เข้าสู่ระบบผ่าน

ย่างก้าวสู่วิถีเซียน นิยาย บท 155

บทที่ 155 หลบหนี

ตกดึก

สวี่หยางกับหลินอวี้แอบไปที่ชายหาด

เพื่อตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ส่งอสรพิษจูหลิงมา เขาจึงลงไปในน้ำ

น้ำทะเลถูกแหวกด้วยโล่ไม้ศิลา มันก่อตัวเป็นทรงกลมขนาดใหญ่ห่อหุ้มสวี่หยางเอาไว้อย่างแน่นหนา

ทว่าหลังจากสังเกตรอบข้าง เขากลับไม่พบร่องรอยของอสรพิษจูหลิงแม้เพียงเงา

“ซ่อนตัวลึกสินะ ถ้าเป็นอย่างนั้น…”

หัวใจของสวี่หยางสั่นไหวก่อนจะกลับไปที่ชายฝั่ง

“สามี เป็นอย่างไรบ้าง?”

“ไม่พบอะไร แต่ที่นี่จะต้องตกเป็นเป้าไม่ผิดแน่ ดังนั้นต้องจับตาดูอย่าให้คลาดสายตา”

“เช่นนั้นข้าจัดการเอง”

หลินอวี้พยักหน้าขณะเรียกหุ่นเชิดออกมา… เสี่ยวจิน!

วานรทองแดงปรากฏตัว ก่อนที่นางจะควบคุมมันให้ลงดำไปใต้น้ำ

นี่คือแผนของสวี่หยาง

ทันทีที่ผู้บำเพ็ญมนุษย์ปรากฏตัวในบริเวณใกล้เคียง อสรพิษจูหลิงก็จะพบพวกเขาได้อย่างง่ายดาย

เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น สวี่หยางจึงคิดที่จะส่งหุ่นเชิดไปรออยู่ในทะเล

วานรทองแดงสามารถควบคุมไปจากระยะไกลหลายพันลี้ เมื่อพรางตัว มันจะสามารถเก็บงำปราณได้อย่างแนบเนียน

ไม่ต้องพูดถึงว่าอสรพิษจูหลิงเลย ต่อให้เคลื่อนผ่านหน้า มันก็อาจจะไม่สังเกตเห็นวานรทองแดงด้วยซ้ำ

ในส่วนลึกของทะเล วานรทองแดงซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนทราย พลางตรวจตราพื้นที่ใต้ท้องทะเล

เมื่อแน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อย สวี่หยางก็จากไปพร้อมกับหลินอวี้

ทุกวันในช่วงเย็น สวี่หยางจะมาเปลี่ยนหินวิญญาณให้หุ่นเชิดด้วยตัวเอง

ด้วยเหตุนี้ วันเวลาจึงผ่านไปด้วยดี

ในคืนนั้น หลินอวี้ที่กำลังล้างจานก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง หุ่นเชิดส่งสัญญาณเตือนว่าอสรพิษจูหลิงกำลังเคลื่อนผ่านไป

บริเวณใต้น้ำ

อสรพิษจูหลิงห้าตัวแหวกว่ายออกไปตามลำดับ

งูทะเลลำตัวหนา ปากแหลมคมประหนึ่งนกน้ำและมีส่วนหัวที่ดูแปลกประหลาด

เกล็ดบนร่างกายล้วนเป็นสีดำสนิท เปล่งแสงเย็นเยียบประหนึ่งโลหะจากก้นทะเล

ไม่ช้างูทะเลทั้งห้าก็เริ่มแยกย้ายกันไปทางทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตกเพื่อเตรียมซ่อนตัวและโจมตีด้วยน้ำท่วมจากทุกทิศทาง

แต่ในขณะนั้นเอง

พรวด พรวด!!

คลื่นพลังวิญญาณสองกลุ่มทำลายความสงบในน้ำก่อนจะกระแทกเข้าใส่ช่วงท้องของอสรพิษจูหลิง

รูเลือดสองแห่งระเบิดออก ลำไส้ไหลทะลักออกมาพร้อมกับโลหิตที่ย้อมผืนน้ำให้กลายเป็นสีแดงฉาน

“จัดการได้หนึ่ง”

หลินอวี้เอ่ยด้วยความตื่นเต้นจากในลานบ้าน

จากที่นี่ นางสามารถมองเห็นผ่านดวงตาของหุ่นเชิดได้อย่างชัดเจน

นางรู้ว่าการตายของอสรพิษจูหลิงจะเป็นการเปิดเผยตัวตนของหุ่นเชิด ดังนั้นควบคุมหุ่นเชิดให้พุ่งเข้าหางูทะเลตัวที่แข็งแกร่งที่สุดด้วยความเร็วสูงสุด

พรวด!!

แล้วทำการโจมตีด้วยพลังวิญญาณอีกครั้ง

ถึงอย่างไรมันก็เป็นหุ่นเชิดขั้นสูงระดับสอง

อสรพิษจูหลิงไม่เก่งในการต่อสู้ระยะประชิด เรื่องหลบหลีกยิ่งไม่ต้องพูดถึง อสรพิษจูหลิงอีกตัวจึงถูกสังหารไป

“แย่แล้ว ข้าขาดการติดต่อกับงูทะเลของข้าไปแล้ว”

บำเพ็ญมนุษย์ที่มีไฝขนาดใหญ่บนหน้าผากบนเรือเหาะมีสีหน้าซีดเผือด

“มันอย่างไรกันแน่?”

“ข้าไม่รู้ ตรวจจับปราณไม่ได้เลย หรือว่าปราณของมันจะเบาบางมาก”

“หรือว่าผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานจะลงมือ??”

“ไม่ใช่ หากเป็นผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานจริง พวกงูทะเลต้องตรวจจับได้แล้วสิ มันน่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ถอยก่อนเถอะ”

ในคืนที่หนึ่ง หลินอวี้ช่วยจัดการงูทะเลไปทั้งสิ้นสองตัว

วันรุ่งขึ้น สวี่หยางเคลื่อนกายไปตามเกลียวคลื่น ก่อนจะลากซากอสรพิษจูหลิงสองตัวขึ้นมา

บนชายหาด เฉินหู่กับหลินอี้มองอสรพิษจูหลิงด้วยสีหน้าไม่น่าดู

“ถึงพวกเราจะจับมันได้แล้ว แต่ก็ยังเหลือเวลาอีกสามวัน เมื่อคืนพวกมันคงพยายามเตรียมการโจมตีด้วยน้ำท่วม เพื่อทำลายค่ายกลเป็นแน่”

การคาดเดานี้คงเป็นการอธิบายที่ง่ายที่สุดแล้ว

หลังจากได้ฟังคำของสวี่หยาง ผู้บำเพ็ญมนุษย์ทั้งสองก็มีสีหน้าเคร่งขรึม

“ข้ารายงานไปทางตระกูลหลินแล้ว แม้พวกเขาบอกว่าจะส่งมาสนับสนุนให้ แต่คงไม่ใช่เร็ว ๆ นี้แน่”

เฉินหู่ส่ายหน้า

หลินอี้ผู้สวมเสื้อคลุมสีแดงเพลิงพึมพำ “หากมาไม่ได้จริง ข้าคงต้องกลับตระกูลหลิน อย่างน้อยก็พอคาดหวังเรื่องความช่วยเหลือได้”

เฉินหู่รีบเอ่ย “เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ข้าส่งคนไปจัดการเองก็ได้”

สวี่หยางเผยสีหน้าแปลกประหลาด

เฉินหู่ดูกังวลเรื่องที่หลินอี้จะกลับตระกูล

แต่หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง สวี่หยางก็เข้าใจ

ในฐานะสมาชิกของตระกูลหลิน การจะกลับตระกูลในช่วงวิกฤตเช่นนี้ หลินอี้ไม่มีทางกลับมาได้ทันที

เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ค่อนข้างมาก

เกาะหงเยี่ยตั้งอยู่โดดเดี่ยวและมีการป้องกันอ่อนแอ หากถูกยึดไป ผู้บำเพ็ญหญิงเช่นนางย่อมมีจุดจบที่น่าเวทนา

นางสร้างรากฐานขึ้นมาแล้ว ทำให้มีอนาคตไร้ขีดจำกัด ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่จะไม่คิดสู้จนตัวตายเพียงเพื่อปกป้องเกาะหงเยี่ย

เมื่อเห็นการปฏิเสธของเฉินหู่ หลินอี้ก็ถอนหายใจ “สหายเต๋าเฉินหู่ เจ้ายังคิดว่าข้าจะไม่กลับมาอยู่งั้นหรือ? ข้าเพียงคิดว่าหากกลับไปเอง ตระกูลหลินจะต้องส่งกำลังคนมาสนับสนุนข้าอย่างแน่นอน”

เฉินหู่ยังคงยืนกรานปฏิเสธ

ดวงตาของหลินอี้ทอประกายวาบ ก่อนจะก้มศีรษะราวกับเสียใจ “เอาละ ข้าขอตัวก่อน”

คืนที่สอง

หลินอวี้สังหารงูทะเลได้อีกครั้ง

ข่าวลือเรื่องการสังหารงูทะเลสามตัวติดต่อกันแพร่กระจาย ทั่วทั้งเกาะรับรู้แล้วว่าสวี่หยางทรงพลังแค่ไหน

ไม่แปลกใจที่ผู้คนจะตื่นตระหนกกันขนาดนี้

เขาส่ายหน้าก่อนจะติดต่อหาเฉินหู่ “ผู้อาวุโสเฉิน ในช่วงวิกฤตเช่นนี้ ข้าหวังว่าท่านจะพยายามหยุดคนที่คิดหนีเหล่านั้น ตอนนี้ในทะเลมีศัตรูอยู่มากมาย ต่อให้พวกเขาหนีไปได้ สุดท้ายต้องตกตายอยู่ดี”

“ไม่ต้องห่วง ทันทีที่ข้าลงมือ คนพวกนี้ก็ไม่กล้าหนีแล้ว แต่ข้ากังวลว่ายิ่งเวลาผ่านไป…”

“มันไม่มีทางอื่นแล้ว ต่อให้ออกไปตอนนี้ก็จะถูกหยุดไว้ข้างนอกอยู่ดี”

สวี่หยางพยายามสุดความสามารถเพื่อดึงสติของเฉินหู่เอาไว้ “เอาอย่างนี้ ให้ข้าไปเองดีกว่า”

หลังจากเก็บยันต์สื่อสาร สวี่หยางก็ลอบขมวดคิ้ว

หลังจากใช้เวลาสองสามวันกับเฉินหู่ เขาก็พบว่าผู้อาวุโสขอบเขตสร้างรากฐานผู้นี้รายงานทุกสิ่งให้ตนทราบ

ราวกับเขาซึ่งเป็น ‘ผู้น้อยขอบเขตกลั่นลมปราณ’ เป็นเจ้านายของอีกฝ่าย

“อืม ผู้นำกลุ่มอาจจะเป็นแบบนี้ก็ได้ เขาคงค้นพบบางอย่างในตัวข้า”

สวี่หยางคาดเดา

เฮ้อ คิดว่าข้าทำตัวเนียนแล้วเชียว คาดไม่ถึงว่าจะมีคนสังเกตเห็นอยู่ดี

หลังจากเตือนภรรยาย้ำอยู่สองสามหน สวี่หยางก็ออกจากร้าน

ทันทีที่ก้าวเท้าพ้นประตู เพื่อนบ้านก็กรูเข้ามา

“สหายเต๋าสวี่ มีหลายคนที่คิดหนี เจ้ามีความคิดเห็นเช่นไร?”

“สหายเต๋าสวี่ หลังจากคุยกันแล้ว พวกข้าตัดสินใจจะนั่งเรือเหาะไปด้วยกัน อยู่ให้ห่างจากสถานที่แห่งนี้”

“สหายเต๋าสวี่ ครอบครัวของข้าเก็บของหมดแล้ว ทางเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

แน่นอนว่าพวกเขาคิดหนี แต่พูดตามตรง หากเป็นเมื่อก่อน สวี่หยางก็จะหนีเช่นกัน

เขาไม่จำเป็นต้องต่อสู้เพื่อตระกูลหลิน

ทว่าหลินหวั่นชิงอยู่ที่นี่ เขาจะทิ้งนางแล้วหนีไปทั้งอย่างนี้ได้อย่างไร??

อีกอย่าง ด้วยพละกำลังของเขาในตอนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องหนีแต่อย่างใด

ยันต์แสงทองกับหุ่นเชิดวานรทองแดงล้วนสามารถจัดการกับขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายได้

นี่ยังไม่รวมถึงไพ่ตายอย่างยันต์ศักดิ์สิทธิ์อีก

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็มองทุกคนพลางกล่าวอย่างเคร่งขรึม “เท่าที่ข้าทราบ บางคนที่หลบหนีถูกโจรดักปล้นกลางทาง ผู้ชายตาย ส่วนผู้หญิง… เฮ้อ การบำเพ็ญคงถูกทำลายจนกลายเป็นโสเภณี…”

“ว่าอย่างไรนะ??”

ผู้บำเพ็ญหญิงบางส่วนหวาดกลัวจนหน้าเสีย

ทางด้านสามีของพวกนางต่างมีสีหน้าไม่น่าดูเลยสักนิด

“สหายเต๋าสวี่หยาง เจ้ารู้ได้อย่างไร??”

“สองสามวันนี้ข้าทำหน้าที่ลาดตระเวนแถบชายฝั่ง เพราะงั้นข้าจึงพอรู้ข่าวคราวบ้าง ว่ากันว่าโจรเหล่านั้นแสร้งทำเป็นสมาชิกตระกูลลู่!!” สวี่หยางเอ่ยอย่างลื่นไหล

“จริงหรือ? ข้าไม่เชื่อ” ผู้บำเพ็ญหญิงคนหนึ่งกัดฟัน นางสงสัยว่าสวี่หยางกำลังปั้นน้ำเป็นตัว

ถึงอย่างไรสวี่หยางกับหลินหวั่นชิงก็มีความสัมพันธ์กัน ทุกคนทราบดี ตอนนี้เขาอาจจะโกหกเพื่อช่วยนางก็ได้

สวี่หยางมองสตรีร่างผอมผู้นี้ที่ดูคล้ายกับ ‘หลินอี้’ เล็กน้อยก่อนจะกล่าวอย่างจริงจัง

“ทุกท่านต่างทราบนิสัยข้าดี ข้า สวี่หยาง ไม่เคยพูดจาเหลวไหล ข้าคือคนที่ตรงไปตรงมาที่สุด”

กลุ่มคนต่างมองเขาด้วยสีหน้าแปลกประหลาด

เอาเถอะ คงไม่มีใครเชื่อข้าอยู่แล้ว…

“อะแฮ่ม เอาเป็นว่าไม่ต้องห่วง ข้าได้รับข่าวมาว่าตระกูลหลินส่งคนมาแล้ว”

ทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อทราบว่าจะมีคนมาให้ช่วย

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน