มู่หรงฉานถูกพิษกะทันหัน เซียวอวี้รีบไปยังตำหนักฟางเฟยทันที
หมอหลวงขับให้นางอาเจียน จึงไม่อันตรายถึงชีวิต
หลังจากนั้นไม่นาน ในฐานะที่เฟิ่งจิ่วเหยียนเป็นฮองเฮาก็มาถึงเช่นกัน
เซียวอวี้นั่งอยู่ตรงนั้น พร้อมพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าบูดบึ้งว่า
“เกิดเรื่องวางยาพิษขึ้นในวัง ฮองเฮา เจ้าต้องสืบให้กระจ่างว่าเป็นฝีมือผู้ใด!”
“เพคะ” เฟิ่งจิ่วเหยียนหันไปมองบนเตียง สายตานั้นสงบนิ่ง
มู่หรงฉานอาเจียนอยู่นาน ร่างกายอ่อนแออย่างมาก
เซียวอวี้อยู่เฝ้านางหนึ่งช่วยยาม แล้วค่อยกลับตำหนักจื้อเฉิน
……
ตำหนักฉือหนิง
“จิ้งกุ้ยเหรินถูกวางยาพิษ? ตอนนี้นางเป็นอย่างไรบ้าง?” ไทเฮาตกตะลึงอย่างมาก
ใช่ว่านางเป็นห่วงมู่หรงฉาน หากเป็นเพราะไทฮองไทเฮาอาศัยที่ตนเองเป็นผู้อาวุโสวางอำนาจ เขียนจดหมายมาบอกว่า ให้นางดูแลจิ้งกุ้ยเหรินให้ดี
หากเกิดอะไรขึ้นกับจิ้งกุ้ยเหริน ไทฮองไทเฮาไม่ยอมเลิกราง่ายๆ แน่นอน
กุ้ยหมัวมัวตอบอย่างนอบน้อมว่า
“หมอหลวงได้ทำการรักษาแล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ฝ่าบาทก็อยู่เฝ้าครู่หนึ่ง นับจากที่จิ้งกุ้ยเหรินเข้าวังมา ยังไม่เคยได้รับความโปรดปราน ครั้งนี้ถือว่าในความโชคร้าย ก็ยังมีความโชคดีแฝงอยู่”
พูดเสร็จ กุ้ยหมัวมัวก็พูดขึ้นมาอีกว่า
“ฝ่าบาทรับสั่งให้ฮองเฮาสืบความให้กระจ่าง แลดูค่อนข้างเชื่อใจฮองเฮามาก”
ไทเฮาพูดขึ้นมาอย่างจริงจังทันทีว่า
“เจ้าอยากพูดอะไร? หรือเจ้าสงสัยว่าฮองเฮาเป็นคนลงมือทำอะไรจิ้งกุ้ยเหริน?”
กุ้ยหมัวมัวก้มหน้าถวายความเคารพทันที พร้อมพูดขึ้นมาว่า
“บ่าวมิกล้า เพียงแค่รู้สึกว่า...เรื่องนี้ควรมอบหมายให้ไทเฮา ท่านเป็นคนสืบ จักยุติธรรมยิ่งกว่า”
ไทเฮาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า
“ยิ่งพูดก็ยิ่งไร้สาระ ฮองเฮาเป็นผู้ปกครองวังทั้งหก ข้าจะทำเกินอำนาจของตนที่ไปก้าวก่ายอำนาจคนอื่นได้อย่างไร ในเมื่อฝ่าบาทเชื่อมั่นในตัวนาง ก็ให้นางไปสืบ”
ตำหนักเสียนซิ่ง
ตงเซี่ยคอยปรนนิบัติเสียนเฟยดื่มน้ำชา พร้อมพูดคุยกันขึ้นมาว่า
“พระนาง เดิมคิดว่ามู่หรงฉานเข้าวัง จะกลายเป็นสนมที่รัก สุดท้ายยังไม่ทันได้เป็นที่โปรดปราน ก็ถูกวางยาพิษ ภายในวังนี้ไม่สงบจริงๆ”
เสียนเฟยพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า
“มีเรื่องบางเรื่อง จะดูเพียงภายนอกไม่ได้ อีกอย่าง ตอนนี้นางเป็นจิ้งกุ้ยเหริน เจ้าเรียกขานชื่อนางโดยตรงได้อย่างไร?”
ตงเซี่ยก้มหน้าลง พร้อมพูดขึ้นมาว่า “บ่าวพูดผิดไปแล้ว พระนางโปรดอภัย”
……
มู่หรงฉานเข้าวังมาไม่กี่วันก็ถูกวางยาพิษ ฮูหยินมู่หรงได้รับพระราชทานอนุญาต ให้เข้าวังมาเยี่ยมได้
ทว่าฮูหยินมู่หรงรู้นิสัยของนางเป็นอย่างดี
“เจ้าวางยาพิษตนเองใช่ไหม?”
มู่หรงฉานนั่งดื่มยาอยู่บนเตียง ไม่ได้ปฏิเสธ
แววตาฮูหยินมู่หรงมัวหมองลง
“หรือฝ่าบาท ไม่เคยมาโปรดปรานเจ้าเลย?”
ไม่เช่นนั้น นางจะใช้วิธีแบบนี้เพื่อแย่งชิงความโปรดปรานได้อย่างไร
มู่หรงฉานวางชามยา พร้อมพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ยังไม่เคย”
เดิมที่ล้วนซุบซิบนินทาเขาว่า เป็นฮ่องเต้ทรราช ฮ่องเต้โง่เขลา ตอนนี้ล้วนเปลี่ยนคำพูด เรียกเขาว่าเป็นผู้ปกครองที่ชาญฉลาดและมีคุณธรรม
ภายในดวงตาคู่หงส์ของเซียวอวี้ ลึกล้ำ เย็นชา อย่างผสมผสานไปดูด้วยอารมณ์แปลกประหลาด
ยามนั้นที่เขาถูกฮองเฮาบีบบังคับให้แถลงการณ์ความผิดของตนเอง มีความคิดอยากจะฆ่านางเสียด้วยซ้ำ ตอนนี้กลับต้องขอบคุณนาง
โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ
แต่เขาก็ยังคงไม่ชอบงานอย่างมาก
นางมีนิสัยที่ต่ำช้า ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล มีแผนล้ำลึก ยากที่จะคาดเดา
ที่สำคัญที่สุดก็คือ เขามองนางไม่ออกเลย...
อีกด้านหนึ่ง
เรื่องที่เฟิ่งจิ่วเหยียนสืบสวนคดีจิ้งกุ้ยเหรินถูกวางยาพิษ ไม่ช้าก็มีเบาะแสแล้ว
นางข้าหลวงที่วางยาพิษ ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้...
ล้วนพุ่งเป้าไปยังนางสนมเจีย
เหลียนซวงแปลกประหลาดใจอย่างยิ่ง ไม่อยากที่จะเชื่อ
“ฮองเฮา สืบสวนผิดไปหรือไม่เพคะ? นางสนมเจียแลดูไม่เหมือนคนแบบนั้น!”
นางสนมเจียมายังตำหนักหย่งเหอบ่อยครั้ง เหลียนซวงมีความประทับใจที่ดีต่อนางมาก ได้จัดนางสนมเจียเป็นคนของฝ่ายตนเองอย่างไม่รู้ตัว
เฟิ่งจิ่วเหยียนมองดูหลักฐานพวกนั้น แววตาไม่แย้มพรายความลับออกมาแม้แต่น้อย
“เปลี่ยนอาภรณ์ ไปห้องทรงพระอักษร”
เหลียนซวงอ้าปากเล็กน้อย อยากจะพูดแล้วก็หยุด
พระนางจะไปฟ้องร้องนางสนมเจียหรือ?
จะไม่สืบดูอีกทีว่า เป็นการเข้าใจผิดหรือไม่?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...