เข้าสู่ระบบผ่าน

ย่างก้าวสู่วิถีเซียน นิยาย บท 135

บทที่ 135 การดูตัวกับหลินหวั่นชิง

“นึกไม่ถึงว่าหวงเหวินหลินจะมีอำนาจมากขนาดนี้”

สวี่หยางขมวดคิ้ว

หากหวงเหวินหลินมาที่นี่ อีกฝ่ายจะต้องทราบเกี่ยวกับหลินหวั่นชิงกับเขาอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นก็ไม่มีใครบอกได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

“หวงหมิ่นกับเขาเป็นพี่น้องที่สนิทกันมาก ช่วงนี้ก็อย่าทำตัวเด่นนักเล่า!” สวีจื่อรั่วเตือน

“ถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็นของตระกูลหลิน เขาจะกล้าหาเรื่องได้อย่างไร?” สวี่หยางมุ่นคิ้ว

“แต่เจ้าไม่ได้มาจากตระกูลหลิน!” สวีจื่อรั่วย้ำ “ยิ่งกว่านั้น ความแข็งแกร่งของหวงเหวินหลินในตอนนี้ก็ไม่ธรรมดา เขาอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว!!”

“เขาสร้างรากฐานแล้วหรือ”

“ได้ ข้าจะระวัง” สวี่หยางแสดงความขอบคุณขณะวางแผนในใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ไม่ว่าเรื่องไหน เขาจะมองในกรณีเลวร้ายที่สุดเอาไว้ก่อน

หากหวงเหวินหลินพบเขาและต้องการให้เขาชดใช้ด้วยชีวิต เขาควรทำอย่างไร?

‘หนีอีกหรือ??’

สีหน้าของสวี่หยางจนใจเล็กน้อย

เขาเพิ่งตั้งตัวได้ไม่นานแต่ก็ต้องหลบหนีอีกครั้ง แน่นอนว่าสวี่หยางย่อมรู้สึกไม่เต็มใจ

อีกอย่าง หากเขาจากไปในครั้งนี้ หลินหวั่นชิงจะตามไปไม่ได้อย่างแน่นอน

‘ดูท่าพวกเราจะทำได้เพียงอยู่ให้ห่างจากปัญหาเท่านั้น’

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ดวงตาของสวี่หยางก็ลึกล้ำขึ้น

พละกำลัง!!

หากเขาเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน หวงเหวินหลินจะยังกล้าสร้างปัญหาอีกหรือไม่? เขาคงไม่กล้าทำอะไรหรอกกระมัง?

หลังจากสนทนาสักพัก หลินหวั่นชิงก็ออกมา

คนกลุ่มหนึ่งรวมตัวรอบข้างขณะแสดงความยินดีกับหลินหวั่นชิง

งานเลี้ยงเริ่มขึ้นในไม่ช้า

หลังจากรับประทานอาหารใกล้เสร็จ หลินหวั่นชิงก็ส่งกระแสจิตมาหาสวี่หยางเพื่อขอให้เขาไปที่สวนหลังบ้านที่นางอยู่อาศัย

สวี่หยางคาดเดาว่างานเลี้ยงของหลินหวั่นชิงอาจจะจบลงแล้ว และนางมีบางอย่างจะพูดกับเขา

“เข้าใจแล้ว ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”

สวี่หยางวางชามกับตะเกียบขณะหันไปเอ่ยกับหลินอวี้และเสิ่นม่านอวิ๋นว่าอย่าไปไหนไกล จากนั้นจึงไปยังสถานที่ที่หลินหวั่นชิงนัดแนะ

ภายในสวนหลังบ้าน

ที่นี่ปลูกดอกไม้สีชมพูแปลกประหลาดไว้

เกสรมีขนาดใหญ่มากจนฝ่ามือไม่สามารถปกปิดได้

ทั่วทั้งสวนส่งกลิ่นหอมที่สวี่หยางไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน

“หวั่นชิง เหตุใดเจ้าถึงให้ข้ามาที่นี่ เจ้าบอกข้าผ่านยันต์สื่อสารไม่ได้หรือ?”

สวี่หยางสัมผัสรอบข้าง

เขาเข้ามาหลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอื่นอยู่ที่นี่

กระนั้นเขาก็ยังกังวลว่าหากมีใครเห็นตนเองมาที่นี่ มันจะกลายเป็นปัญหาเอาได้

สิ้นคำ สวี่หยางก็สังเกตเห็นว่าหลินหวั่นชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายของนางสั่นไหวราวกับมีเรื่องร้อนรน

หลินหวั่นชิงเอ่ยอย่างกังวล “เรื่องนี้สำคัญมาก เมื่อครู่ผู้บำเพ็ญเซียนแห่งตระกูลหวงมาที่นี่ ผู้นำกลุ่มในครั้งนี้คือผู้อาวุโสของตระกูลหวง เขาถามข้าเกี่ยวกับเจ้า และมั่นใจมากว่าเจ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของหวงหมิ่น!!”

สวี่หยางเอ่ย “เจ้าตอบไปว่าอย่างไร?”

“ข้าปฏิเสธไปโดยบอกว่าไม่มีมูลความจริง อาศัยเพียงการคาดเดาของหวงเหวินหลินอย่างเดียวย่อมไม่เพียงพอ”

หลินหวั่นชิงมองสวี่หยางด้วยดวงตางามกระจ่างขณะคว้าแขนของเขาแล้วเอ่ยอย่างวิตก “แต่ถึงอย่างไรแค่นี้มันก็ไม่พอ หากพวกเขาอยากจัดการเจ้าก็อาจไปกดดันผู้นำตระกูล ถึงตอนนั้นเรื่องจะบายปลายเอาได้”

“นั่นสินะ” สวี่หยางพยักหน้า “ก่อนหน้านี้สวีจื่อรั่วมาเตือนข้าเรื่องตระกูลหวงแล้ว นางแนะนำว่าควรอยู่ให้ห่างจากปัญหาเพื่อรอให้ตระกูลหวงกลับไปก่อน”

“นี่ เอาแบบนี้ดีหรือไม่? หากต้องการอยู่ให้ห่างจากปัญหา ข้าขอแนะนำให้ไปเกาะหลิงถัง เจ้าคิดเห็นอย่างไร??”

“ข้าไม่เป็นไร”

สวี่หยางส่ายหน้า

เขามีวิธีปกปิดตัวตนมากมาย เพราะงั้นจึงไม่กลัวเกรงหวงเหวินหลินเช่นกัน

หากมีแค่หวงเหวินหลินเพียงคนเดียว เขาย่อมมีวิธีจัดการ แต่ปัญหาอยู่ที่มีตระกูลหวงคอยหนุนหลังอยู่!

ว่ากันตามตรง ตระกูลหวงมีอำนาจมากกว่าตระกูลหลินพอสมควร

“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”

หลังจากสนทนาสักพัก สวี่หยางก็เป็นฝ่ายจากไปก่อน

หลังออกจากลานบ้านไปได้ไม่นาน ปราณขอบเขตสร้างรากฐานก็ตรงเข้ามา

สวี่หยางตกตะลึง ทันทีที่จิตเทวะของเขาสัมผัสได้ อีกฝ่ายก็รับรู้ได้เช่นกัน

ปรากฏว่าผู้มาเยือนคือผู้นำตระกูล หลินอีหลุน

เขายืนเอามือไพล่หลังขณะเหลือบมองสวี่หยางด้วยสีหน้าสงบ

“หวั่นชิงอยู่ไหน?” เขาถามสวี่หยาง

ปกติแล้วหลินอีหลุนมีนิสัยเงียบขรึมอยู่แล้ว ยามตระกูลจัดงานสำคัญ เขาจะปรากฏตัวเพียงชั่วครู่ก่อนปลีกตัวออกไป

ไม่คิดเลยว่าเขาจะมาที่นี่

สวี่หยางกังวล เมื่อครู่หลินอีหลุนเห็นอะไรหรือไม่

“คุณหนูอยู่ในนั้น”

“อืม”

หลินอีหลุนไม่เอ่ยให้มากความก่อนจะจากไปทันที

สวี่หยางถอนหายใจด้วยความโล่งอก

มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ หลินหวั่นชิงเหมาะสมมากกว่าใคร

“ส่วนสวี่หยาง ตระกูลหวงกล้ารับประกันหรือไม่ว่าจะไม่ทำอะไรเขา?” หลินหวั่นชิงต้องการคำยืนยัน

“เหอะเหอะ ไม่ต้องห่วง แม้ตอนนี้พวกเราตระกูลหลินจะอ่อนแอ แต่ตระกูลหวงไม่มีทางสร้างปัญหากับสวี่หยางได้โดยง่ายหรอก คนที่อยากสร้างปัญหากับเขามีเพียงหวงเหวินหลินเท่านั้น แค่ระวังคนผู้นี้เอาไว้ก็พอแล้ว”

“เช่นนั้นก็ดี”

หลินหวั่นชิงเกิดความยินดีก่อนจะรีบแจ้งให้สวี่หยางทราบ

“ตระกูลหลินตัดสินใจสร้างความขุ่นเคืองให้หวงเหวินหลินเพื่อปกป้องข้า”

สวี่หยางเดาว่าหลินหวั่นชิงคงช่วยพูดแทนเขาไปไม่น้อย

อื้ม ตัดสินใจได้แล้ว ทำให้หลินหวั่นชิงผ่อนคลายในตอนกลางคืนดีกว่า

เมื่อรู้สึกผ่อนคลายแล้ว สวี่หยางจึงเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยง

ที่น่าแปลกก็คือตอนนี้ผู้คนส่วนใหญ่กำลังรวมตัวบริเวณแท่นสูงด้านหน้า

“หากปรมาจารย์หยวนจะทำการชี้แนะ เจ้าก็ต้องคว้าโอกาสนี้เอาไว้”

“สามปีก่อน ข้าเดินผ่านที่พักของตระกูลหยวนจนได้ฟังการชี้แนะจากเขา ข้าได้รับประโยชน์ค่อนข้างมากจนสามารถก้าวเข้าสู่วิถียันต์อักขระระดับหนึ่งได้”

“มันไม่เหมือนกัน ปรมาจารย์หยวนคือช่างทำยันต์ระดับสาม เขายืนอยู่จุดสูงสุดของโลกเซียนแดนเหนือของพวกเรา ใช่ว่าใคร ๆ ก็สามารถฟังการชี้แนะได้!”

“ตระกูลหลินสามารถเชิญปรมาจารย์หยวนมาได้ด้วย”

“เจ้าไม่รู้หรือ ปรมาจารย์หยวนกับหลินอีหลุนเป็นสหายสนิทตั้งแต่เยาว์วัย ย่อมมีสายสัมพันธ์กันอยู่บ้าง!”

ศิษย์ทางฝั่งตระกูลหลินเอ่ยอย่างภาคภูมิ

“เขาจะชี้แนะแล้ว!”

“รีบไปจองที่กันเถอะ!”

เมื่อได้ฟังคำของผู้คนรอบข้าง สวี่หยางก็ตระหนักได้ทันที

ปรมาจารย์หยวนมีชื่อเต็มว่าหยวนเฉียว

ผู้บำเพ็ญเซียนแห่งตระกูลหยวนอยู่ห่างไกลจากที่นี่ ว่ากันตามหลักแล้วพวกเขาแทบไม่มีความข้องเกี่ยวกับตระกูลหลิน ทว่าหยวนเฉียวกับหลินอีหลุนท่องยุทธภพด้วยกันตั้งแต่เยาว์วัย หลังจากนั้น พวกเขาก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันจนถึงทุกวันนี้

วันนี้ หยวนเฉียวคือบรรพชนขอบเขตจินตานของตระกูลหยวน

ถึงกระนั้น เขากับหลินอีหลุนยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ดังนั้นตอนตระกูลหลินจัดงานฉลอง หยวนเฉียวจึงพาตระกูลหยวนมาร่วมงานด้วยตัวเอง

มีข่าวลือว่าตอนผู้บำเพ็ญเซียนแห่งตระกูลหลินกำลังระส่ำระสายท่ามกลางไฟสงคราม หยวนเฉียวลอบช่วยเหลือด้วยการส่งของจำพวกยันต์กับสมุนไพรให้ ดังนั้นตระกูลหลินจึงรอดจากภยันตรายมาได้จนถึงทุกวันนี้

“ในโลกเซียน คำว่าความมั่งคั่ง สหาย กฎเกณฑ์และดินแดนล้วนเป็นคำที่ดี หลินอีหลุนยังคงปกป้องตระกูลหลินให้ปลอดภัยมาได้หลายปีเพราะมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับหยวนเฉียว”

สวี่หยางถอนหายใจ ขณะลอบคิดว่าเขาตัดสินใจถูกแล้วที่ผูกมิตรกับศิษย์ของสำนักชิงหยางไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

หลังจากผ่านไปหลายปี เมื่อพวกหวงเสี่ยวเหมยเติบใหญ่ ชีวิตของเขาก็จะดีขึ้น

ครั้นคิดถึงตรงนี้ เขาก็รู้สึกถึงบางอย่างในใจ ก่อนจะได้รับการติดต่อจากเสิ่นม่านอวิ๋น

“สามี ปรมาจารย์หยวนกำลังจะชี้แนะแล้ว ข้าได้ที่นั่งดี ๆ รีบมาเถอะ!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน