย แต่กลับพูดด้วยแสนง่าย มอบโอกาสรับยาสร้างรากฐานเม็ดที่สองให้แก่เขา!

หากเป็นคนอื่น คงคิดว่าเจอคนโง่เข้าแล้วและเอาเปรียบฉวยโอกาสเป็นแน่

แต่ในสายตาสวี่หยาง เรื่องนี้อาจซ่อนความเสี่ยง

จากนั้นก็เป็นช่วงเวลาแห่งการรอคอย

หนึ่งคืนผ่านไป

ไร้สิ่งใดเกิดขึ้น

ในเมื่อภายในมีค่ายกล หนูสุ่ยหลิงจึงไม่อาจเข้าไปได้ เพราะไม่เช่นนั้น ค่ายกลจะกระเพื่อมและอาจถูกพบได้

วันถัดมา

สวี่หยางเดินออกจากโรงเตี๊ยม เตรียมซื้อสมุนไพรวิญญาณเพิ่มเติม

ขณะนั้นเอง หนูสุ่ยหลิงพบว่านักปรุงยาเหอเดินออกมา

เมื่อมองดี ๆ ผู้มาก็คือบุคคลซึ่งมีปราณแข็งแกร่งในขอบเขตสร้างรากฐานระดับกลาง

คนผู้นี้สวมอาภรณ์ของตระกูลหลิน แต่เขามาเพียงลำพัง และทันทีที่มาถึง เขาก็มองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวังยิ่ง

หัวใจของสวี่หยางเต้นกระตุก

ขณะนี้ ในตระกูลหลินมีผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานระดับกลางเพียงหยิบมือ

และบนเกาะซวงจื้อนี้ ผู้อยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานระดับกลางมีเพียงคนเดียว ซึ่งก็คือผู้อาวุโสใหญ่หลินเวย

ดังนั้น สวี่หยางจึงเดาได้ทันทีว่าผู้มาคือหลินเวย

พรึ่บ!

นักปรุงยาเหอเดินออกมาและกล่าวทักยิ้ม ๆ “ผู้อาวุโสหลิน เจ้ามาแล้ว”

“ผู้อาวุโสซ่ง เรื่องทำยาสร้างรากฐานเป็นเช่นไรบ้าง?” หลินเวยเอ่ยปาก

สีหน้าของนักปรุงยาเหอแปรเปลี่ยน “ผู้อาวุโสหลิน เข้าไปหารือกันในค่ายกลเถอะ”

“ไม่ต้องกังวลหรอก ยามข้ามา ข้าตรวจสอบแล้ว ไม่มีแม้แต่วิญญาณสักดวง”

“อย่ารอวัวหายจึงล้อมคอกสิ”

“ก็ได้…”

เมื่อทั้งสองเข้าสู่ค่ายกล เสียงก็หายไปสิ้น

แต่ทั้งหมดนี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับสวี่หยาง

เขาตกตะลึงจังงัง!!

เดาไม่ผิดเลย

นักปรุงยาเหอไม่ได้แซ่เหอ แท้จริงแล้วเขาแซ่ซ่ง นักปรุงยาเฒ่าผู้มีความแค้นกับหลินหวั่นชิง ซ่งผิง!!

และซ่งผิงซึ่งอยู่ในการคุ้มครองของผู้อาวุโสใหญ่หลินเวยก็ซ่อนตัวในเกาะซวงจื้อตลอดมา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน