เข้าสู่ระบบผ่าน

ย่างก้าวสู่วิถีเซียน นิยาย บท 142

บทที่ 142 เก็บเกี่ยวเต็มที่

“หลินหวั่นชิง เจ้าช่างเป็นศิษย์ที่น่ารังเกียจนัก ลอบมีความสัมพันธ์กับข้ารับใช้ ช่างเป็นความอับอายต่อตระกูลหลินยิ่งนัก!”

ซ่งผิงสวมเสื้อคลุมสีขาวขณะเอามือไพล่หลัง กระบี่ซึ่งอยู่รอบข้างส่องประกายแวววาวออกมา

“เจ้าไม่ควรค่าที่จะเป็นสมาชิกของตระกูลหลิน!!”

หลินหวั่นชิงเผยสีหน้าเหยียดหยัน “เจ้าคิดว่าข้าอยากเป็นหรือ? อย่าลืมสิว่าเป็นผู้อาวุโสสูงสุดกับผู้นำตระกูลที่เชิญข้ากลับมา ข้ามีชะตาที่จะต้องเป็นผู้นำตระกูลหลินในภายภาคหน้า ส่วนเจ้ามีชะตาที่จะไม่ได้เห็นฉากนั้น เพราะวันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า”

“ฮ่าฮ่าฮ่า สาวน้อยขอบเขตกลั่นลมปราณแต่กลับกล้ามาพูดจาเหลวไหลกับข้า ผู้อาวุโสขอบเขตสร้างรากฐาน ไม่กลัวว่าปากตัวเองจะพาซวยหรือไร”

ดวงตาของซ่งผิงเบิกกว้าง เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปนขณะชี้หลินหวั่นชิง “วันนี้ ข้าจะฆ่าพวกเจ้าสองคนแล้วเอาเลือดเนื้อมาปรุงยา ฮ่าฮ่าฮ่า…”

ไม่รอช้า เขาใช้ศัสตราศักดิ์สิทธิ์โจมตีทันที

กระบี่หยุดอยู่ตรงหน้าก่อนจะแยกออกเป็นกระบี่สีขาวเก้าเล่ม

“ระวังด้วย นี่คือศัสตราศักดิ์สิทธิ์ระดับสอง กระบี่หยวนชี่ นอกจากจะทรงพลังแล้ว แต่ละเล่มยังมีพลังพิเศษเฉพาะตัว”

หลินหวั่นชิงส่งกระแสจิตตอบกลับมา

สวี่หยางสูดหายใจลึก

สมแล้วที่เป็นนักปรุงยา ไม่แปลกที่ตระกูลจะให้ค่าขนาดนี้

แต่เขายังมั่นใจว่าสามารถจัดการคนอย่างซ่งผิงได้

แม้ซ่งผิงจะบอกว่าระดับการบำเพ็ญอยู่ที่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น แต่เขาก็แก่เฒ่าแล้ว ในฐานะนักปรุงยา ย่อมมีประสบการณ์การต่อสู้ไม่มากนัก

ด้วยเหตุนี้ สวี่หยางกับหลินหวั่นชิงจึงประสานการโจมตีราวกับรู้ใจด้วยการขนาบข้างทั้งซ้ายขวา

ในบรรดากระบี่หยวนชี่ มีหกเล่มที่แยกออกมาโจมตีใส่สวี่หยางกับหลินหวั่นชิง

สวี่หยางถือร่มพันกลขณะหลบเลี่ยงพลางปัดป้องกระบี่หยวนชี่ไปพร้อมกัน

หลินหวั่นชิงก็มีฝีมือไม่แพ้กัน ผ้าหลากสีหลงเฟิ่งของนางมีความสามารถโจมตีระยะไกล ดังนั้นกระบี่หยวนชี่จึงไม่สามารถเข้าใกล้ได้

กระบี่หยวนชี่ที่เหลืออีกสามเล่มกลับมาเวียนวนรอบซ่งผิงอย่างรวดเร็ว

เมื่อเห็นว่าการโจมตีไม่ได้ผล ซ่งผิงก็ไม่รีบร้อน เขายิ้มหยันก่อนจะระเบิดปราณขอบเขตสร้างรากฐานออกมา

ปราณนี้หยุดการเคลื่อนไหวของหลินหวั่นชิงกับสวี่หยางเอาไว้ แล้วพวกเขาก็รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาบนร่าง

“ช่างอวดดีจองหองนัก คิดว่าขอบเขตกลั่นลมปราณจะจัดการขอบเขตสร้างรากฐานได้จริงหรือ!!” ซ่งผิงแค่นหัวเราะออกมา “ถึงข้าจะแก่แล้วแต่ก็หาได้ไร้ความสามารถไม่!”

สิ้นคำ เขาก็ไม่คิดเสียเวลาอีกต่อไป มือหยิบยันต์ขั้นสูงระดับหนึ่งออกมาเพื่อเตรียมจะสังหารสองคนนี้

หลินหวั่นชิงได้รับข้อความจากสวี่หยาง และรู้ว่าชักช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว

นางพลิกข้อมือก่อนยันต์ขั้นสูงระดับหนึ่งสามใบจะถูกขว้างออกไป

“แค่ของขั้นสูงระดับหนึ่ง คิดว่าจะจัดการกับขอบเขตสร้างรากฐานได้หรือ? ฮ่าฮ่าฮ่า?”

ซ่งผิงเพลิดเพลินกับการดูหนูสองตัวดิ้นรนเอาชีวิตรอด เขาแสยะยิ้มย่ามใจว่าชัยชนะได้อยู่ในมือตนแล้ว

ทันใดนั้น เขาก็เห็นว่าสวี่หยางขว้างยันต์ออกมาสองใบเช่นกัน

หนึ่งในนั้นคือขั้นสูงระดับหนึ่งซึ่งมีกลิ่นอายรุนแรงไม่ต่างกัน ในขณะที่อีกใบกลับสัมผัสอะไรไม่ได้เลยราวกับพลังอ่อนแอยิ่ง

ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่

ในความเห็นของเขา สวี่หยางคือคนของหลินหวั่นชิง ดังนั้นจึงไม่มีทางมีของดีได้มากไปกว่านี้อย่างแน่นอน

สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องระวังหลินหวั่นชิงที่อาจมีไพ่ตายพิเศษซุกซ่อนอยู่อีก

ส่วนสวี่หยางเป็นเพียงผู้บำเพ็ญธรรมดา เขาอาจจะมีลีลาบนเตียงดีเลิศจนสามารถพิชิตหลินหวั่นชิงได้ หาไม่แล้วนางคงไม่เหลียวแลแม้แต่หางตา

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงทุ่มการป้องกันไปทางหลินหวั่นชิงมากกว่า หาโอกาสทำให้หลินหวั่นชิงบาดเจ็บสาหัส ตามด้วยสังหารสวี่หยางเพื่อป้องกันไม่ให้หลบหนี

แม้จะคิดคำนวณเป็นอย่างดี แต่คาดไม่ถึงว่าเมื่อยันต์ทั้งสองที่สวี่หยางขว้างออกมาใกล้ถึงตัว ยันต์ที่คล้ายกับอ่อนแอพลันสร้างการโจมตีอันหนักหน่วงขึ้นมา

การโจมตีแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่บินที่ปกคลุมทั่วทั้งนภาพุ่งมาที่ศีรษะของซ่งผิง

“อะไรกัน ยันต์แสงทองขั้นสูงระดับสอง!! ไม่…”

หนังศีรษะของซ่งผิงตื้อชา นัยน์ตาสะท้อนภาพกระบี่บินในยันต์แสงทองกำลังแทงลงมาอย่างรวดเร็ว แต่มันสายเกินกว่าจะตอบสนองได้ทัน

ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นยันต์แสงทองที่สามารถสังหารยอดฝีมือขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายได้

เขาซึ่งอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้นจะต้านทานมันได้อย่างไร?

เสื้อคลุมละเอียดอ่อนถูกฉีกกระชากเป็นชิ้น ๆ โล่ถูกทำลายในพริบตา กระบี่แสงนับพันถาโถมเข้ามาจนทำให้ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรู

“อ๊าก…”

ซ่งผิงกรีดร้องก่อนจะล้มลงกับพื้น

หลินหวั่นชิงมองดูฉากนี้อย่างระมัดระวัง ยันต์แสงทองอีกใบในมือของนางพร้อมใช้งานทุกเมื่อ

โชคยังดีที่นางไม่สามารถสัมผัสปราณของซ่งผิงได้แล้ว

สวี่หยางใช้งานดัชนีฝังเข็มซ้ำไปที่หน้าผากของซ่งผิงอีกหลายครั้ง

จนกระทั่งร่างนั้นพรุนไม่เหลือเค้าของความเป็นมนุษย์ สวี่หยางจึงพยักหน้าให้หลินหวั่นชิง “เรียบร้อย”

“เยี่ยมไปเลย!!”

หลินหวั่นชิงมองสวี่หยางด้วยความตื่นเต้น รู้สึกถึงความปลอดภัยที่โอบล้อมกาย

จากนั้นทั้งสองคนก็ค้นศพซ่งผิง

ตาเฒ่านี่มั่งคั่งยิ่งนัก

แค่หินวิญญาณเพียงอย่างเดียวก็มีมากกว่าสามพันก้อน!!

ศัสตราศักดิ์สิทธิ์สี่ชิ้น หนึ่งในนั้นเป็นอาวุธขั้นสูงระดับหนึ่ง

ส่วนกระบี่หยวนชี่เป็นอาวุธขั้นต่ำระดับสอง เนื่องจากซ่งผิงถูกสังหารในทันที ไม่มีโอกาสได้ปัดป้อง ศัสตราศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้จึงอยู่ในสภาพสมบูรณ์

หลังจากกลับไปขัดเกลาเสียหน่อย มันก็จะเป็นของเขาโดยสมบูรณ์

“ขอแสดงความยินดีกับสหายเต๋าสวี่ที่ได้รับศัสตราศักดิ์สิทธิ์ระดับสอง กลับไปอย่าลืมเลี้ยงอาหารค่ำข้าด้วย ฮิฮิ”

หลินหวั่นชิงอารมณ์ดีจนพูดติดตลก

สวี่หยางยิ้มแล้วส่ายหน้า “ของของข้าไม่ใช่ของของเจ้าหรือ?”

“นี่ เล่มนี้คือตำราสำหรับฝึกยันต์”

หลินหวั่นชิงพบตำราลับขณะค้นถุงเก็บของของจางฉางหลิ่ง

“ศาสตร์ทำยันต์ศักดิ์สิทธิ์”

“ดูเหมือนจะเป็นตำราลับเกี่ยวกับการสร้างยันต์ของจางฉางหลิ่ง มันเต็มไปด้วยประสบการณ์ในการสร้างยันต์ของเขา”

“ดีแล้ว”

ด้วยเหตุนี้ เรือเหาะก็มุ่งหน้าสู่เมืองเป่ยไห่

ในวันนี้ ทุกคนทราบว่าหลินหวั่นชิงกับจางจ่างเฟิงออกไปขัดเกลาประสบการณ์ แต่กลับประสบกับการโจมตีครั้งใหญ่ และหวงเหวินหลินเสียชีวิตในศึกนี้!

ส่วนจางจ่างเฟิง เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและสิ้นใจภายหลัง ว่ากันว่าร่างของเขาถูกตระกูลหลินนำไปฝัง

การตายของหวงเหวินหลินกระตุ้นให้ตระกูลหวงทำการสืบสวนทันที

ในท้ายที่สุด หวงเฉียงผู้เป็นลูกชายคนโตของตระกูลหวงอาสาจะสืบหาสาเหตุการตายของน้องชายให้จงได้

ด้วยเหตุนี้ พวกพ้องของหวงเหวินหลินที่เดิมอยู่ที่นี่ต่างถูกเรียกตัวกลับไปจนหมด

เรื่องผลการสืบสวนไม่ต้องบอกก็ทราบว่าเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้

ส่วนสวี่หยางก็กลับไปที่ร้าน

หลังจากออกไปข้างนอกมาหลายวัน เขาก็ห่างหายจากการอาบน้ำร้อนมานาน

หลินอวี้จึงเข้ามาปรนนิบัติ ให้สามีได้อาบน้ำอย่างสบายใจ

อื้ม เป็นการอาบน้ำที่สบายยิ่งนัก

หลินอวี้นวดไหล่ขณะเล่าเหตุการณ์ทางฝั่งนี้ให้ฟัง

ชีวิตในเมืองค่อนข้างสงบสุข ไม่มีอะไรหวือหวา

ทว่าหลังจากหลินอวี้ทราบสิ่งที่เกิดขึ้นกับสวี่หยางและหลินหวั่นชิง นางก็รู้สึกกังวลขึ้นมา

“แม้จะอันตราย แต่ก็คุ้มค่ายิ่ง”

สวี่หยางครุ่นคิด ตอนนี้เขาครอบครองกระบี่หยวนชี่ ศัสตราศักดิ์สิทธิ์ขั้นต่ำระดับสอง พละกำลังจึงพัฒนาขึ้นมาก

เมื่อได้สูดดมกลิ่นหอมจากกายของหลินอวี้ สวี่หยางก็ชักชวนนางเข้ามาในถังน้ำเพื่อปรนนิบัติส่วนหน้าให้กับเขา

หลินอวี้มีท่าทีเขินอายขณะกลอกตามองอีกฝ่าย “ก็ได้!”

หลังแยกจากกันมานาน นางก็รู้สึกว่าทุ่งนาของตนแห้งเหือดนัก จำเป็นต้องมีสายฝนลงมาหล่อเลี้ยงเป็นการด่วน

ช่วงเวลาต่อมา น้ำในถังกระเพื่อมไปมา

เสร็จสมไปสามครั้ง

จบศึกหลินอวี้ก็ปีนขึ้นจากถังอย่างเหนื่อยล้า ใบหน้าแดงระเรื่อ

“สหายเต๋าสวี่ เจ้าร้ายกาจถึงขนาดทำให้พี่อวี้เอ๋อร์มีสภาพเช่นนี้ทันทีที่กลับมาเชียวหรือ จุ๊จุ๊จุ๊…”

เสิ่นม่านอวิ๋นเดินเข้ามา สวี่หยางสังเกตเห็นว่านางถือจดหมายไว้ในมือ

“จากหวงเสี่ยวเหมยหรือ??”

“หวานใจสมัยเด็กของเจ้านั่นแหละ ช่างมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเหลือเกิน”

สวี่หยางกลอกตา “เหตุใดคำพูดของเจ้าช่างดูชั่วร้ายนัก ม่านอวิ๋น เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าสามีก็พาเจ้าขึ้นสวรรค์ได้เหมือนกัน”

“ไม่ต้องเลย กลางวันแสก ๆ ข้ายังต้องเฝ้าร้านนะ”

หลังจากส่งจดหมายให้แล้ว เสิ่นม่านอวิ๋นก็รีบวิ่งออกไปด้วยกลัวว่าสวี่หยางจะคว้าตัวไว้ทัน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน