เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 152

หลังจากเซียวอวี้พูดจบ จึงสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป

หลิงเยี่ยนเอ๋อร์นอนคว่ำหน้าบนพื้น แขนยึดไปข้างหน้าอย่างหมดหนทาง สีหน้าดุร้ายบิดเบี้ยว

“ไม่——

“ฝ่าบาท! ฝ่าบาทท่านอย่าทิ้งหม่อมฉันไป!

“ฝ่าบาท!!!”

เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?

ฝ่าบาทจะไม่ต้องการเลือดหัวใจนางได้อย่างไร!

พิษวารีสวรรค์ของเขา ไม่มีผู้ใดสามารถขจัดได้มิใช่หรือ?

เป็นเพราะอะไรกันแน่!

หลิงเยี่ยนเอ๋อร์กำมือแน่น เบ้าตาแดงก่ำ

หรือว่านางต้องถูกเนรเทศจริง ๆ

“ไม่!!!”

……

เซียวอวี้กลับมาที่ตำหนักจื้อเฉิน ใบหน้าหล่อเหลาดุจน้ำค้างแข็ง ไม่คลายลงอยู่นาน

หลิวซื่อเหลียงปรนนิบัติด้วยความระมัดระวัง คอยสังเกตสีหน้าของฮ่องเต้ตลอดเวลา

แม้ไม่แน่ชัดในรายละเอียดที่เกิดขึ้น แต่หลิงกุ้ยเหรินถูกเนรเทศ ฮ่องเต้ยังเขียนราชโองการสำนึกผิดด้วย เหตุการณ์หลายเหตุการณ์นี้ ทำให้ทุกคนล้วนตกตะลึง

เซียวอวี้นั่งอยู่หน้าโต๊ะทรงงาน จรดพู่กันเขียนบทสวดชำระล้างจิตใจ

นี่คือบทสวดที่นักฆ่าหญิงสอนให้ท่อง

บัดนี้เขาต้องการให้จิตใจสงบเหลือเกิน

ชายแดนยังไม่สงบ วังหลังก็เกิดเรื่องมากมายเช่นนี้

เขาย่อมเข้าใจว่า สิ่งที่ฮองเฮากระทำในวันนี้ ยังมีดีอยู่บ้าง

หลังจากประสบเหตุร้าย มีคนไม่มากที่กล้าสืบหาความจริง และกล้าบอกเรื่องนี้กับสามีของตนเอง ช่างหาได้น้อยนิด

พวกนางล้วนแต่หวังว่า ในใจของสามี ตัวเองจะใสเหมือนน้ำแข็งสะอาดเหมือนหยก

มีเพียงฮองเฮา ไม่ว่าอะไรก็ยินดีสละทิ้ง

นางมีความกล้าหาญ ที่บุรุษหลายคนยังไม่มี

ทว่าน่าเสียดาย นี่ไม่สามารถลบล้างเรื่องที่นางหลอกลวงเบื้องสูง และการสูญเสียความบริสุทธิ์

เซียวอวี้ถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีก

วังหลังของเขา จะยอมรับฮองเฮาที่สูญเสียความบริสุทธิ์ได้จริงหรือ?

แม้ว่าเขาไม่ชอบนาง ชั่วชีวิตนี้ก็คงจะไม่แตะต้องนางเด็ดขาด ทว่า นางก็ได้ครองตำแหน่งฮองเฮาอยู่ และเป็นภรรยาเอกในนามของเขา

เขาสามารถเพิกเฉยต่อความจริงที่นางสูญเสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว ทำไม่รู้ไม่ชี้ได้หรือ?

ปลดฮองเฮาไม่ยาก

ทว่าหลังจากนั้น เขาจำเป็นต้องแต่งตั้งฮองเฮาคนใหม่

ผู้ใดสามารถรับรองได้ว่า ฮองเฮาคนต่อไปจะดีกว่าเฟิ่งเวยเฉียง?

นับแต่นางครอบครองตราประทับทอง วังหลังก็ถูกนางจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ฮองเฮาที่ไม่ชิงดีชิงเด่นกับเหล่านางสนม และยังสามารถปฏิบัติหน้าที่สมตำแหน่งเช่นนี้ ช่างหายากจริง ๆ

เซียวอวี้บรรจงเขียนคำว่า “ปลดฮองเฮา” สองคำนี้ และมองมันอยู่นาน

หลิวซื่อเหลียงที่คอยรับใช้เรื่องพู่กันและหมึก หลังจากมองผ่าน ก็เกิดความตกตะลึงในดวงตา

ฝ่าบาทจะปลดฮองเฮา?!

“หม่อมฉันไม่รู้ ว่าหลิงกุ้ยเหรินเป็นคนจิตใจชั่วร้ายมากขนาดนี้”

หนิงเฟยหัวเราะเยาะ “ช่างปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้ดีนัก”

ทันใดนั้นประกายแห่งความชิงชังก่อตัวขึ้นในดวงตาของนาง

หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ก่อกรรมทำชั่วมากมาย แต่ถูกตัดสินเนรเทศเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าฝ่าบาทยังคงใจอ่อนต่อนาง

นางหวังเหลือเกินว่าหลิงเยี่ยนเอ๋อร์จะตายระหว่างทางเนรเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่าบาทเสียใจภายหลัง แล้วเรียกคนกลับมา

มีเจ้าหน้าที่ทหารสองนายคุ้มกันหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ หนึ่งสูงหนึ่งเตี้ย

พวกเขาได้รับค่าน้ำร้อนน้ำชาจากเบื้องบน เมื่อออกจากเมืองหลวง ให้ถอดโซ่ตรวนที่คอของหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ออก เหลือเพียงตรวนที่เท้า

ระหว่างทางให้นางได้กินดีดื่มดี ยังเรียกนางว่ากุ้ยเหรินด้วย

“กุ้ยเหริน เบื้องบนได้สั่งไว้ว่า เมื่อส่งท่านไปถึงทางใต้แล้ว ให้ปล่อยท่านไป ทว่า ก่อนที่จะถึงที่นั่น จำเป็นต้องให้ท่านลำบากหน่อย หากท่านต้องการสิ่งใด ก็บอกได้เลยขอรับ!”

หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ดวงตาแดงก่ำ ไม่ปริปากพูดอะไร

นางไม่อยากไปทางใต้ นางแค่อยากกลับไปอยู่ข้างกายฝ่าบาท!

แต่ฝ่าบาทเขา...เขาไม่ต้องการเลือดหัวใจของนางอีกแล้ว...

ยามราตรี ทั้งสามคนค้างแรมที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง

หลิงเยี่ยนเอ๋อร์นอนพักตามลำพังในห้องเดี่ยว

ยามกลางดึก มีเงาดำสายหนึ่งพุ่งเข้ามา

หลังจากหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ลืมตา ก็ได้เผชิญหน้ากับแววตาที่มืดมิดคมกริบของบุคคลนั้น

นางกำลังจะร้องให้คนช่วย คนชุดดำก็ฟาดฝ่ามือทำให้นางสลบ

แสงจันทร์ส่องเข้ามา เฟิ่งจิ่วเหยียนดึงผ้าปิดหน้าลง นัยน์ตาฉายไอสังหารออกมา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย