เข้าสู่ระบบผ่าน

ย่างก้าวสู่วิถีเซียน นิยาย บท 136

บทที่ 136 การเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่ของวิถียันต์อักขระ

เมื่อได้ยินเสียงกระตือรือร้นของเสิ่นม่านอวิ๋น สวี่หยางก็รู้สึกขบขันเล็กน้อย

“เข้าใจแล้ว”

หลังจากใช้จิตเทวะหาภรรยา เขาก็เดินไปหาเสิ่นม่านอวิ๋น

เสิ่นม่านอวิ๋นกับหลินอวี้ยืนอยู่ด้วยกัน เนื่องจากพละกำลังของเสิ่นม่านอวิ๋นไปถึงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปด นางจึงถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทำให้ไม่มีใครกล้ามาหาเรื่อง

ขณะสวี่หยางเข้ามา คนจำนวนมากก็หลีกทางให้

ด้วยเหตุนั้น สวี่หยางจึงมาอยู่ข้างพวกนางก่อนจะคว้าบั้นท้ายด้วยสองมือใหญ่

“ไอ้หยา ข้ากลัวแทบแย่”

เสิ่นม่านอวิ๋นหยิกเอวของสวี่หยางอย่างแรง

หลินอวี้ตกตะลึงเช่นกัน “สามี น่ารังเกียจเสียจริง”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า…”

เมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดของสองสาว สวี่หยางก็เอ่ยหยอกเย้าด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ “แค่ล้อเล่นเอง เป็นอย่างไรบ้าง”

“กำลังอยู่ในช่วงเตรียมการ วันนี้ปรมาจารย์หยวนเฉียวจะให้การชี้แนะด้วยตัวเอง เขาจะพูดเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม”

เสิ่นม่านอวิ๋นเอ่ยอย่างมีความสุข

ทุกคนคือผู้ฝึกวิชายันต์อักขระ ดังนั้นเสิ่นม่านอวิ๋นจึงสนใจในโอกาสครั้งนี้ยิ่งนัก

“สหายเต๋าสวี่ โปรดตั้งใจฟังให้ดี เจ้าเคยบอกว่าไม่สามารถเริ่มต้นวิถียันต์อักขระได้ใช่หรือไม่ บางทีครั้งนี้อาจเป็นโอกาสก็ได้”

สวี่หยางพยักหน้าเล็กน้อย เขาก็คิดแบบนั้นเช่นกัน

นับตั้งแต่ได้รับตำราลับเคล็ดการสร้างยันต์ที่เสิ่นม่านอวิ๋นมอบให้ สวี่หยางก็ได้ทำการเรียนรู้มาระยะหนึ่งแล้ว แต่มันกลับยากยิ่ง ทำให้จนถึงตอนนี้เขายังไม่สามารถทำให้หน้าต่างระบบส่องแสงได้

หลังจากนั้น เขาจึงไม่ใส่ใจมันมากนัก

ตอนนี้มีปรมาจารย์มาอธิบายวิถียันต์อักขระอยู่ตรงหน้าแล้ว สวี่หยางจึงคิดว่ามันคือโอกาส

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงขยี้ยันต์ขั้นต่ำระดับหนึ่ง ให้พลังป้องกันบริสุทธิ์ปกคลุมตนเองกับภรรยาทั้งสอง

การทำเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันการรบกวน

ชายชราอายุราว ๆ ห้าสิบปีกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะบริเวณแท่นสูง

เขาถือตำราที่หนากว่าพจนานุกรม ดวงตาทั้งสองปิดสนิท ทั่วร่างรวบรวมกลิ่นอาย สวี่หยางสัมผัสเพียงเล็กน้อยก็ต้องตกตะลึงที่พบว่าอีกฝ่ายไม่ต่างจากคนตาย!

อาจจะเพราะสัมผัสได้ว่าคนเบื้องล่างยังไม่พร้อม ปรมาจารย์หยวนเฉียวจึงไม่รีบร้อนเอ่ยอะไร

จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งก้านธูป ผู้คนนับร้อยในพื้นที่ก็นั่งลง หยวนเฉียวจึงลืมตาขึ้น

ปราณของขอบเขตจินตานกระจายไปทุกทิศทาง

สวี่หยางได้ประสบแล้วว่ากลิ่นอายของขอบเขตจินตานทรงพลังแค่ไหน!

ในตอนนี้เขารู้แล้วว่าตัวเองเล็กจ้อยเพียงใด อีกฝ่ายเพียงใช้ความคิดก็สามารถสังหารตนเองได้แล้ว

สวี่หยางสูดหายใจเข้าก่อนจะพบว่าสีหน้าของผู้คนรอบข้างเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมไม่ต่างกัน

“สหายเต๋าเชิญนั่งลงก่อน โปรดอย่าส่งเสียงรบกวนเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้น ข้าก็ต้องขอให้ออกไป!”

ปรมาจารย์หยวนเฉียวเอ่ยอย่างสงบ จากนั้นจึงเปิดตำราในมือ

แล้วเริ่มกล่าว

ต้องบอกว่าเขามีประสบการณ์ในวิถียันต์อักขระมากมายมหาศาล

แม้สวี่หยางจะเป็นมือใหม่ในวิถีนี้ แต่เขากลับสามารถทำความเข้าใจได้

ไม่ช้า สวี่หยางก็จมดิ่งอยู่กับการชี้แนะ

ขนาดเขายังเป็นถึงขั้นนี้ คนอย่างพวกเสิ่นม่านอวิ๋นยิ่งไม่ต้องพูดถึง พวกเขาหรี่ตาพลางฟังทักษะวิถียันต์อักขระของปรมาจารย์หยวนเฉียวบนที่นั่ง

กาลเวลาผันผ่านจากหนึ่งก้านธูปสู่ครึ่งชั่วยามโดยไม่รู้ตัว

สวี่หยางได้รับประโยชน์มากมาย

เขาพลันพบว่าเหตุผลที่ล้มเหลวก่อนหน้านี้ก็เพราะเข้าใจผิดไปคนละทิศละทาง นั่นคือสาเหตุที่ตนเองไม่สามารถทำให้หน้าต่างระบบส่องแสงได้

ตอนนี้ ตามการบรรยายของอาจารย์หยวนเฉียว สวี่หยางได้ค้นพบเส้นทางใหม่ที่ทำให้เกิดความรู้แจ้ง

“ข้าเข้าใจแล้ว”

สวี่หยางเข้าใจ

เขาเปิดหน้าต่างระบบ

นึกแล้วเชียว

มีไอคอนทักษะวิถียันต์อักขระที่ปรากฏบนหน้าต่างระบบ

“ส่องแสงแล้ว!!”

สวี่หยางหัวเราะด้วยความตื่นเต้นจนร่างกายสั่นสะท้าน

เสิ่นม่านอวิ๋นผู้อยู่ข้างกายสังเกตเห็นสวี่หยางกำลังสั่นสะท้านก็อดสงสัยไม่ได้ “สหายเต๋าสวี่ เกิดอะไรหรือ??”

“ไม่มีอะไร ข้าเพิ่งเข้าใจเรื่องสำคัญน่ะ”

สวี่หยางคลี่ยิ้ม

“เจ้ามีความสุขหลังจากเข้าใจเรื่องสำคัญงั้นหรือ? จะว่าไปข้าก็เข้าใจเรื่องสำคัญเหมือนกัน สมแล้วที่เป็นปรมาจารย์หยวน การชี้แนะของเขาไม่เหมือนใครจริง ๆ”

เสิ่นม่านอวิ๋นเอ่ยด้วยความตื่นเต้น

สวี่หยางเปิดหน้าต่างระบบ

[ชื่อ: สวี่หยาง]

[คะแนนพิเศษ: 3900 แต้ม]

[ขอบเขตพลัง: ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้า]

[วิชายุทธ์: เคล็ดวิชาหล่อเลี้ยงปราณพฤกษาวารีขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: ลมหายใจหล่อเลี้ยงปราณ ศาสตร์ลับแห่งการรักษา)]

[วิชายุทธ์: ดัชนีฝังเข็มขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: เคล็ดดัชนีวิถี)]

[วิชายุทธ์: เคล็ดอำพรางกลิ่นอายขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: ติดตามกลิ่นอาย)]

[เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชามังกรขับขานขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: คลื่นกระแทกจิตเทวะ)]

[วิชายุทธ์ขัดเกลากายา: ตำราหล่อเลี้ยงกายาขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: ทนทานเท่าตัว)]

[เคล็ดวิชา: เคล็ดปลูกถ่ายพินิศวิญญาณขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: ภวังค์จิต)]

[เคล็ดวิชา: เคล็ดปลูกถ่ายวิญญาณขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: เนื่องจากระดับต่ำเกินไป การกระตุ้นล้มเหลว)]

[เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาเพลิงวิภาสขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: ลูกไฟคู่)]

[เคล็ดวิชา: เคล็ดมารทมิฬอเวจีขั้นสมบูรณ์: 0/16000]

[ทักษะ: ศาสตร์ทำยันต์เบื้องต้นขั้นพื้นฐาน: 0/1000]

[พลังวิเศษ: ความเป็นอมตะ]

[ความชอบของภรรยาหลินอวี้: 100+8]

[ความชอบของภรรยาเสิ่นม่านอวิ๋น: 96]

[ความชอบของภรรยาหลินหวั่นชิง: 96]

ตอนนี้มีเพียงเคล็ดมารทมิฬอเวจีกับศาสตร์ทำยันต์เบื้องต้นเท่านั้นที่คะแนนยังไม่เต็ม

เหตุผลเรื่องนี้ย่อมเป็นเพราะคะแนนพิเศษยังไม่เพียงพอ

เขาไม่มีทางเลือกนอกจากใช้ทุนทรัพย์จำนวนมากเพื่อเติมเต็มคะแนนของเคล็ดมารทมิฬอเวจี

โชคยังดีที่ขณะเคล็ดมารทมิฬอเวจีเข้าสู่ขั้นสมบูรณ์ พละกำลังของเขาก็พัฒนาขึ้นมาก

ส่วนฟางหลินเซวียนก็คอยช่วยอยู่ด้านข้าง

ภายในห้องทำยันต์

สวี่หยางจุดธูปไม้จันทน์ภายในห้อง

ขณะกลิ่นหอมจางอบอวลไปทั่วห้อง สวี่หยางก็เริ่มสร้างยันต์อย่างจริงจังเป็นครั้งแรก!

ความพยายามในการสร้างยันต์ก่อนหน้านี้ล้วนล้มเหลว แต่ครั้งนี้เขาอยากทำให้สำเร็จในคราวเดียว

เขาหยิบพู่กันยันต์ที่เสิ่นม่านอวิ๋นใช้ขึ้นมา ตามด้วยกระดาษยันต์ ทรายสีขาด และของอื่น

ฟ่าว ฟ่าว!!

เร็วเท่าความคิด มือก็เริ่มขยับตวัดร่างยันต์บนกระดาษยันต์

ครั้งแรกที่เขาวาดยันต์ สิ่งที่ได้มีเพียงของขั้นต่ำระดับหนึ่ง

ใช้เวลาไม่นานก่อนยันต์ขั้นต่ำจะเสร็จสมบูรณ์

“อัตราการสร้างยันต์ขั้นต่ำระดับหนึ่งอยู่ที่ระดับสมบูรณ์แบบ ไม่เลว!”

สีหน้าของสวี่หยางสงบยิ่ง ปราศจากรอยยิ้ม

เพราะเขาทราบว่า ในตอนนี้ของขั้นต่ำระดับหนึ่งไม่จำเป็นอีกต่อไป

หากนำไปขายก็คงไม่ได้กำไรเท่ากับการปลูกเสาวรสด้วยซ้ำ

เพราะการปลูกเสาวรสไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามใด กำไรเน้น ๆ ต้นทุนมีเพียงเมล็ดพันธุ์เท่านั้น

ส่วนการสร้างยันต์ไม่เพียงต้องใช้เวลาเท่านั้น แต่ยังต้องใช้ของเป็นจำนวนมากอีกด้วย

ทุกคนต่างทราบดีว่าควรเลือกอะไร

ดังนั้นสิ่งเดียวที่เป็นประโยชน์สำหรับสวี่หยางคือ การสร้างยันต์ขั้นสูงระดับหนึ่งเท่านั้น!

หลังจากนั้น เขานำวัสดุที่ดีกว่าออกมา แต่ยังไม่พร้อมท้าทายตัวเองขนาดก้าวเดียวขึ้นสวรรค์ จึงเริ่มจากสร้างยันต์ง่าย ๆ ก่อน

ยันต์ขั้นกลางระดับหนึ่ง!

เมื่อยกพู่กันขึ้นอีกครั้ง เขาก็เริ่มสร้างยันต์ตามความทรงจำเมื่อครู่

เห็นได้ชัดว่าคราวนี้ยากลำบากกว่าก่อนหน้านี้นัก ขณะพู่กันร่างยันต์บนกระดาษ เส้นหมึกตรงหน้าก็คล้ายกับมีชีวิตราวอสรพิษกำลังแหวกว่ายไปมา

ในตอนนี้ ไม่เพียงเขากำลังระบายปราณวิญญาณออกมาอย่างคลุ้มคลั่งเท่านั้น แต่พลังจิตก็ถูกใช้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

การสร้างเช่นนี้ต้องใช้พลังกาย พลังวิญญาณ และพลังจิตเป็นอย่างมาก

แต่ท้ายที่สุด ยันต์ขั้นกลางระดับหนึ่งก็ถูกสร้างขึ้นมาได้สำเร็จ

ในตอนนี้ สวี่หยางผ่อนลมหายใจยาว และพบว่าเหงื่อเปียกชุ่มหน้าผาก เนื่องจากความวิตกเมื่อครู่

‘เหนื่อยเป็นบ้า!’ สวี่หยางสูดหายใจเข้าขณะคาดเดาในใจอย่างเงียบงันว่าจะสามารถสร้างยันต์ขั้นสูงระดับหนึ่งในสภาพนี้ได้หรือไม่ แต่อัตราความล้มเหลวก็คงสูงไม่น้อย!

‘ไม่ต้องรีบร้อน พักสักหน่อยดีกว่า’

สำหรับเขา มันอยู่ที่เวลาเท่านั้น

รอให้รวบรวมคะแนนพิเศษครบก่อน แล้วค่อยพัฒนาศาสตร์ทำยันต์เบื้องต้น

เมื่อศาสตร์ทำยันต์เบื้องต้นไปถึงขั้นปรมาจารย์ ถึงตอนนั้นเขาก็จะสามารถสร้างยันต์ระดับสองได้ตามต้องการ

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ดวงตาของเขาก็เผยแววคาดหวัง

ขณะพยายามสร้างยันต์ ผู้ติดตามของผู้บำเพ็ญเซียนแห่งตระกูลหวงก็มาถึงที่พักของตระกูลหลิน

ผู้นำไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหวงเหวินหลิน

คราวนี้ตระกูลหวงส่งคนมาสองกลุ่ม

กลุ่มแรกเพื่อแสดงความยินดี

ส่วนหวงเหวินหลินมาที่นี่เพื่อหารือเกี่ยวกับกิจการสัตว์อสูร

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน