ห้องทรงพระอักษร
เซียวอวี้ถามขึ้นมาด้วยเสียงเย็นชาว่า
“ในเมื่อมีหลักฐานแล้ว ไยไม่ลงมือจับตัว หรือเป็นเพราะว่านางสนมเจียสนิทสนมกับเจ้า เจ้าจึงคิดอยากปกป้อง?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่เคยนำเรื่องส่วนตัว มาส่งผลกระทบทำให้สูญเสียการคิดวิเคราะห์
นางพูดขึ้นมาว่า
“ต้องสอบสวนนางสนมเจีย แต่ที่สำคัญที่สุด ต้องสอบสวนเส้นทางการนำยาพิษเข้ามา”
“ยาพิษนี้มาจากข้างนอกวัง หม่อมฉันสงสัยว่า ภายในวังมีสายลับ ทำการขายสิ่งของต้องห้ามโดยเฉพาะ หม่อมฉันจึงอยากฉวยโอกาสนี้ กวาดล้างพวกเขาให้เรียบ จึงมาขออนุญาตฝ่าบาท”
เซียวอวี้เห็นนางจัดการเรื่องราวอย่างเฉียบขาดกระจ่างชัดเจน ก็ค่อนข้างชื่นชมนาง
แน่นอนว่า ดูจากเรื่องที่นางจัดการหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ นางย่อมไม่เหมือนหญิงสาวเรียบร้อยธรรมดาทั่วไป
ดังนั้นแม้ว่าเขาไม่ชอบนาง และนางไม่ใช่หญิงสาวบริสุทธิ์ เขาก็ยินดีที่จะให้นางเป็นฮองเฮาต่อไป ช่วยเขาดูแลจัดการวังหลัง
“ทำตามที่เจ้าพูด”
เฟิ่งจิ่วเหยียนถวายความเคารพ พร้อมพูดตอบว่า
“น้อมรับพระบัญชา”
แล้วนางก็กลับออกไป
จู่ ๆ เซียวอวี้ก็รู้สึกขึ้นมาว่า ท่าทีของนาง...ไม่เหมือนเป็นฮองเฮาของเขา กลับเหมือนลูกน้องของเขามากกว่า
หวนคิดถึงเรื่องราวระหว่างทั้งสองคนที่ผ่านมา เขายิ่งมีความรู้สึกเช่นนี้
นอกจากตอนที่ฮองเฮาสติเลอะเลือน จึงจับมือของเขา แล้วพูดจาไปเรื่อยในคืนนั้น เวลาอื่นนั้น ยามที่ฮองเฮาเผชิญหน้ากับเขา ล้วนเป็นเหมือนผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา มีแต่ความเคารพนอบน้อม ไม่มีความอ่อนโยนเป็นกุลสตรี ที่ภรรยาควรปฏิบัติต่อสามีแม้เพียงนิด
เป็นเช่นนี้ก็ดี
ขอเพียงนางไม่ร้องขอให้เขาโปรดปรานรักใคร่ เขาสามารถให้นางได้ครองตำแหน่งฮองเฮาอย่างมั่นคงต่อไป
……
เรื่องวางยาพิษ ไม่ช้านางสนมเจียก็ถูกสอบสวน
ภายในตำหนักหย่งเหอ นอกจากฮองเฮาแล้ว หนิงเฟยกับเสียนเฟยทั้งสองก็อยู่ด้วย
นางสนมเจียคุกเข่าอยู่บนพื้น รู้สึกถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม
“ฮองเฮา ไม่ใช่ฝีมือของหม่อมฉันจริงๆ ! หม่อมฉันกับจิ้งกุ้ยเหรินไม่มีความแค้นอะไรต่อกัน...”
หนิงเฟยดื่มน้ำชาอยู่อย่างผ่อนคลาย พูดแทรกนางที่เรียกร้องทุกข์อยู่ด้วยเสียงเย็นชาว่า
“นางสนมเจีย ภายในวังนี้ ก็มีเพียงใบหน้าของเจ้าที่ที่สามารถจะแข่งขันกับจิ้งกุ้ยเหรินได้บ้าง
“หลังจากหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ถูกเนรเทศ เจ้าก็ต้องคิดที่จะแทนที่ใช่ไหม?
“ดังนั้น จิ้งกุ้ยเหรินจึงเป็นสิ่งกีดขวางที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเจ้า
“เจ้ากลัวว่าจิ้งกุ้ยเหรินจะขวางทางเจ้า กลัวว่านางมาทีหลังแล้วได้ดีกว่าเจ้า!”
“ไม่ ข้าไม่เคย!” นางสนมเจียหันไปมองเฟิ่งจิ่วเหยียนอย่างไร้ที่พึ่ง
สีหน้าเฟิ่งจิ่วเหยียนสงบนิ่ง ดูไม่ออกว่านางเข้าข้างใคร
เสียนเฟยพยักหน้าทำความเคารพนาง พร้อมพูดขึ้นมาว่า
“ฮองเฮา บางทีนางสนมเจียอาจจะถูกใส่ร้ายจริงๆ”
หนิงเฟยไม่เห็นด้วย
หลักฐานก็วางอยู่ตรงหน้าแล้ว มิใช่ว่านางสนมเจียเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังไม่ใช่หรือ!
ฮองเฮาไม่ลงโทษนางสนมเจีย ก็เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ส่วนตัว!
แววตาเฟิ่งจิ่วเหยียนเฉียบคม
“ผงเหมาเกิ้นนี้ มีผู้คนน้อยมากเพื่อนำมาทำร้ายคน ทว่ามีคนไม่น้อย ใช้มันทำแผนกลลวง ทำร้ายตนเอง ใส่ร้ายผู้อื่น”
มู่หรงฉานเบิกตากว้างราวกับตกใจ ท่าทีโศกเศร้าจนแทบจะร้องไห้ออกมา
“ฮองเฮา ท่านสงสัยหม่อมฉันวางยาตนเองหรือ?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนมองไปข้างหน้า เหมือนไม่เห็นมู่หรงฉานอยู่ในสายตา
“ผงเหมาเกิ้นจะละลายทันทีเมื่อโดนน้ำ ยังส่งกลิ่นหอม ดึงดูดแมลงและมดได้ง่ายมาก ได้ค้นเจอผงเหมาเกิ้นในตำหนักนางสนมเจียก็จริง แต่มีร่องรอยของแมลงและมดไม่มากนัก เห็นได้ว่ายานี้ถูกวางไว้ในตำหนักของนางในช่วงสองวันที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นการใส่ร้าย”
สีหน้าจิ้งกุ้ยเหรินตึงเครียด มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย
“เช่นนี้ หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนลุกขึ้นยืน ก้าวเดินไปใกล้นางทีละก้าว
“เจ้าสามารถปากแข็งไม่ยอมรับได้ รอให้ข้าไปค้นตำหนักฟางเฟยเสร็จ ความจริงก็จะกระจ่าง”
แววตาจิ้งกุ้ยเหรินกระสับกระส่าย มือกำผ้าเช็ดหน้าไว้แน่น มองดูหลิวซวี่ด้วยดวงตาแดงก่ำ
หลิวซวี่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น คิดขึ้นมาได้ว่ายานั้นถูกใส่ที่ตำหนักฟางเฟยจริง...
“ข้าหลวง...” เฟิ่งจิ่วเหยียนกำลังจะสั่งการ
“ฮองเฮาอย่า!”
ตูม!
ตูม!
จิ้งกุ้ยเหรินกับหลิวซวี่คุกเข่าลงตามกัน...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...