บทที่ 157 ศึกดุเดือดที่ทะเล เปิดเผยขอบเขตสร้างรากฐาน
“ฆ่า!!”
ตู้ม ตู้ม…
ด้านหลังลู่ต้าเถียน กลุ่มผู้บำเพ็ญขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเจ็ดถึงแปดเปิดฉากโจมตีค่ายกลเต็มกำลัง
สวี่หยางตะโกนไปทางกลุ่มผู้บำเพ็ญที่อยู่รอบข้าง “เกาะซวงจื้อถูกยึดครองไปแล้ว ผู้ชายที่อยู่ข้างในกลายเป็นทาส ส่วนผู้หญิงเป็นโสเภณี สหายเต๋าโปรดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนว่าจะสนับสนุนพวกข้าหรือยอมจำนน”
“สหายเต๋า ข้า ลู่ต้าเถียน ขอให้สัญญาว่าจะไม่ทำร้ายพวกท่าน ตอนนี้ช่วยเปิดค่ายกลก่อน นับจากนี้ไป ตระกูลลู่จะควบคุมที่นี่ ไม่ว่าก่อนหน้านี้พวกท่านจะทำอะไรก็ยังสามารถทำต่อได้ในภายภาคหน้า!!”
คำพูดของลู่ต้าเถียนทำให้จิตใจของผู้คนบางส่วนสั่นคลอน
แต่ก็มีบางคนที่ไม่เชื่อ
หลายครั้งในประวัติศาสตร์ หลังจากสิ้นสุดสงคราม สิ่งที่รอคอยชาวเมืองก็คือการเผา การฆ่า และการปล้นชิง!!
สัญญาหรือ? มันก็แค่คำพูดอันหลักลอยเท่านั้น
สวี่หยางเองก็ไม่ได้คาดหวังกับกลุ่มผู้บำเพ็ญเหล่านี้นัก
เขาไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไป จึงได้ปลดปล่อยวิชายุทธ์ทะยานจนมาถึงขอบของค่ายกล
เจ้าหนู เจ้าก็แค่ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณ แต่กลับจงรักภักดีต่อตระกูลหลิน หากเลิกขัดขืนและยอมจำนนต่อตระกูลลู่ พวกข้าจะปฏิบัติต่อเจ้าเป็นอย่างดี ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่เลือกยืนผิดฝั่ง!!”
หลังจากลู่ต้าเถียนสกัดการโจมตีของค่ายกล เขาก็ดึงมือกลับ และเอยข่มขู่สวี่หยางอย่างเย็นชา
“พี่ลู่ คนผู้นี้มีนามว่าสวี่หยาง เขาคือคนที่มีความสัมพันธ์กับหลินหวั่นชิง!!”
ลวี่ตงตะโกน
“หืม เขาคือสวี่หยางงั้นหรือ?” ลู่ต้าเถียนตกตะลึงชั่วขณะ จากนั้นก็หัวเราะเสียงดัง “น่าขัน ลูกสาวที่น่าภาคภูมิใจของตระกูลหลินตกหลุมรักเจ้า ฮ่า ๆ ๆ ๆ… ไม่สงสัยเลยว่าเจ้าถึงยอมตายดีกว่ายอมจำนน น่าขันน่าขันสิ้นดี”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานรุ่นเยาว์ผู้อยู่ข้างกายเผยรอยยิ้มก่อนจะเอ่ยคำ “พี่ลู่ ข้าคิดว่าพวกเราควรจับเป็นแล้วพาไปเมืองเป่ยไห่ หลินหวั่นชิงจะได้เห็นว่าคนรักตัวเองมีสภาพอย่างไรหลังจากถูกจับไปแล้ว”
“ความคิดดี!” ลู่ต้าเถียนพยักหน้าขณะตะโกนไปทางกลุ่มผู้บำเพ็ญบนชายฝั่ง “ใครก็ตามที่สามารถจับเป็นสวี่หยางได้ ข้าจะให้หินวิญญาณหนึ่งร้อยก้อน”
ฟ่าว!!
ทันใดนั้น ผู้บำเพ็ญสองคนที่อยู่ด้านหลังสวี่หยางก็เคลื่อนไหว
ปรากฏว่าสองคนนี้คือสมาชิกของสมาคมหู่เวย
“ท่านหัวหน้า ในเมื่อท่านปฏิเสธที่จะยอมจำนนก็อย่าโทษพวกข้าเลย พวกข้ายังอยากมีชีวิตรอด”
ผู้บำเพ็ญคนแรกอยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปด ส่วนอีกคนอยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้า
พวกเขาต่างพุ่งเข้าใส่สวี่หยางพร้อมกัน
ในความเห็นพวกเขา สวี่หยางอยู่เพียงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้า หากฉวยโอกาสตอนที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวโจมตีพร้อมกัน การจับกุมสวี่หยางจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
เมื่อสวี่หยางโดนจัดการและค่ายกลพังทลาย มันก็สายเกินกว่าที่เฉินหู่จะหลบหนีได้ ส่วนพวกเขาต่อให้ไม่ได้รับรางวัลจากตระกูลลู่ แต่อย่างน้อยก็มีหลักประกันเรื่องความปลอดภัย
สวี่หยางแค่นเสียงเย็น ดวงตาทอประกายวาวโรจน์ดุจสายฟ้า จากนั้นสะบัดนิ้วเล็กน้อยเพื่อใช้งานดัชนีฝังเข็ม
ฉึก ฉึก!!
โลหิตกระเซ็นออกจากหน้าอกของผู้บำเพ็ญทั้งสอง สิ้นใจในทันที
“หืม??”
เมื่อฝูงชนเห็นเช่นนั้น พวกเขาล้วนประหลาดใจอย่างมาก เคล็ดวิชาของสวี่หยางช่างทรงพลังนัก เขาอยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้าจริงหรือ?
ลู่ต้าเถียนสัมผัสได้เช่นกันว่ามีบางอย่างผิดปกติกับสวี่หยาง จึงเร่งการโจมตีค่ายกล
ฟ่าว!
แต่สวี่หยางกลับเรียกหุ่นเชิดไก่พ่นไฟออกมา
เดิมทีเขาเพียงซื้อหุ่นเชิดขั้นสูงระดับหนึ่งมาจากปรมาจารย์ผู้ควบคุมหุ่นเชิดในเมืองสวีเจียฟาง
เนื่องจากมันมีข้อบกพร่องและใช้พลังงานมากเกินไป สวี่หยางจึงใช้มันไม่บ่อยนัก จุดประสงค์หลักในการใช้คือเป็นไพ่ตายสำหรับระเบิดตัวเอง
ตอนนี้เมื่อต้องเผชิญกับผู้บำเพ็ญจำนวนมาก มันจึงถึงเวลาที่ต้องใช้หุ่นเชิดตัวนี้แล้ว
ทันทีที่หุ่นเชิดสูงหนึ่งจั้งปรากฏ มันก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนทันที
หุ่นเชิดทะยานออกจากค่ายกลหมายสังหารลู่ต้าเถียนที่อยู่ใกล้ที่สุด
“พี่ลู่ มันก็แค่หุ่นเชิดระดับหนึ่งเท่านั้น ข้าจัดการเอง”
ผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานรุ่นเยาว์ก้าวมาข้างหน้า ก่อนจะยกคันธนูใหญ่ขึ้นมา แต่กลับไร้ลูกธนู ทว่าหลังจากง้างสายจนตึง ลูกธนูยาวสีเขียวก็ก่อตัวขึ้นขณะเล็งไปทางหุ่นเชิด
ฟ่าว!!
สิ้นเสียงแหวกอากาศ เพียงพริบตา หุ่นเชิดไก่พ่นไฟก็ถูกทะลวงอกเป็นรูขนาดใหญ่
“ช่างเปราะบางนัก”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานรุ่นเยาว์ยิ้มหยัน
ทว่าหุ่นเชิดไก่พ่นไฟกลับไม่หยุดนิ่ง พุ่งเข้ามาอย่างไม่กลัวตาย
ผู้บำเพ็ญรุ่นเยาว์ประหลาดใจ แม้เขาจะยังหนุ่มแต่ก็มีประสบการณ์การต่อสู้ค่อนข้างมาก จึงตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ และรีบหยิบยันต์ป้องกันออกมา
ตู้ม!!
เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุไม่คาดคิด สวี่หยางควบคุมหุ่นเชิดเพื่อให้มันระเบิดตัวเอง
“เป็นไปได้อย่างไร?”
เมื่อเห็นเปลวเพลิงปกคลุมผืนฟ้า ลู่ต้าเถียนก็ไม่มีทางเลือกนอกจากทำการป้องกันอย่างเต็มที่
ผู้บำเพ็ญรุ่นเยาว์ที่อยู่ใกล้สุดถูกแรงระเบิดเข้าเต็ม ๆ ม่านอากาศป้องกันบนร่างสั่นสะเทือนก่อนจะสลายหายไป จากนั้นทั่วร่างก็ถูกเปลวเพลิงกลืนกินสิ้น
แม้กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตสร้างรากฐานสองคนยังตกอยู่ในสภาพเวทนา อีกฝ่ายที่ขอบเขตต่ำต้อยกว่ายิ่งไม่ต้องพูดถึง
ร่างของผู้บำเพ็ญทั้งสองซึ่งอยู่ใกล้กว่าเล็กน้อยถูกระเบิดเป็นชิ้นเสี่ยง เศษชิ้นเนื้อตกลงไปในน้ำ จมลงสู่ก้นทะเลกลายเป็นอาหารสำหรับสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ
“หุ่นเชิดของหมอนี่ทำลายตัวเองได้”
ลวี่ตงมีสีหน้าประหลาดใจ
เขาอยู่ไกลที่สุด จึงยังปลอดภัยดี
ปกติแล้ว เขาเคยเห็นกลไกทำลายตัวเองที่ซ่อนอยู่ในหุ่นเชิดมาก่อน แต่น้อยคนนักที่จะกล้าใช้มันด้วยตัวเอง
เพราะการระเบิดอาจส่งผลถึงตัวเองได้
อีกทั้งหุ่นเชิดนี้ยังต้องใช้พลังงานมาก หากผู้ใช้ไม่มีทุนทรัพย์มากเพียงพอก็ไม่สามารถใช้หุ่นเชิดชนิดนี้ได้
“ว้าว…”
มวลเมฆถูกแรงระเบิดพัดแตกกระเจิง ในบรรดาผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานทั้งสามคน ผู้บำเพ็ญรุ่นเยาว์มีสภาพน่าสังเวชที่สุด เสื้อคลุมของเขาขาดวิ่น หน้าอกปรากฏรูเลือด โลหิตไหลทะลักออกมา
คันธนูใหญ่ในมือถูกระเบิดตกลงไปในทะเล
เขารีบขว้างยันต์ป้องกันออกไป เรียกกระบี่ยาวที่มีพื้นผิวเรียบง่ายก็โจมตีไปทางหมอกสีดำ
เคร้ง!!
ทันทีที่กระบี่ยาวสัมผัสกับหมอกสีดำ ปราณวิญญาณก็หายไปทันที
“ได้อย่างไร?”
เขาประหลาดใจเมื่อสัมผัสได้ว่ากระบี่เสียการควบคุม จากนั้นก็พบว่าหมอกสีดำชั่วร้ายกำลังตรงเข้ามา
“หมอกสีดำนี้แปลกประหลาดมาก”
ลวี่ตงอุทาน “พี่ลู่ ช่วยด้วย!”
ลู่ต้าเถียนลอบสบถขณะหยิบกระดานค่ายกลออกมา แต่ก่อนจะทันได้ควบคุม หมอกสีดำของสวี่หยางก็ปกคลุมลวี่ตงแล้ว
“อ๊าก…”
ลวี่ตงกรีดร้อง พลังวิญญาณในร่างกายก็ลดลงอย่างรวดเร็ว
สวี่หยางรู้ว่าลวี่ตงจะต้องตายอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงหยิบยันต์ลูกไฟระดับสองออกมาโจมตีไปทางลู่ต้าเถียนทันที
มันคือยันต์ลูกไฟระดับสองใบสุดท้ายที่เขามี
การเคลื่อนไหวนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ลู่ต้าเถียนเปิดใช้งานค่ายกล
สีหน้าของลู่ต้าเถียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาไม่คาดคิดว่าสวี่หยางซึ่งเป็นเพียงผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานระดับหนึ่งจะมีอุบายมากมายขนาดนี้ ส่วนตนเองที่อยู่ขอบเขตสร้างรากฐานระดับสามกลับเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
เขาเปิดใช้งานกระดานค่ายกล แต่เพราะถูกยันต์ลูกไฟรบกวน ทำให้พลังที่แผ่ออกมาสั่นไหว จากนั้นกลุ่มควันสีดำก็ลอยออกมา กระดานค่ายกลระเบิดแหลกอย่างสมบูรณ์
“บัดซบ กระดานค่ายกลของข้า!”
เมื่อเห็นว่ากระดานค่ายกลถูกทำลาย ลู่ต้าเถียนก็สบถเสียงต่ำก่อนจะเห็นสวี่หยางวิ่งเข้ามา ปราณสีดำกลับมาโอบล้อมกายอีกฝ่าย ส่วนลวี่ตงกลายเป็นศพแห้งเหี่ยวตกลงไปในน้ำ
ตายทันที!!
“นี่มันเคล็ดแปลกประหลาดอะไรกัน??”
ลู่ต้าเถียนหวาดกลัวถึงขีดสุด
แม้สวี่หยางจะอยู่ในระดับต่ำกว่า แต่ตัวเขากลับไม่สามารถต้านทานเคล็ดวิชาทรงพลังนี้ได้ เขาไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเคล็ดนี้คืออะไร หันไปอีกทีก็เห็นเพียงศพอันน่าตกตะลึงของลวี่ตง
สวี่หยางควบคุมวิญญาณชั่วร้ายก่อนจะทำการโจมตีลู่ต้าเถียน
วิญญาณชั่วร้ายกลายเป็นใบหน้ามนุษย์แปลกประหลาดที่ดูน่าสยดสยองและพรั่นพรึง
“หมอกสีดำนี้เหมือนจะมีพิษ”
ลู่ต้าเถียนอุทานในใจขณะแตะยันต์ขั้นต่ำระดับสองซึ่งเป็นของดีที่สุดที่มีในตอนนี้
ด้วยความไม่สบายใจ เขายังคงควบคุมกระบี่เพื่อแทงใส่มันอย่างต่อเนื่อง
เมื่อกระบี่สัมผัสเข้ากับหมอกสีดำ เขารู้สึกว่าคล้ายกับมีแรงดูดมหาศาลดูดกลืนกระบี่เข้าไปทันที
กร้วม กร้วม กร้วม…
เสียงกัดเคี้ยวรุนแรงดังมาจากกระบี่ จากนั้นกระบี่ก็สูญเสียจิตวิญญาณ ไร้การรับรู้ใด ๆ อีก
“เป็นไปได้อย่างไร?”
ลู่ต้าเถียนตกตะลึงดวงตาเบิกกว้าง เหม่อมองหมอกสีดำที่เคลื่อนเข้ามา ความหวาดกลัวในใจก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน