บทที่ 162 งานชุมนุมผู้ปราบมาร
ตอนนี้ นอกจากสวี่หยางจะสร้างรากฐานแล้วก็ยังมอบยาสร้างรากฐานให้กับหลินหวั่นชิงอีกด้วย
ไม่ว่าอย่างไร สวี่หยางก็มีคุณสมบัติในการเป็นสามีของหลินหวั่นชิง
หลินซวี่จือผู้ไม่เคยมองสวี่หยางในแง่ดีมาก่อนกลับชื่นชมไม่หยุดปาก เขาถึงขั้นอาสาจะเป็นพ่องานจัดงานแต่งให้พวกเขา
สวี่หยางปฏิเสธอย่างสุภาพ เขาไม่อยากทำตัวเด่นมากเกินไป
ทว่าลุงใหญ่ก็กระตือรือร้นอย่างยิ่ง
เขาดึงมือของสวี่หยางแล้วพูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการเป็นสักขีพยานให้กับพวกเขา
แน่นอนว่าในช่วงเวลานี้ หลินซวี่จือพยายามสืบว่าสวี่หยางมีความเกี่ยวข้องกับสำนักชิงหยางอย่างไร
สวี่หยางเป็นคนถ่อมตัวมาก เขาเลือกเปิดเผยบางส่วนเท่านั้น
ขณะทั้งสองกำลังสนทนา หลินหวั่นชิงก็กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการสร้างรากฐานเช่นกัน
หลังจากกลืนยาสร้างรากฐานเข้าไป ทุกคนในตระกูลหลินก็ตกตะลึงเมื่อเห็นปรากฏการณ์แปลกประหลาดระหว่างฟ้าดิน
เนื่องจากหมู่เมฆมงคลหลากสีสันรวมตัวอยู่ในท้องนภา นี่ไม่ใช่ปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่ยาสร้างรากฐานธรรมดาสามารถสำแดงออกมาได้
“ปรากฏการณ์แปลกประหลาดเช่นนี้ ข้าเคยเห็นแต่ในตำราเท่านั้น!!”
นักปรุงยาต่างแซ่จากตระกูลหลินอุทาน “นี่คือยาสร้างรากฐานสามเส้นวิถี!!”
“อะไรนะ??”
“ยาสร้างรากฐานสามเส้นวิถีงั้นหรือ?”
“ใช่แล้ว ข้าเคยเห็นในตำราโบราณมาก่อนเหมือนกัน”
“นี่คือยาสร้างรากฐานที่สวี่หยางมอบให้ ร้ายกาจนัก สวรรค์ เขาไปได้มาจากไหน?”
“เขามีภูมิหลังลึกล้ำกับสำนักชิงหยางจริงหรือ?”
น้ำเสียงฉงนใคร่รู้ลอยเข้าหูของสวี่หยางไม่ขาดสาย เล่นเอาเขาทำตัวไม่ถูก
แต่มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ โชคยังดีที่ตอนนี้เขาสร้างรากฐานแล้ว ทั้งยังมีไพ่ตายอีกมากมาย ทำให้ไม่ต้องกลัวเกรงผู้ใดที่พยายามเข้ามาล่อหลอกอีก
หลินหวั่นชิงใช้เวลาสิบสามวันก็สร้างรากฐานได้สำเร็จ
มันเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ ถึงอย่างไรมันก็คือยาสร้างรากฐานสามเส้นวิถี เห็นได้ชัดว่ามันต้องใช้เวลานานกว่า
“ขอแสดงความยินดีกับสหายเต๋าสวี่ด้วย พี่สาวของข้าสร้างรากฐานสำเร็จได้ก็เพราะเจ้า”
หลินอี้เตาเข้ามาหาสวี่หยางขณะทักทายด้วยรอยยิ้ม
“ขอแสดงความยินดีกับเจ้าเช่นกัน”
“สหายเต๋าสวี่ ข้าคิดว่าพี่สาวเหมาะที่จะเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไปมากกว่า”
คำพูดของหลินอี้เตาสร้างความตกตะลึงให้กับสวี่หยางชั่วขณะ
“หลินอี้เตา เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“ไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้น การแข่งขันกับหลินหวั่นชิงก่อนหน้านี้ก็เพื่อแย่งชิงยาสร้างรากฐาน โดยพื้นฐานแล้ว ข้าไม่ได้สนใจตำแหน่งผู้นำตระกูลเลยสักนิด”
หลินอี้เตาส่ายหน้า “นอกจากนี้ ข้าตกเป็นเป้าของผู้บำเพ็ญมาร จุดจบของข้าก็ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว ดังนั้นข้าแค่อยากแข็งแกร่งขึ้น ไม่ได้ต้องการต่อสู้เพื่อชิงอำนาจ ตำแหน่งผู้นำตระกูลนั่นไม่ได้สำคัญเลย”
“ข้าจะแจ้งหวั่นชิงให้ แต่พูดตามตรง นางอาจจะไม่อยากเป็นผู้นำตระกูลเช่นกัน”
สวี่หยางพูดตามจริง
ยังไม่ทันเอ่ยจบ ปราณขอบเขตสร้างรากฐานก็พลุ่งพล่านมาจากถ้ำใต้น้ำ
เป็นหลินหวั่นชิงที่ก้าวออกมา
หลินซวี่จือกับผู้อาวุโสคนอื่นต่างเข้ามาแสดงความยินดี
หลินหวั่นชิงพยักหน้าอย่างมีความสุข ในที่สุดนางก็สร้างรากฐานได้ แล้วข้อกังวลใหญ่ในใจก็จบลงเสียที
ดวงตาเป็นประกายของนางจับจ้องสวี่หยาง ทั้งหมดนี้เป็นเพราะสามีนำทรัพยากรมาให้
หลังจากพักอยู่ที่นี่สองสามวัน ทุกคนก็ตัดสินใจกลับตระกูล
เพราะจากข่าวที่ทราบมา ผู้นำตระกูลลู่คนปัจจุบันคือผู้อาวุโสลู่หยวนฮว่าได้ส่งคนมาขอสงบศึกแล้ว
ตอนนี้ผู้บำเพ็ญตระกูลลู่ทั้งหมดถอยกลับไปหมดสิ้น
ในเวลาเดียวกัน มีข่าวลือว่าผู้บำเพ็ญมารได้ทำการสังหารผู้บำเพ็ญจากตระกูลอื่น ตอนนี้ทุกคนตกอยู่ในอันตราย ไม่มีตระกูลใดคิดจะขยับขยายดินแดน
อีกด้านหนึ่ง กองกำลังขนาดใหญ่ทั้งหลายตกลงอย่างเป็นเอกฉันท์ที่จะจัดงานชุมนุมผู้ปราบมาร ทุกคนต่างรวมตัวกันเพื่อหารือว่าจะจัดการกับผู้บำเพ็ญมารที่ปรากฏตัวอย่างกะทันหันนี้อย่างไร
สถานที่จัดงานอยู่ถัดจากสำนักชิงหยาง
เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้เสนอให้จัดงานชุมนุมผู้ปราบมารคือสำนักชิงหยาง
ด้วยเหตุนี้ สวี่หยางจึงกลับไปพร้อมกับภรรยาทั้งสาม
…
ที่พักตระกูลหลิน กลางห้องโถงใหญ่
หลินอีหลุนได้รับรางวัลสำหรับความสำเร็จของเขา ส่วนสวี่หยางได้รับการยกย่องที่ปกป้องเกาะหงเยี่ยกับมอบยาสร้างรากฐานให้หลินหวั่นชิง ซึ่งนับเป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่
ดังนั้นเขาจึงประกาศว่าตระกูลหลินจะจัดงานแต่งให้สวี่หยางกับหลินหวั่นชิง
งานแต่งมีกำหนดจัดขึ้นหลังสิ้นสุดงานชุมนุมผู้ปราบมาร
ยิ่งไปกว่านั้น เกาะหงเยี่ยและทรัพย์สินทั้งหมดบนเกาะล้วนถูกมอบให้กับสวี่หยาง
ด้วยเหตุนี้ สวี่หยางก็เข้าใจทันทีว่าตระกูลหลินต้องการผูกมัดเขาเอาไว้
ทว่าหลินอีหลุนไม่ได้ประกาศเรื่องผู้มีคุณสมบัติในการเป็นผู้นำตระกูล
เหตุผลนั้นง่ายมาก
หลินอี้เตากับหลินหวั่นชิงต่างยอดเยี่ยมทั้งคู่
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่ทราบว่าผู้บำเพ็ญมารจะตอบสนองอย่างไรหากทำการประกาศเรื่องผู้นำตระกูล ดังนั้นจึงตัดสินใจรอจนกว่างานชุมนุมผู้ปราบมารจะสิ้นสุดลง
ถึงอย่างไรสำนักชิงหยางก็เป็นผู้จัดงาน ดังนั้นพวกเขาอาจจะมีความเห็นบางอย่างก็เป็นได้
…
หลายวันที่ผ่านมา สวี่หยางไม่ได้กลับเกาะหงเยี่ย
มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เขาในตอนนี้โด่งดังเกินไป เดินไปทางไหนก็มีแต่คนมอง ร้านค้าของเขาก็มีญาติของหลินหวั่นชิงช่วยดูแลอยู่
อีกด้าน หลังจากมีสิทธิ์ในการจัดการกับเกาะหงเยี่ยแล้ว รายได้จากภาษีทั้งหมดจึงตกเป็นของเขา ด้วยเหตุนี้ หินวิญญาณที่ได้รับจากร้านค้าจึงไม่สำคัญอีกต่อไป
ตอนนี้เขา หลินอวี้กับเสิ่นม่านอวิ๋นต่างใช้ชีวิตอยู่ในจวนของหลินหวั่นชิง
สวี่หยางถึงขั้นย้ายชารักขามรกตทั้งหมดมาปลูกไว้ในลานบ้าน
วันนี้
ภายในถ้ำบำเพ็ญของหลินหวั่นชิง
สวี่หยาง หลินหวั่นชิง หลินอวี้กับเสิ่นม่านอวิ๋นนั่งขัดสมาธิ
สวี่หยางตรวจสอบพวกนางทีละคน
เขาไม่พบข้อบกพร่องในจิตใจของอีกฝ่าย
“ไม่เลว ใช้ได้”
ก่อนหน้านี้ สวี่หยางได้เล่าเกี่ยวกับกู่ที่พบในสมองของศิษย์สำนักชิงหยาง หลังจากนั้น สตรีทั้งสามก็ยินยอมให้ทำการตรวจสอบ
ถามตามตรง ใครเล่าจะสามารถทนแรงของสวี่หยางได้??
ทั้งสองไว้อาลัยให้หลินหวั่นชิงในใจ
หลังจากนั้น เวลาก็ผ่านไปหนึ่งวัน
วันต่อมา สวี่หยางกับหลินหวั่นชิงยังคงชี้แนะการบำเพ็ญให้กับเสิ่นม่านอวิ๋น
ตระกูลหลินเองก็ใจกว้างเช่นกัน ต้องขอบคุณสวี่หยางที่ทำให้พวกเขามอบของจำนวนมากให้กับหลินอวี้และเสิ่นม่านอวิ๋น
ยกตัวอย่างเช่นตระกูลหลินมอบยาจู้เหยียนให้หลินอวี้
ถึงอย่างไรนางก็เป็นมนุษย์
แม้อายุเพิ่งจะยี่สิบ แต่ตอนนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่งามสะพรั่งที่สุด
ดังนั้น การรับยาจู้เหยียนในครั้งนี้ย่อมเป็นผลลัพธ์ดีที่สุดสำหรับนาง
ส่วนเสิ่นม่านอวิ๋นกับหลินหวั่นชิง เนื่องจากต่างเป็นผู้บำเพ็ญ พวกนางจึงไม่ต้องรีบร้อนแต่อย่างใด
ด้วยเหตุนี้ หลินอวี้จึงรับยาจู้เหยียนไว้
นอกเหนือจากการรักษารูปลักษณ์แล้ว ยาจู้เหยียนยังช่วยทำให้ผิวพรรณขาวนุ่มอีกด้วย หลังจากหลินอวี้เดินออกมา ทั้งเสิ่นม่านอวิ๋นกับหลินหวั่นชิงต่างแสดงความอิจฉา
ผิวพรรณละเอียดอ่อน เรียบเนียนไม่ด้อยไปกว่าพวกนาง
สวี่หยางจับมือเล็ก ๆ ของนางเอาไว้ด้วยความรักใคร่ “อวี้เอ๋อร์ เจ้าช่างงดงามนัก”
“ขอบคุณสามีที่มอบยาจู้เหยียนให้ข้า”
หลินอวี้ซบอกสวี่หยางพลางถูศีรษะไปมาอย่างออดอ้อน เขาได้กลิ่นหอมของกล้วยไม้จากเส้นผมของนาง ทำให้หัวใจสดชื่นไม่น้อย
ตอนนี้ สำหรับหลินอวี้ถือว่าพอใจมากแล้ว
แม้จะไม่ใช่ผู้บำเพ็ญ แต่ก็พึงพอใจกับการที่สามีของนางสามารถช่วยคงความเยาว์วัยให้กับตนได้
นางเป็นสตรีที่ไม่มักมากอยู่แล้ว
…
ในทำนองเดียวกัน เสิ่นม่านอวิ๋นก็ได้รางวัลจากตระกูลหลินมากมายเช่นกัน
นางในตอนนี้อยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปด ดังนั้นตระกูลหลินจึงมอบรางวัลเป็นยาที่จำเป็นต่อขอบเขตกลั่นลมปราณ
เพียงไม่กี่วัน การบำเพ็ญของนางก็ไปถึงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปดขั้นปลาย
นางได้สัมผัสจุดคอขวดแล้ว
“อื้ม ใกล้ถึงเวลาเตรียมสมุนไพรสร้างรากฐานสำหรับเจ้าแล้ว”
สวี่หยางพยักหน้าไปทางเสิ่นม่านอวิ๋น
หลังจากครุ่นคิดสักพัก เขาก็กล่าว “คราวนี้ข้าจะไปสำนักชิงหยางเพื่อเข้าร่วมงานชุมนุมผู้ปราบมาร ข้าจะไปขอให้หลินไห่ถังช่วยกลั่นยาสร้างรากฐานให้อีกเม็ด”
เขายังเหลือสมุนไพรสำหรับยาสร้างรากฐานอยู่ในมืออีกครึ่งหนึ่ง
ทว่าเนื่องจากหลินหวั่นชิงได้สร้างรากฐานแล้ว สมุนไพรสำหรับยาสร้างรากฐานที่มีจึงไม่จำเป็นสำหรับนางอีกต่อไป ทำให้รวมกันแล้วมีจำนวนมากถึงเก้าในสิบส่วน
ส่วนที่เหลืออีกหนึ่งส่วนอยู่ทางฝั่งหวงเสี่ยวเหมย
หากเป็นไปได้ เขาก็สามารถขอกับตระกูลหลินได้
แต่ว่า สวี่หยางไม่ต้องการเป็นหนี้บุญคุณตระกูลหลินมากไปกว่านี้
“หมายความว่า เจ้ากับหวงเสี่ยวเหมยระดมทุนเพื่อหลอมยาสินะ”
เสิ่นม่านอวิ๋นคว้ามือของสวี่หยาง “จะว่าไป สามีกับสหายเต๋าหวงเสี่ยวเหมยเป็นคนรักสมัยเด็กสินะ ในตอนนั้นพวกเจ้ามีความสัมพันธ์ที่ดีไม่น้อย เจ้าเคยคิดที่จะครอบครองนางบ้างหรือไม่??”
ดวงตาของสวี่หยางเบิกกว้างขณะดีดยอดอกภรรยาเต็มแรง “เจ้าก็ช่างคิดไปได้ หวงเสี่ยวเหมยกับข้ามีความสัมพันธ์ฉันมิตรอันบริสุทธิ์อย่างแท้จริง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน