เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 163

ตำหนักจื้อเฉิน

เซียวอวี้อาบน้ำเสร็จ ผมดำสยาย สวมอาภรณ์หลวมเล็กน้อย เผยกล้ามที่หน้าอกอันแข็งแกร่ง เปล่งรัศมีเยือกเย็นชา

ดวงตาคู่หงส์นั้นมองหรี่ลง มองดูแส้เก้าท่อนบนโต๊ะ

มันคือสิ่งที่นักฆ่าหญิงคนนั้น ถูกนางทิ้งไว้จนถึงวันนี้

นับดูวันเวลา เมื่อวานเป็นสิบวันที่พิษแดนฝันกำเริบ

นางน่าจะมาเอายา

ตามปกติ เขาจะสั่งให้เฉินจี๋นำยาไปส่งที่ตำหนักฉางสิ้น

แต่เฉินจี๋รออยู่เป็นเวลานาน ก็ไม่เห็นนางมาเอายา เช้าวันนี้ไปดู ยาถอนพิษก็ยังอยู่ที่นั่น ยังคงสภาพเดิมไว้

ในระหว่างที่เซียวอวี้กำลังครุ่นคิด เฉินจี๋กลับมารายงานว่า

“กราบทูลฝ่าบาท กระหม่อมไปยังตำหนักฉางสิ้นอีกครั้ง ยาถอนพิษก็ยังคงไม่ถูกนำไป”

เฉินจี๋คิดว่า เป็นเรื่องที่แปลกจริงๆ

พิษแดนฝันกำเริบ ทุกข์ทรมานอย่างมาก

นางถูกพิษนี้ จะอดทนอยู่ได้อย่างไร?

สีหน้าเซียวอวี้เยือกเย็นชา พร้อมพูดขึ้นมาว่า

“แล้วแต่นาง”

หากนางต้องการ ก็จะไปเอาเอง

มิเช่นนั้นจะให้เขาป้อนยาถอนพิษ ให้ถึงปากนางด้วยตนเองหรือ

……

เรื่องบุคคลลึกลับ เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้แอบสืบความอยู่อย่างหลายครั้ง

แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีผลอะไร

เขารอบคอบอย่างมาก ไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลย

คนที่เฟิ่งจิ่วเหยียนเป็นกังวลที่สุดก็คือเวยเฉียง

นางจะออกจากวังบ่อยไม่ได้ เพราะหลายคืนมานี้ นางรู้สึกว่า มีดวงตาคู่หนึ่งคอยจับตามองดูนางอยู่ในตำหนักหย่งเหอ อาจจะเป็นเซียวอวี้ ส่งคนมาคอยจับตาดูนาง

ดังนั้นช่วงนี้ นางจึงเพียงได้รับรู้เรื่องราวของเวยเฉียง จากในจดหมายลับของอู๋ไป๋

ภายใต้การรักษาของซ่งหลี เวยเฉียงอาการดีขึ้นทุกวัน ไม่ทำร้ายตัวเองอีก แต่ยังคงสติฟั่นเฟือน

ซ่งหลีพูดเน้นย้ำตลอดว่า ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ พาเวยเฉียงไปยังสถานที่แปลกใหม่ ไม่เป็นผลดีกับการรักษาอาการป่วยของนาง

วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ

หลังจากเฟิ่งเหยียนเฉินกลับเข้าไปยังกองทัพ ไม่ช้าเรื่องแต่งงานก็กำหนดวันได้แล้ว

วันนี้ ฮูหยินเฟิ่งเข้ามาที่วัง นำข่าวดีมาบอกเฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยตนเอง

“ถึงแม้ทุกคนมาเพื่อตำแหน่งฮูหยินตราตั้ง ทว่าคุณหนูตระกูลเสนาบดีโจวคนนั้น เพียบพร้อมทั้งหน้าตาและความสามารถ วงศ์ตระกูลฐานะเท่าเทียมกัน สมกันอย่างกิ่งทองใบหยก”

เฟิ่งจิ่วเหยียนถามขึ้นมาอย่างเรียบเฉยว่า

“วันแต่งงานกำหนดไว้เป็นวันใด”

“ช่วงหลายวันนี้กำลังเตรียมเรื่องสินสอดทองหมั้น รอหลังจากดูฤกษ์แล้ว ค่อยรู้วันแต่งงาน รองานมงคลของพี่ชายเจ้าแล้วเสร็จ แม่ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว เห็นพวกเจ้าต่างก็มีครอบครัว...”

ฮูหยินเฟิ่งคิดถึงลูกสาวที่ตายไปอย่างไม่ได้รับความยุติธรรมขึ้นมา ในใจเจ็บปวดอย่างยิ่ง

หากเวยเฉียงยังมีชีวิตอยู่ จะดีแค่ไหน

เวยเฉียงของนาง ว่าง่ายเอาใจเก่งที่สุด

เฟิ่งจิ่วเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย

“เช่นนี้ สอดคล้องกับจรรยาบรรณหรือ?”

หลิวซื่อเหลียงกลับเห็นเป็นเรื่องปกติแล้ว

“การคัดเลือกในแต่ละปีที่ผ่านมา ฝ่าบาทล้วนมอบหมายให้ไทเฮาเป็นคนเลือกแทน ปีนี้ฮองเฮา ท่านเป็นคนเลือก ทำไมจะไม่ได้ แต่ฝ่าบาทยังมีพระดำรัสอีกว่า”

หลิวซื่อเหลียงขยับไปใกล้หน่อย พร้อมพูดขึ้นมาด้วยเสียงต่ำว่า

“ฝ่าบาทตรัสว่า คนอื่นพระนางตัดสินใจได้ตามสบาย มีเพียงคุณหนูสามจวนตระกูลมู่หรง ต้องเลือกไว้”

บนใบหน้าเฟิ่งจิ่วเหยียน ไม่แสดงออกถึงความรู้สึกใดๆ

“กลับไปกราบทูลฝ่าบาท ข้ารู้แล้ว”

หลิวซื่อเหลียงกราบทูลลา

เหลียนซวงอยู่ใกล้เฟิ่งจิ่วเหยียนที่สุด คำพูดเมื่อครู่นั้น นางก็ได้ยิน

“ฮองเฮา ฝ่าบาทต้องรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า แม่นางมู่หรงคล้ายหรงเฟย แต่ร้อนใจถึงขนาดนี้ คงกลัวท่าน...”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองไปข้างหน้า พร้อมพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเมินเฉยว่า

“ระวังคำพูดด้วย”

เหลียนซวงก้มหน้าลงทันที พร้อมพูดขออภัยด้วยเสียงเบาว่า “บ่าวพูดผิดไปแล้ว”

นางสนมคนอื่นรู้ว่าฮองเฮาเป็นคนคัดเลือก ก็ล้วนคิดว่ามู่หรงฉานไม่มีทางได้รับคัดเลือกแน่

เพราะความริษยาของผู้หญิงนั้นแข็งแกร่งมาก

เมื่อถึงเวลา ขันทีด้านนอกตำหนักตะโกนพูดขึ้นมาว่า

“เริ่มการคัดเลือก หญิงดีงามเข้าตำหนักทีละคน!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย