เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 184

ในห้องทรงพระอักษร หลังจบจากว่าราชกิจเช้า เซียวอวี้ให้เสนาบดีคนสำคัญบางคนอยู่ร่วมกันหารือ

การต่อสู้ที่เนินเขาหานซานถูกยั่วยุปลุกปั่นจากกองทัพเหลียง จากนั้นหนานฉีก็ตั้งตัวเป็นฝ่ายรับ

คราวนี้รัฐเหลียงใช้วิธีการเดิม ต้องการเจรจาสงบศึกอีก เหล่าขุนนางส่วนใหญ่ของหนานฉีเชื่อว่า พฤติกรรมของคนโฉดนั้นไม่น่าเชื่อถือ

แต่ขุนนางบางคนไม่คิดเช่นนั้น

“ฝ่าบาท ก่อนหน้านี้กองทัพเหลียงผิดคำพูด เป็นเพราะแม่ทัพน้อยเมิ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส พวกเขาจึงคิดว่าพอจะสู้รบและยึดเมืองที่ถูกโจมตีคืนมาได้

“ทว่าตอนนี้ กระหม่อมได้ยินว่าแม่ทัพน้อยเมิ่งหายเป็นปกติแล้ว รัฐเหลียงจึงไม่กล้าก่อเรื่องอีก มิสู้หยุดแค่นี้ พักฟื้นและฟื้นฟูสำคัญกว่า!”

สีหน้าของเซียวอวี้ดูเรียบเฉย ฟังการสนทนาของพวกเขาโดยไม่เอ่ยสิ่งใด

จนกระทั่งหลิวซื่อเหลียงเดินเข้ามาและกระซิบที่ข้างหูของเขา

“ฝ่าบาท ฮองเฮาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”

เซียวอวี้เห็นว่าเวลาพอสมควรแล้ว จึงให้เหล่าขุนนางกลับไปก่อน

จากนั้นเฟิ่งจิ่วเหยียนก็เข้ามาในห้องทรงพระอักษร

เซียวอวี้วางสาส์นกราบทูลไว้ข้างมือ และเงยหน้าขึ้นมองนาง

“วังหลังเกิดอะไรขึ้น?”

เขารู้จักนางดี ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญคงไม่มาขอพบเขา

เฟิ่งจิ่วเหยียนโค้งคำนับ

“หม่อมฉันทราบดีว่า วังหลังไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการปกครอง

“ทว่าจักรพรรดิเกาจู่ทรงเคยตรัสว่า ‘การรุ่งเรืองและการล่มสลายของแคว้นล้วนเป็นความรับผิดชอบของเราทุกคน ไม่คำนึงถึงเพศ อายุ สถานะ’”

“ดังนั้น ต่อให้วันนี้ฝ่าบาทจะลงโทษ หม่อมฉันก็ต้องพูดออกมาให้ได้”

เมื่อเซียวอวี้ได้ยินคำพูดของนาง เขาก็รู้ว่านางต้องการจะพูดสิ่งใด

เขากับเหล่าเสนาบดีถกเถียงกันอยู่นาน ยังไม่ได้ข้อสรุป แล้วนางในฐานะสตรีจะมาเพิ่มปัญหาใดอีก?

ทว่าเมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ของนาง หากไม่ให้นางพูด ไม่แน่ว่านางอาจจะก่อเรื่องอีกก็เป็นได้

“พูดมา” เซียวอวี้พลิกดูสาส์นกราบทูล โดยไม่คาดหวังว่านางจะมีข้อเสนอดี ๆ

มันไม่มีอะไรนอกเหนือจากทำศึกกับสงบศึก ทั้งสองอย่างต่างมีข้อดีและข้อเสีย

เฟิ่งจิ่วเหยียนถามว่า

“ฝ่าบาท ท่านต้องการหยุดสู้รบและเจรจาสงบศึกใช่หรือไม่”

เซียวอวี้ชะงักขณะพลิกดูสาส์นกราบทูล

ไยนางดูออกว่าเขาจะตัดสินอย่างไร?

เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา

“สำหรับท่านในฐานะฮ่องเต้ จะสู้รบหรือไม่สู้รบ นั่นเป็นเพียงวิธีการ การชนะหรือแพ้ก็ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ต้องการ

“สิ่งที่ท่านต้องการคือ อาศัยเรื่องสงครามทำให้รัฐเหลียงถวายทรัพย์สิน ดินแดน และสาวงาม...”

“บังอาจ!”

เซียวอวี้โมโห นั่นเพราะสาวงามที่นางพูดถึงถือเป็นการดูหมิ่น และเพราะสิ่งที่นางพูดมา ยกเว้นเรื่องสาวงามล้วนเป็นสิ่งที่เขาคิดอยู่ในใจ

แต่เขาไม่รู้สึกละอายใจ

เขาก็เกียจคร้านจะอธิบาย

“หากสู้รบกันต่อไป สิ่งที่จะสูญเสียคือทรัพย์สินในคลังและชีวิตของทหาร

“การหยุดสงครามในเวลาที่เหมาะสม และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์สูงสุดนั้นก็ถือว่าสมเหตุสมผล

“เนื่องจากเราไม่สามารถทำลายรัฐเหลียงได้ในคราวเดียว เพราะสงครามไม่มีวันสิ้นสุด ความกล้าหาญของคนที่ไร้สติปัญญานับว่าเป็นการเสียสละที่ไร้ความหมาย!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวด้วยเสียงดัง

“จงมุ่งหน้าไปที่เมืองหลวง ชิงตัวฮ่องเต้เหลียง และจับตัวประกัน ทำให้รัฐเหลียงตกเป็นแคว้นอาณานิคมของหนานฉี ขุนนางราษฎรต้องเทิดทูนฮ่องเต้ ยอมอยู่ใต้อำนาจ พร้อมถวายเครื่องบรรณาการให้ทุกปี และต่อเนื่องไปตลอด”

เซียวอวี้จ้องมองคนตรงหน้าเขาโดยไม่กะพริบตา

คำพูดของนางกระชับ แต่ทุกคำดุจค้อนที่กระแทกหัวใจของเขาอย่างแรง ราวกับว่ามีบางอย่างถูกจุดไฟและเผาไหม้จนควบคุมไม่ได้...

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย