เข้าสู่ระบบผ่าน

ย่างก้าวสู่วิถีเซียน นิยาย บท 156

บทที่ 156 ยอดฝีมือขอบเขตจินตานลงมือด้วยตัวเอง

หลังจากหลอกเพื่อนบ้านสำเร็จในที่สุด สวี่หยางก็มาถึงชายหาด

แม้รอบข้างจะมืดมิด แต่ก็มีผู้คนนับร้อยพยายามจะออกไปจากที่นี่

โชคยังดีที่เฉินหู่ซึ่งเป็นผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานเข้ามาห้ามปราม ทำให้สถานการณ์สงบลงได้

แต่ถึงอย่างนั้น คนกลุ่มนี้ก็ยังคงยืนกรานปฏิเสธที่จะจากไป

บางคนตะโกนอย่างอาจหาญ “ผู้อาวุโสเฉินหู่ ตอนนี้ศัตรูจากต่างแดนปรากฏตัวแล้ว ทั้งที่พวกข้าไม่ได้มาจากตระกูลหลิน เหตุใดถึงไม่มีสิทธิ์ออกไปเล่า??”

“นั่นสิ ผู้อาวุโสเฉินหู่ ข้าจะไปเยี่ยมญาติพี่น้อง โปรดปล่อยข้าออกไปด้วย”

“ภรรยาข้ากำลังจะคลอด ข้าต้องกลับไปดูแลนาง”

“น้องสาวข้าหายตัวไป ข้าต้องไปหานาง ศิษย์พี่เฉินหู่…”

“ศิษย์พี่เฉินหู่ เหตุใดเจ้าถึงไม่ไปด้วยเล่า ตระกูลลู่เป็นกองกำลังขอบเขตจินตาน พวกเราจะไปต่อต้านได้อย่างไร”

ตอนนี้หน้าผากของเฉินหู่เต็มไปด้วยเหงื่อ

กฎหมายไม่ต้องรับผิดชอบทุกคน!!

ไม่มีทางที่เขาจะสามารถหยุดผู้คนมากขนาดนี้ได้

เมื่อไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ดวงตาของเขาก็ทอประกายเมื่อเห็นสวี่หยางอยู่ไกล ๆ

“พี่สวี่”

สวี่หยางเหินเข้ามาอยู่ข้างกาย

“เถ้าแก่สวี่ เจ้าจะมาห้ามไม่ให้พวกข้าออกไปเหมือนกันงั้นหรือ??”

ผู้คนซึ่งอยู่ด้านล่างเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

ในอดีต ตอนสวี่หยางมีความสัมพันธ์กับหลินหวั่นชิง ทุกคนต่างไว้หน้าเขา

แต่ตอนนี้ ตระกูลหลินยังเอาตัวเองไม่รอด คนเหล่านี้จึงไม่คิดสนใจเป็นธรรมดา

“ทุกท่าน เท่าที่ข้าทราบ ตอนนี้มีโจรแสร้งทำตัวเป็นคนตระกูลลู่อยู่ด้านนอก พวกมันกำลังจับตาดูอยู่ด้านนอก ขออภัยที่ต้องกล่าวตามตรง หากพวกเจ้าออกไปจุดจบคงไม่สวยนัก”

สวี่หยางเอ่ยในสิ่งที่เพิ่งพูดออกไปซ้ำอีกครั้ง

“ต่อให้เป็นอย่างนั้น แต่จะให้พวกเรานั่งรอความตายอย่างนั้นหรือ?”

“ใช่แล้ว เถ้าแก่สวี่ โปรดอธิบายมาให้ชัดเจนด้วย พวกเราควรทำอย่างไรต่อไปดี?”

“ถ้าพวกเราออกไปไม่ได้ คนอื่นก็เข้ามาไม่ได้ หากสงครามกินเวลาเป็นสิบปียี่สิบปี พวกเราไม่ตายกันหมดหรือ?”

ในขณะที่ทุกคนกำลังซักถาม สวี่หยางก็ได้รับการติดต่อเข้ามา

เป็นข้อความจากหลินหวั่นชิง นางบอกว่าตระกูลลู่เริ่มโจมตีแล้ว สายข่าวรายงานว่าจักรพรรดิสัตว์ร้ายตระกูลโจวมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน

พวกเขาส่งอสรพิษจูหลิงแทรกซึมเข้ามา พยายามโจมตีด้วยน้ำท่วมหมายทำลายค่ายกล!!

เป็นไปตามที่คิดเอาไว้ไม่มีผิด

เมื่อกำลังจะตอบว่าทางฝั่งเขาจัดการอสรพิษไปสามตัวแล้ว ทันใดนั้นก็มีคลื่นสองลูกก่อตัวสูงบดบังท้องนภาสาดซัดมาทางเกาะ

ทว่าเมื่อคลื่นใกล้เข้ามา มันกลับหยุดนิ่ง

พร้อมกับการปรากฏตัวของผู้บำเพ็ญผู้หนึ่ง เขายืนเอามือไพล่หลัง ลอยอยู่เหนือผืนน้ำ แผ่ปราณขอบเขตสร้างรากฐานไปทั่วกาย

“สหายเต๋าเฉินหู่ เจ้าดูสบายดีนี่”

“ลวี่ตง”

เฉินหู่จำผู้มาใหม่ได้ทันที ว่ากันว่าคนผู้นี้มีความใกล้ชิดกับตระกูลลู่พอสมควร

ลวี่ตงคลี่ยิ้ม “ผู้นำตระกูลลู่นับถือเจ้ายิ่งนัก สหายเต๋าเฉินหู่ ขอเพียงเจ้าและสมาคมหู่เวยจับมือกับตระกูลลู่ เจ้าก็จะยังดูแลเกาะแห่งนี้ต่อไปได้”

สิ้นเสียงพูด สรรพสิ่งล้วนหยุดเคลื่อนไหวราวกับถูกแช่แข็ง!!

เฉินหู่เองก็เช่นกัน

เขาเกือบจะตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ตอนนี้เองเสียงของอวี๋ซื่อหลินพลันดังอยู่ข้างหู “อย่าตอบตกลง”

เฉินหู่เปิดปากทันที “เหล่าอวี๋ หากสหายเต๋าสวี่ยอมจำนนเหมือนกันจะทำอย่างไร?”

“เช่นนั้นก็ต้องให้เขาพูดก่อน จำไว้!!” อวี๋ซื่อหลินขมวดคิ้ว ยามเผชิญหน้ากับสิ่งล่อตาล่อใจเช่นนี้ แม้แต่เขาก็รู้สึกว่าการยอมจำนนคือทางออกเพียงหนึ่งเดียว

เพราะเขาสัมผัสปราณลึกลับด้านหลังลวี่ตงได้อย่างเลือนราง

ครั้งนี้มียอดฝีมือขอบเขตสร้างรากฐานทั้งสิ้นสามคน รวมถึงกลุ่มยอดฝีมือที่อยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปดถึงเก้า

อีกฝ่ายเตรียมตัวมาดี จึงเป็นการยากที่พวกเขาจะต่อต้านได้

ทว่าเป็นเพราะคำทำนาย เขาจึงยังคงยืนเคียงข้างสวี่หยางอย่างมั่นคง

“พี่สวี่หยาง เจ้าคิดเห็นอย่างไร??”

เฉินหู่สอบถาม

สวี่หยางมีสีหน้าแปลกประหลาด เฉินหู่หันมาถามความเห็นเขาหรือ?

“แน่นอนว่าปฏิเสธ”

สวี่หยางเอ่ยอย่างสงบ

เฉินหู่ตกตะลึง “พี่สวี่ เจ้ามีแผนสำรองอย่างนั้นหรือ?”

เมื่อเห็นสีหน้าสงบของสวี่หยาง เฉินหู่ก็รู้สึกว่ามันน่าจะเป็นเช่นนั้น

“อื้ม ลุยกันเลย” สวี่หยางไม่เอ่ยให้มากความ

ลุยหรือ…

เฉินหู่ตกตะลึง

แต่เขาคิดว่าสวี่หยางไม่ใช่คนที่จะทำอะไรโดยไร้เหตุผล

เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาก็ตะโกนไปทางลวี่ตง “ลวี่ตง ตระกูลลู่จะต้องพ่ายแพ้ ข้าแนะนำให้เจ้าถอยกลับไปดีกว่า ไม่อย่างนั้น เจ้าถูกเผาแน่!!”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า…”

ลวี่ตงระเบิดหัวเราะทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น

จากนั้น ผู้บำเพ็ญจำนวนหนึ่งก็ทะยานออกมาจากทะเล

“ขอบเขตสร้างรากฐานสามคน!”

ลวี่ตงกับชายหนุ่มในเสื้อคลุมสีขาวต่างอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น

ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งสวมเสื้อคลุมสีเขียว แม้เขายังอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น แต่ปราณกลับแข็งแกร่งจนคล้ายกับอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานระดับสาม

แม้ขอบเขตสร้างรากฐานจะถูกแบ่งออกเป็นขั้นต้น ขั้นกลางกับขั้นปลาย

แต่ถ้าแยกย่อยลงไปอีกก็ยังมีความแตกต่างกันออกไป

ซึ่งการแยกย่อยดังกล่าวถูกแบ่งออกเป็นระดับหนึ่งถึงเก้า

บุรุษในเสื้อคลุมสีเขียวคือยอดฝีมือขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้นที่อยู่ระดับสาม

ส่วนเฉินหู่เพียงอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานระดับหนึ่งเท่านั้น

“เหอะ เฉินหู่ เจ้ายังทนไหวอยู่อีกหรือ แต่ต่อให้ทนไปก็ไม่มีประโยชน์ ให้ข้าทำการปล่อยคลื่นยักษ์ต่อดีกว่า”

โครมมม…

ผู้บำเพ็ญบนเรือเหาะที่อยู่ไกล ๆ ออกคำสั่งให้อสรพิษจูหลิงสองตัวที่ก้นทะเลใช้พรสวรรค์ธรรมชาติ ทำให้น้ำทะเลเริ่มเดือดพล่านราวกับถูกต้ม

ปุด ปุด ปุด…

“ไป…”

ผู้บำเพ็ญบนเรือเหาะสั่งเสียงเบา

แต่ทันใดนั้น ช่องท้องของอสรพิษทั้งสองพลันระเบิด ย้อมผืนน้ำเป็นสีแดงเลือด

“สามี เสี่ยวจินจัดการอสรพิษสองตัวนั้นให้แล้ว!”

หลินอวี้ที่รออยู่ในร้านเอ่ย

หลังจากได้รับข้อความจากหลินอวี้ สวี่หยางพยักหน้าเบา ๆ “เข้าใจแล้ว เจ้าควบคุมหุ่นเชิดโจมตีเรือเหาะและกำจัดคนที่อยู่บนนั้นเสีย”

กลุ่มที่ควบคุมอสรพิษล้วนเป็นเพียงผู้บำเพ็ญขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเจ็ดถึงแปด ดังนั้นจึงถูกจัดการได้อย่างง่ายดาย

ในเวลานี้ เมื่อเผชิญกับคลื่นยักษ์ตรงหน้า เฉินหู่ก็ตกอยู่ในความสิ้นหวัง

“จบแล้ว เหล่าอวี๋เอ๋ย กล่องสมบัติหยินหยางของเจ้าอาจจะทำนายผิดพลาดก็ได้ หากต้องพ่ายแพ้ในวันนี้จริง เกรงว่าข้า เฉินหู่ อาจจะต้องหนีเช่นกัน”

เมื่อเขาคิดว่าคลื่นยักษ์นี้จะทำลายค่ายกลอย่างรุนแรง ทว่าพวกมันเคลื่อนมาได้ไม่เท่าไหร่ ก็สลายหายไปในพริบตา

“หืม?”

เหตุการณ์ดังกล่าวเกินกว่าลู่ต้าเถียนจะเชื่อได้

เขามองเรือเหาะที่อยู่ด้านหลังโดยไม่รู้ตัว ทุกคนซึ่งอยู่บนนั้นตกตาย เหลือเพียงซากเรือบางส่วนลอยคว้างอยู่ในทะเล

“ตายหมดงั้นหรือ?”

เขาสังเกตเห็นว่าน้ำบริเวณดังกล่าวเต็มไปด้วยโลหิตกับเศษชิ้นเนื้อ

ดูท่าว่ากลุ่มผู้บำเพ็ญบนเรือจะถูกโจมตีอย่างกะทันหัน ทำให้ไม่มีเวลาหลบหนี

“มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?”

เพราะลู่ต้าเถียนบังเกิดความประหลาดใจ มือของเขาจึงหยุดโดยไม่รู้ตัว

นี่ทำให้เฉินหู่มีโอกาส ควบคุมกระบี่ห้าเล่มที่เหลือในค่ายกลพุ่งสังหารอีกฝ่าย

มันคือการโจมตีอันรุนแรงของค่ายกล แม้จะสูญเสียการเสริมพลังจากกระบี่ไปสองเล่ม แต่ก็ยังเหลืออีกห้าเล่ม ซึ่งพลังของมันก็ไม่ได้น้อยลงเท่าใดนัก

ลู่ต้าเถียนสูดหายใจลึกขณะหยิบยันต์ออกมา

วิ้ง!!

พลังซึ่งอยู่ในยันต์กลายเป็นโล่สกัดการโจมตีนี้ได้สำเร็จ

“ทุกคนระวัง มียอดฝีมือซ่อนอยู่ที่นี่”

ลู่ต้าเถียนเตือน

ลวี่ตงกับผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานรุ่นเยาว์อีกคนต่างขมวดคิ้ว

พวกเขาคิดว่าจะสามารถยึดที่นี่ได้อย่างง่ายดาย แต่คาดไม่ถึง ผู้บำเพ็ญมนุษย์ทั้งห้าคนจากจักรพรรดิสัตว์ร้ายตระกูลโจวกลับถูกสังหารสิ้น

ประเด็นก็คือพวกเขาไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเป็นฝีมือใคร

การที่สามารถสังหารผู้บำเพ็ญทั้งห้าคนได้ในคราวเดียว เกรงว่ามีเพียงยอดฝีมือขอบเขตสร้างรากฐานเท่านั้นที่สามารถทำได้ใช่หรือไม่??

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน